ไลฟ์สไตล์

"สุขุพันธุ์"สั่งสำรวจทะเบียนบ้านนักเรียนร.ร.กทม.

"สุขุพันธุ์"สั่งสำรวจทะเบียนบ้านนักเรียนร.ร.กทม.

18 พ.ค. 2552

“อภิสิทธิ์” ยัน เรียนฟรี 15 ปียังเป็นไปตามนโยบาย เผยกระทรวงศึกษาฯ กำลังดูเรื่องค่าใช้จ่ายแอบแฝงในโรงเรียน “สุขุมพันธุ์” สั่งสำรวจทะเบียนบ้านนักเรียน-ผู้ปกครองโรงเรียนกทม. เตรียมเสนอของบอุดหนุนจากรัฐ หลังแบกรับเด็กต่างจังหวัดไม่มีที่เรียนเพียบ

เมื่อเวลา 11.50 น. นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี กล่าวถึงปัญหาค่าใช้จ่ายแอบแฝงในโรงเรียน และนโยบายเรียนฟรี 15 ปีว่า ได้มอบให้กระทรวงศึกษาธิการ ไปดูแลเรื่องค่าใช้จ่ายที่โรงเรียนเรียกเก็บว่า เป็นประเภทใดบ้าง ซึ่งโดยหลักการเก็บค่าใช้จ่าย ต้องไม่ใช่การบริการขั้นพื้นฐาน แต่ถ้ามีกิจกรรมพิเศษ แล้วมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม ก็เป็นสิ่งที่ทำได้ อย่างไรก็ตาม ถ้ามีการร้องเรียนขึ้นมา กระทรวงศึกษาธิการก็จะเข้าไปดู

 ผู้สื่อข่าวถามว่า ปัญหาที่เกิดขึ้น เป็นการสะท้อนความล้มเหลวของนโยบายเรียนฟรี 15 ปีหรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ไม่ เพราะเท่าที่สำรวจความคิดเห็นส่วนใหญ่ เห็นว่า ยังเป็นไปตามนโยบาย และเป็นการแบ่งเบาภาระผู้ปกครองได้ ส่วนจะได้ 100 เปอร์เซ็นต์หรือไม่นั้น กำลังสะสางอยู่

"สุขุพันธุ์"สั่งสำรวจทะเบียนบ้านนักเรียนร.ร.กทม.

เมื่อเวลา 10.30 น. ที่ห้องรัตนโกสินทร์ ศาลาว่าการ กทม. ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ผู้ว่าฯกทม. กล่าวมอบนโยบายด้านการศึกษาผ่านระบบออนไลน์ไปยังโรงเรียนสังกัด กทม. ทั้ง 435 แห่ง เนื่องในวันเปิดภาคเรียนประจำปีการศึกษา 2552 โดย ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ ยืนยันว่าภายใน 4 ปี ที่ดำรงตำแหน่งผู้ว่าฯกทม. ระบบการศึกษาของ กทม.จะต้องดีขึ้นอย่างชัดเจน และหลังจากเข้ามาบริหารงานช่วง 4 เดือน ผู้บริหารพยายามดำเนินการไปหลายโครงการ รวมถึงต่อยอดนโยบายเดิมที่ดีอยู่แล้วให้มีความเข้มข้น โดยเฉพาะนโยบายเรียนดี เรียนฟรี อย่างมีคุณภาพ ซึ่งสอดคล้องกับนโยบายเรียนฟรี 15 ปีของรัฐบาล

 ม.ร.ว.สุขุพันธุ์ กล่าวว่า นอกจากนี้ กทม.ยังมีแผนที่จะเพิ่มจำนวนคอมพิวเตอร์จำนวน 20,000 เครื่อง ให้กับโรงเรียนสังกัด กทม. ในภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2552 เพื่อให้นักเรียน กทม.สามารถใช้คอมพิวเตอร์ได้อย่างสะดวก 1 คนต่อ 1 เครื่อง จากเดิมที่ต้องแบ่งกันใช้ 2 คนต่อเครื่อง รวมทั้งจะมีการยกร่างหลักสูตร กรุงเทพศึกษา ซึ่งเป็นการสร้างจิตสำนึกการรักชาติอย่างสร้างสรรค์ โดยโรงเรียน กทม.จะได้รับคู่มือภายในวันที่ 1 มิ.ย.นี้ ทั้งนี้ ผู้บริหาร กทม.ได้มีความกังวลหลังเกิดเหตุความวุ่นวายในบ้านเมืองอย่างต่อเนื่อง ความขัดแย้งและไร้ความสามัคคี ซึ่งอาจเกิดความเข้าใจผิดเรื่องความรักชาติ ดังนั้นจึงต้องการทำให้นักเรียนสังกัด กทม. รักชาติอย่างสร้างสรรค์

 ผู้ว่าฯกทม. ให้สัมภาษณ์ภายหลังว่า เมื่อเร็วๆ นี้ตนได้สั่งให้สำนักการศึกษาสำรวจประวัติของนักเรียนและผู้ปกครองของนักเรียนในโรงเรียนสังกัด กทม. ว่าเป็นคนที่มีทะเบียนบ้านอยู่ในพื้นที่ กทม.หรืออยู่ในพื้นที่ต่างจังหวัด เพื่อนำข้อมูลที่ได้เสนอต่อรัฐบาลและของบประมาณอุดหนุนงานด้านการศึกษาในโรงเรียนสังกัดกทม. ต่อไป เนื่องจากที่ผ่านมาพบว่ามีเด็กต่างจังหวัดเข้ามาเรียนในโรงเรียนสังกัดกทม. เป็นจำนวนมาก ซึ่งเท่ากับว่าหน่วยงานด้านการศึกษาของกทม. ต้องรับภาระเด็กนักเรียนทั้งประเทศที่ไม่มีที่เรียนซึ่งในปีงบประมาณหน้าทางรัฐบาลมีมติให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นสนับสนุนงบประมาณด้านการศึกษาเอง ตนจึงกังวลว่างบประมาณของกทม.อาจจะไม่เพียงพอ ซึ่งการสำรวจประวัติดังกล่าวนั้นได้เร่งให้สำรวจและรายงานให้ตนทราบภายในสิ้นเดือน พ.ค.นี้ จากนั้นผู้บริหารที่เกี่ยวข้องจะพิจารณาและนำเสนอต่อรัฐบาลต่อไป

 “รัฐบาลโยนภาระมาหมดอย่างเดียวไม่ได้ ดังนั้นผมจะต้องสำรวจจำนวนเด็กนักเรียนต่างจังหวัดในโรงเรียน กทม. เพื่อเอาตัวเลขไปของบอุดหนุนจากรัฐบาลอีกที ไม่ใช่ทำไปแล้ว กทม.ต้องควักกระเป๋าเดือนละ 1,000 ล้านบาท” ผู้ว่าฯกทม. ระบุ