
ชงนาซ่าขอใช้อู่ตะเภาเข้าครม.
"สุกำพล" ชี้ กต. เตรียมเสนอ ครม.หารือ "น่าซ่า" ขอใช้พื้นที่สนามบินอู่ตะเภา เชื่อเป็นการศึกษาวิจัยทางวิทยาศาสตร์เท่านั้น ปณิธาน'จี้ครม.พิจารณาร'นาซา'อย่างรัดกุม "ปลอด" ย้ำ น่าซ่าใช่อู่ตะเภา ไม่กระทบมั่นคง
วันที่ 19 มิ.ย.55 พล.อ.สุกำพล สุวรรณทัต รมว.กลาโหม ให้สัมภาษณ์ก่อนประชุมครม.สัญญจรที่ จ. ชลบุรี ว่าวันนี้กระทรวงการต่างประเทศ จะนำวาระที่นาซ่าขอใช้พื้นที่สนามบินอู่ตะเภาเข้าที่ประชุม ซึ่งตนยืนยันว่า เรื่องนี้ไม่มีความเสี่ยง ไม่เป็นการเสียเหลี่ยมให้อเมริกา เพราะเป็นเพียงการศึกษาวิจัยทางวิทยาศาสตร์เท่านั้น ส่วนจะต้องนำเข้าหารือในสภาหรือไม่ ก็จะต้องฟังความเห็นจากกฤษฏีกาก่อนหากบอกว่าต้องนำเข้าก็ต้องเข้า ไม่มีปัญหาอะไร
'นาซ่า'ใช้อู่ตะเภา ไม่เห็นความเสี่ยง-เสียเหลี่ยมสหรัฐ
พล.อ.อ.สุกำพล สุวรรณทัต รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่กระทรวงการต่างประเทศจะเสนอวาระต่อที่ประชุมครม.ให้พิจารณาคำขอขององค์การบริหารการบินและอวกาศแห่งชาติสหรัฐอเมริกา (นาซ่า) เข้ามาดำเนินการโครงการศึกษาการก่อตัวของเมฆที่มีในผลกระทบต่อสภาพภูมิอากาศในภูมิภาคตะวันออกเฉียงใต้ ภายในประเทศไทยที่สนามบินอู่ตะเภา จ.ชลบุรีว่า ยืนยันว่าไม่ใช่เป็นการสนับสนุนแสนยานุภาพของอเมริกา อย่าถามแบบนั้นเพราะไม่มี นาซ่ามีเครื่องบินเข้ามาแค่ 3 ลำ ไม่ได้มีแสนยานุภาพอะไร และต้องเข้าใจว่านาซ่าเป็นองค์กรทางวิทยาศาสตร์และไม่ได้มีการนำอาวุธเข้ามาเลย
ส่วนเรื่องนี้จะเข้ามาตรา 190 หรือไม่นั้น รมว.กลาโหม กล่าวว่า วันนี้ในที่ประชุมครม.กฤษฎีกาจะให้ความเห็นว่าเข้าข่ายมาตรา190หรือไม่ ต้องเข้ารัฐสภาหรือไม่ ถ้าบอกว่าเข้าก็ต้องเข้ารัฐสภาตามกฎหมาย ตามกติกามันหลีกเลี่ยงไม่ได้
“ไม่ใช่ว่าผมบอกว่าไม่ให้เข้า ผมไม่มีสิทธิ์อย่างนั้นหรอกครับ มันเป็นเรื่องของกฤษฎีกาต้องดูแลเรื่องกฎหมายเพราะว่าเขารู้หน้าที่ ถ้าบอกว่าเข้าข่ายก็ต้องเข้าสภา อันนี้ชัดเจน ส่วนที่กระทรวงการต่างประเทศระบุเข้าข่ายมาตรา 190 วรรคหนึ่ง ที่ต้องผ่านครม.ก็พอ นั่นก็เป็นความเห็นของกระทรวงการต่างประเทศ แต่กฤษฎีกาคือสุดท้ายที่จะชี้ขาด เพราะรัฐบาลต้องฟังกฤษฎีกา ทั้งนี้หากกฤษฎีกาบอกว่าต้องเข้าสภาก็ต้องเข้าไม่มีปัญหา ถ้าไม่เข้าก็เสร็จสิ ”พล.อ.อ.สุกำพล กล่าว
เมื่อถามว่าเรื่องนี้จะเป็นการเสียเหลี่ยมให้กับอเมริกาหรือไม่เพราะเมื่ออเมริกาไปทำอะไรในประเทศไทยก็จะมีเสียงวิจารณ์และผลกระทบในเวทีโลก พล.อ.อ.สุกำพล กล่าวว่า อันนี้เป็นเรื่องขององค์การวิจัยไม่ได้เสียเหลี่ยมอะไร และถามแบบนี้ต้องมีวัตถุประสงค์ใช่ถามกว้าง ๆ แบบนี้เหมือนไปว่าเขาเปล่าๆ
“ ยิ่งเป็นเรื่องที่คนสนใจ เราไม่ดูอย่างลวก ๆ หรอกนะครับ ต้องดูอย่างเรียกว่าละเอียดทุกแง่ทุกมุม ถึงกล้ามาพูดอย่างนี้ว่าไม่มีอะไรก็ไม่มีอะไร ถ้าท่านถามว่าเสียเหลี่ยมให้กับอเมริกา ต้องถามว่าเสียเหลี่ยมอย่างไร เพราะผมก็มองไม่ออกแนะนำผมหน่อยผมอาจจะไปดูเหลี่ยมที่ท่านว่าผมจะไปดูให้ และยืนยันว่าไม่มีความเสี่ยงอะไรเลย ประโยชน์น่าจะได้ด้านวิทยาศาสตร์ต้องให้นายปลอดประสพ สุรัสวดี รมว.วิทยาศาสตร์ช่วยชี้แจง แต่ว่าความเสี่ยงคือคนในบ้านเรานี้เองที่ไปว่าเราอย่างโน้นอย่างงี้ มันไม่ได้มีอะไรนะครับ”รมว.กลาโหม กล่าว
รมว.กลาโหม กล่าวอีกว่า นาซ่าเขาดำเนินการแบบนี้ที่เกาะฮ่องกงก็เป็นของประเทศจีน เขาทำมาแล้วเหมือนกันอย่างนี้ จึงต้องถามว่าจะไปเสี่ยงอะไร เพราะจีนก็ให้ทำเพราะเป็นการพยากรณ์อากาศของโลกเราทั้งหมด ดังนั้นนาซ่าเขาจึงทำให้ระดับโลกเพราะเขารวบรวมข้อมูลจากทั่วทุกภูมิภาคทั่วโลกในการประมวลผล
“ก็ไม่มีความเสี่ยงอะไร ก็ไปทำให้มันเป็นประเด็น เพราะประเด็นด้านวิทยาศาสตร์เป็นประเด็นที่ดี แต่พอเบี่ยงมาเป็นการเมืองก็ยุ่งหน่อย เป็นเรื่องการเมืองไปหมด มันไม่ได้มีอะไรเลย แก่นแท้มันเป็นเรื่องการวิจัย เราเชื่อใจว่าเขามาวิจัย ถ้าไม่เชื่อใจก็ส่งหน่วยความมั่นคง ส่งผมเข้าไปดูว่ามีอะไรเข้ามามั่ง เขาก็ยอมทุกอย่าง แต่ผมว่าเขาเสี่ยงกว่าที่ยอมให้เราดูหมดทุกอย่าง เพราะในบ้านเรากติกาของเราไม่ได้มีความเสี่ยงอะไรเลย ผมยังมองไม่ออก ถ้าเสี่ยงตรงไหนช่วยชี้แนะผม ผมจะได้ดูเพิ่มเติมให้”พล.อ.อ.สุกำพล กล่าว
เมื่อถามว่าฝ่ายค้านเล่นการเมืองมากไปหรือไม่ รมว.กลาโหม กล่าวว่า อย่าไปพูดเรื่องการเมืองเลย ถ้าไปตอบมากก็จะทำให้เรื่องเล็กกลายเป็นเรื่องใหญ่ก็เหนื่อย
ปณิธาน'จี้ครม.พิจารณาร'นาซา'อย่างรัดกุม
วันที่ 19 มิ.ย.55 นายปณิธาน วัฒนายากร อาจารย์คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เปิดเผยว่า การใช้สนามบินอู่ตะเภาขององค์การนาซา อาจกระทบกับยุทธศาสตร์และความมั่นคงของประเทศได้ และอาจจะเกิดการฟาดฟันทางทหาร ระหว่าง จีนและสหรัฐ เนื่องจากทั้ง 2 ประเทศ มีการถ่วงดุลอำนาจกัน จึงต้องมีความระวัง แม้จะมีประโยชน์ต่อพลเรือนก็ตาม และมองว่า การประชุมคณะรัฐมนตรีวันนี้ จะต้องมีการพิจารณาอย่างรัดกุม และไม่ควรเปิดช่องให้สหรัฐ ใช้ต่อยอดในเรื่องที่กำลังแข่งขันกับจีนมากนัก ส่วนเรื่องที่รัฐบาลไม่นำเรื่องดังกล่าวเข้าสู่รัฐสภาเห็นชอบนั้น ก็สร้างความไม่พอใจกับหลายฝ่าย เนื่องจากหลายฝ่ายต้องการรับรู้และตัดสินใจร่วมกัน
"ข้อตกลงชนิดใดก็แล้วแต่ ที่เรากำลังพิจารณาในวันนี้ของคณะรัฐมนตรี จะต้องรัดกุม และต้องไม่เปิดช่องให้เขาไปต่อยอดในเรื่องที่เขากำลังแข่งขันกัน" นายปณิธาน กล่าว
นายปณิธาน กล่าวต่อว่า สหรัฐได้ขอเข้าใช้ตั้งแต่รัฐบาลชุดที่ผ่านมาแล้วแต่อยู่ในช่วงของการเลือกตั้ง จึงส่งให้ทางกระทรวงการต่างประเทศพิจารณาต่อ จนมาขอเข้าใช้ในสมัยรัฐบาลชุดนี้ ซึ่งทางผู้เชี่ยวชาญประเทศจีน ก็บอกว่า จีนรู้สึกอึดอัดมากที่สหรัฐกดดันจีนในหลาย ๆ ด้าน แต่จีนก็ไม่อยากเห็นมิตรประเทศร่วมมือกับสหรัฐ เพื่อกดดันจีนเช่นกัน
"ปลอด" ย้ำ น่าซ่าใช่อู่ตะเภา ไม่กระทบมั่นคง
นายปลอดประสพ สุรัสวดี รมว.วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ให้สัมภาษณ์ก่อนประชุมครม. ถึงกรณีที่องค์การบริหารการบินและอวกาศแห่งชาติสหรัฐอเมริกา (นาซ่า) เข้ามาดำเนินการโครงการศึกษาการก่อตัวของเมฆที่มีในผลกระทบต่อสภาพภูมิอากาศในภูมิภาคตะวันออกเฉียงใต้ ภายในประเทศไทย ว่า เรื่องนี้ดำเนินการเมื่อ 2 ปีที่ผ่านสมัยรัฐบาลที่แล้ว และเราเห็นว่าดีจึงมาทำต่อ ดังนั้นฝ่ายค้านจะส่วนที่พูดอะไรก็ให้ระวัง เพราะเป็นคนที่เริ่ม ส่วนที่ทอดเวลามาถึง 2 ปี เพราะไทยจะต้องหานักวิชาการจากมหาวิทยาลัย 5 แห่ง อาทิ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยา มหาวิทยาลัยมหิดล เป็นต้น มาร่วมมือดำเนินงานระหว่างนาซ่ากับสำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ หรือจิสดา และการที่ซ่าต้องดำเนินการในพื้นที่ไทย สิงคโปร์ และกัมพูชา โดยสิ่งที่เขาจะทำใน 2 สิ่ง คือเรื่องเมฆระดับสูงคือเมฆฝนและฝุ่นละอองในระยะสูง ซึ่งเราไม่มีเครื่องมือ และผลการสำรวจก็จะทำให้เรารู้เรื่องอุตุนิยมวิทยา เพื่อพยากรณ์เรื่องการเกิดฝนและจะช่วยป้องกันเรื่องน้ำท่วม ทั้งนี้การวิจัยทำร่วมกับฝ่ายสหรัฐและฝ่ายไทย 3-4 คน และที่ต้องมาใช้พื้นที่สนามบินอู่ตะเภา เพราะศูนย์ของจิสดาอยู่ที่ศรีราชา และพื้นที่บินสำรวจจะทำในทะเลส่วนใหญ่ และเครื่องบินทั้ง 3 ลำที่จะดำเนินการต้องใช้ระยะวิ่งยาวซึ่งรันเวย์ของอู่ตะเภารองรับได้ เป็นเรื่องปกติเพราะเขาก็เคยทำกับญี่ปุ่น เกาหลีและฮ่องกง มาแล้ว
นายปลอดประสพ กล่าวว่า ขอย้ำว่าเป็นเรื่องวิชาการ จึงต้องมีคณะกรรมการวิชาการ 1 ชุด มีตนเป็นประธาน ผู้แทนกองทัพและกระทรวงการต่างประเทศเพื่อประเมินการทำงาน และนำข้อมูลมาใช้ให้เกิดประโยชน์ ไม่ต้องถามว่าทำไมถึงมีเป้าหมายที่ประเทศไทย เพราะไอทะเลที่จะเป็นเมฆก็จะเกิดในทะเล เหลือแต่ทะเลจุดนี้ที่ยังได้ทำ ส่วนที่มีข้อสังเกตว่าการดำเนินการเรื่องนี้จะเข้ามาตรา 190 หรือไม่นั้น นายปลอดประสพระบุว่า กล่าวว่า ไม่มีใครทำนอกเหนือกฎหมาย ส่วนจะเข้ามาตรา 190 วรรค 1 หรือ 2 ฝ่ายกฎหมายจะพิจารณา ยืนยันรัฐบาลทำตามกฎหมายทุกอย่าง
“แต่ขณะนี้มีคนตีความไปก่อนว่าเป็นวรรค 2 อยากถามคนที่ตีความว่าเอาอะไรไปตีความหน้าที่ของคุณหรือพวกผม ทำตามกฎหมายทุกอย่าง ถ้าบอกเข้าวรรค 2 ก็เข้าสภา ฯ วรรค 1 ก็ไม่ต้องเข้า แล้วคุณมาตีความทำไมว่าเราจะทำผิดนู่นผิดนี่ ผิดที่ไหนเรายังไม่ได้ทำอะไรเลย ตนมองว่าฝ่ายค้านมองหาเรื่อง ผมกล่าวหาเลยว่าฝ่ายค้านมองหาเรื่อง คุณเป็นคนเริ่มและคุณก็มาตำหนิ คุณมีความเห็นได้เรื่องวรรค 1 วรรค 2 ในเชิงกฎหมาย แต่เราก็มีนักกฎหมายของเรา ไม่มีการทำอะไรที่ผิดกฎหมาย วันนี้ประเทศไทยได้ประโยชน์จึงต้องเอาเทคโนโลยีมาใช้ เครื่องบินที่เอามาเราก็เห็น ไฟลท์แพลนก็ต้องมี ไม่มีสิทธิ์มาทำอะไรเหนือประเทศไทย ”นายปลอดประสพ กล่าว
"อภิสิทธิ์"จ้องจัดการรัฐบาลไม่นำกรณีสหรัฐขอใช้สนามบินอู่ตะเภาเข้ารัฐสภา
นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร และหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวเรียกร้องว่า ขอให้คณะรัฐมนตรีเปิดเผยรายละเอียดที่กระทรวงการต่างประเทศจะเสนอครม.ให้สหรัฐอเมริกาใช้สนามบินอู่ตะเภา เพราะรัฐบาลบอกว่าเรื่องนี้เกี่ยวข้องกับการบริหารจัดการภัยพิบัติ จึงไม่น่าจะมีปัญหาอะไรที่จะเอาข้อมูลรายละเอียดมาเปิดเผยให้สาธารณะได้รับทราบ และตามแนวคิดเดิมเป็นเรื่องที่จะใช้สนามบินอู่ตะเภาเป็นศูนย์ภัยพิบัติของภูมิภาคอยู่แล้ว แต่เมื่อสหรัฐมาขอใช้ ก็ควรต้องเปิดเผยให้ประเทศต่าง รับทราบเพื่อความสบายใจ แต่ถ้าเปิดเผยรายละเอียดไม่ได้ ก็ทำให้อดสงสัยไม่ได้ว่าเป็นเพราะเหตุใด และจะเกิดข้อโต้แย้งว่าต้องผ่านความเห็นชอบจากรัฐสภาตาม มาตรา 190 หรือไม่ อย่างไรก็ตามหากยังไม่มีการเปิดเผย ทางพรรคประชาธิปัตย์จะต้องมาพิจารณาต่อว่าจะทำอย่างไร
พท.ย้อนปชป.สหรัฐใช้สนามบินอู่ตะเภาเป็นโครงการสมัยรัฐบาลปชป.
นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณีที่นายถาวร เสนเนียม สส.สงขลา พรรคประชาธิปัตย์ จะตรวจสอบรัฐบาลว่ากระทำผิดรัฐธรรมนูญ มาตรา 190 หากมีการนำเรื่องเข้าครม.เพื่อพิจารณาให้สหรัฐและองค์การนาซ่าใช้พื้นที่สนามบินอู่ตะเภาตั้งศูนย์ช่วยเหลือมนุษยธรรม บรรเทาภัยพิบัติระดับภูมิภาค และจัดศูนย์ศึกษาชั้นบรรยากาศว่า อยากให้พรรคประชาธิปัตย์ทบทวนบทบาทตัวเอง อย่าความจำสั้น เพราะเรื่องนี้มีมาตั้งแต่รัฐบาลนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ซึ่งนายกษิต ภิรมย์ อดีตรมว.ต่างประเทศ ก็ให้สัมภาษณ์ยอมรับว่า การขอใช้สนามบินอู่ตะเภามีการเสนอมาตั้งแต่รัฐบาลประชาธิปัตย์ โดยได้เสนอไปยังนายบันคีมูน เลขาธิการสหประชาชาติ และนางฮิลารี คลินตัน เพื่อให้ใช้สนามบินอู่ตะเภาเป็นศูนย์กลางระหว่างประเทศในการกู้ภัยพิบัติธรรมชาติและช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมในภูมิภาค แต่วันนี้พรรคประชาธิปัตย์กลับจะมาตรวจสอบและเอาผิด ไม่ไว้วางใจรัฐบาลเพื่อไทย ค้านแบบไม่ลืมหูลืมตา ทั้งๆที่เป็นนโยบายของพรรคประชาธิปัตย์เอง ขอให้มองประโยชน์ของประเทศชาติบ้าง อย่าแกล้งโง่ไม่เข้าใจทั้งที่เป็นคนทำเรื่องนี้ไว้ ยืนยันว่าการที่รัฐบาลจะนำเรื่องนี้เข้าสู่ครม.นั้น ไม่ขัดรัฐธรรมนูญ มาตรา 190นิตยาพร รีไรท์ อ



