ไลฟ์สไตล์

ครูประกอบสอน'มโนราห์โบราณ'

ครูประกอบสอน'มโนราห์โบราณ'

19 มิ.ย. 2555

ครูประกอบสอน'มโนราห์โบราณ'สืบสาน-อนุรักษ์งานแสดงถิ่นใต้ : คอลัมน์มองมุมใหม่

                 “สองมือประนม...ละบังคมยอไหว้...ทั้งหญิงทั้งชายลูกไหว้ไปทุกหน...” สำเนียงเสียงใต้ที่ขับร้องมโนราห์ของ “ครูประกอบ เดชรักษา” ครูภูมิปัญญาด้านการแสดงพื้นบ้าน “มโนราห์” ที่ผสมผสานกับเสียงปี่เสียงทับเสียงโทน วงปี่พาทย์บรรเลงขึ้น บ่งบอกความชำนาญ ความสามารถในการขับร้อง ร่ายรำ ผู้สืบทอดท่ารำมโนราห์แบบโบราณ รวมถึงทำพิธีกรรมของมโนราห์ มายาวนานกว่า 50 ปี จนได้รับการยกย่องจากสำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษาว่าเป็นบุคคลผู้ทรงภูมิปัญญาด้านศิลปกรรม (การแสดงพื้นบ้านมโนราห์) สร้างสรรค์และสืบสานภูมิปัญญาอย่างต่อเนื่องจนเป็นที่ยอมรับของสังคมและชุมชน

                  “บ้านครูร้องรำมโนราห์มาแต่รุ่นปู่ย่าตายาย สืบต่อมาถึงรุ่นพ่อแม่ และรุ่นครู ทำให้ครูคุ้นเคยกับมโนราห์มาตั้งแต่เด็กๆ จนกระทั่งอายุ 10 ขวบ พ่อจับมาฝึกมโนราห์ โดยฝึกท่าร่ายรำพื้นฐาน ท่าเอกลักษณ์เฉพาะคณะ เช่น ท่าโรงครู รำแก้บน ท่ารำเหยียบเสน โดยเฉพาะท่ารำเหยียบเสนเป็นท่ารำเฉพาะคณะ ซึ่งแฝงด้วยความเชื่อ พิธีการ และรูปแบบเฉพาะของท่านั้น กระทั่งปี พ.ศ.2529 ได้มีโอกาสแข่งขันมโนราห์แบบโบราณที่ทาง จ.นครศรีธรรมราช จัดขึ้น และได้รับรางวัลชนะเลิศ ทำให้เราหันกลับมามองความรู้ ความสามารถของตนเอง และรู้ว่าการแสดงพื้นบ้านมโนราห์นั้นมีคุณค่ามากขนาดไหน”

                 จากนั้นครูประกอบตั้งเป้าจะเป็นผู้สืบสานมโนราห์ นำความรู้ที่สืบทอดมาจากบรรพบุรุษ ไม่ว่าจะท่ารำมโนราห์ เช่น ท่ารำคล้องหงส์ ท่ารำแทงเข้ ท่ารำฉกทับ หรือความสามารถในการทำพิธีกรรมของมโนราห์ เช่น มโนราห์แก้เหมรย การรำโรงครู การรำเหยียบเสน การด้นกลอนสดตามสถานการณ์มโนราห์ รวมถึงศึกษาค้นคว้าความรู้เพิ่มเติม เพื่อนำมาฝึกสอนให้แก่นักเรียน ลูกหลานชาวปักษ์ใต้ เช่น โรงเรียนทุ่งสง โรงเรียนสตรีทุ่งสง โดยเป็นวิทยากรสอนมโนราห์แก่นักเรียน หรือลูกหลานที่สนใจ เป็นการสืบสานศิลปวัฒนธรรมการแสดงพื้นบ้านแล้วยังเป็นการอนุรักษ์ไว้ให้คนรุ่นหลังอีกด้วย

                 “ตอนนี้รู้สึกดีใจและภาคภูมิใจมากที่ได้เป็นส่วนหนึ่งในการสืบทอดมโนราห์ของไทย เพราะมโนราห์นอกจากสร้างรายได้ให้แก่คนในชุมชนท้องถิ่นแล้ว ยังเป็นการช่วยเหลือทั้งทางด้านจิตใจและร่างกาย ทั้งยังสามารถรักษาคนไข้เจ็บป่วยได้ อย่างบางคนไม่สบาย ถูกครูหมอโนราห์ทำโทษ เมื่อไปแสดงมโนราห์แล้วหาย เป็นความเชื่อของคนในท้องถิ่น หรือขณะนี้มีนักเรียน เด็กเยาวชนให้ความสนใจเข้ามาเรียนรู้มโนราห์มากขึ้น บางคนยังอยากฝึกเป็นอาชีพ เรียนรู้เพื่อช่วยคน และต้องการสืบทอดมโนราห์อย่างจริงจัง”

                 “มโนราห์” มีท่วงท่าที่อ่อนช้อย งดงาม และแข็งแรงผสมผสานกัน ในการฝึกท่ารำต่างๆ ถ้ามีความตั้งใจจริงเพียง 2 เดือนสามารถรำได้ แต่หากเรียนเพื่อประกอบอาชีพ ต้องเรียนประมาณ 1 ปี ครูประกอบบอกว่า ทุกครั้งที่คณะออกไปแสดง หากเด็กคนไหนที่มีแวว สามารถร้องรำได้อย่างถูกต้องสวยงาม คณะจะเปิดโอกาสให้เข้าร่วมแสดงจริง ออกงานจริง โดยคณะจะจ่ายค่าตอบแทนให้ เมื่อเราสอนการร้องรำอย่างถูกวิธี และให้แสดง จะทำให้เห็นคุณค่า เกิดความกระตือรือร้นที่จะเรียนรู้ และอยากสืบทอดมโนราห์ต่อไป

                  ปัจจุบันมโนราห์แบบโบราณอาจหาชมได้ยากขึ้น เนื่องจากตอนนี้หลายคณะได้ปรับรูปแบบการแสดง ท่ารำ การร้อง ให้มีความทันสมัย หรือใช้ภาษากลางในการร้องแทนภาษาใต้ และใช้ดนตรีสากลเข้ามาช่วยขับกล่อมบทเพลง แต่คณะครูประกอบทุกอย่างยังคงดั้งเดิม ยกเว้นเครื่องดนตรีที่อาจมีผสมผสานกันบ้าง เพื่อให้เด็กรุ่นใหม่ที่สนใจดนตรีสากลได้รู้จักบูรณาการการเล่นเข้ากับเครื่องดนตรีไทย แต่สำหรับการร้อง ไม่ว่าโลกจะเปลี่ยนแปลงไปอย่างไร จะยังคงยืนหยัดที่จะขับร้องเป็นสำเนียงเสียงใต้

                 “อยากฝากเด็ก เยาวชน ร่วมกันสืบทอดการแสดงพื้นบ้านมโนราห์เอาไว้ โดยเฉพาะเด็กใต้ เพราะมโนราห์ถือเป็นศิลปวัฒนธรรมท้องถิ่นดั้งเดิมของคนใต้ หากเด็กใต้ คนใต้ไม่สนใจ แล้วจะให้คนภาคอื่น ชาติอื่นสนใจได้อย่างไร" ครูประกอบกล่าวทิ้งท้าย

....................................
(ครูประกอบสอน'มโนราห์โบราณ'สืบสาน-อนุรักษ์งานแสดงถิ่นใต้ : คอลัมน์มองมุมใหม่)