
วิกฤติราคายางพาราระลอกใหม่
วิกฤติราคายางพาราระลอกใหม่ งบ1.5หมื่นล้านต้องเท่าเทียมกัน : รายงานพิเศษ : โดย ... ดลมนัส กาเจ
ดูเหมือนว่าสถานการณ์ราคายางพาราจะเลวร้ายลงต่อเนื่อง ทั้งที่ นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ได้ประกาศช่วงที่ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ใหม่ๆ (ม.ค.55) ว่าราคาต้องไม่ต่ำกว่ากิโลกรัมละ 120 บาท แต่ความเป็นจริงราคายางพารากลับตกต่ำอย่างต่อเนื่อง ทำให้แกนนำเกษตรกรชาวสวนยางทั่วประเทศต่างออกมาเคลื่อนไหวกดดันให้รัฐบาลรีบแก้ปัญหาด้วยการนำงบ 1.5 หมื่นล้านบาทที่ผ่านคณะรัฐมนตรีให้นำไปแทรกแซงราคายางอย่างทั่วถึงในมาตรฐานเดียวกัน
ล่าสุด นายบุญส่ง นับทอง นายกสมาคมสหพันธ์ชาวสวนยางแห่งประเทศไทย ยืนยันต่อ "คม ชัด ลึก" ว่า เมื่อวันที่ 13 มิถุนายน 2555 แม้ราคาซื้อที่ตลาดกลางหาดใหญ่อยู่ที่กิโลกรัมละ 90.98 บาท แต่พ่อค้าซื้อในท้องถิ่นจากเกษตรกรเพียงกิโลกรัมละ 82-84 บาทเท่านั้น ตัวแทนชาวสวนยางพารามีการประชุมหารือเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ได้ข้อสรุปมา 4 ข้อด้วยกันคือ ข้อแรกให้รัฐบาลดูแลราคายางพาราชั้น 3 และน้ำยางสดอย่าให้ต่ำกว่ากิโลกรัมละ 100 บาท หากต่ำไปกว่านั้นเกษตรกรเดือดร้อนอย่างแน่นอน
ข้อที่สองได้เสนอให้รัฐบาลปลดล็อกเงื่อนไขเงินช่วยเหลือ 1.5 หมื่นล้านบาท ที่ให้ อสย.ชดเชยเฉพาะเกษตรกรชาวสวนยางตามโครงการพัฒนาศักยภาพสถาบันเกษตรกรเพื่อรักษาเสถียรภาพราคายางที่ชดเชยเฉพาะเกษตรกรที่ขึ้นทะเบียนเกษตรกรเท่านั้น โดยเฉพาะเกษตรกรที่สมาชิกของชุมนุมสหกรณ์ชาวสวนยางและกลุ่มเกษตรกรที่เป็นนิติบุคคล จึงขอให้รัฐบาลแทรกแซงราคายางอย่างเสมอภาคและเท่าเทียมกัน
นอกจากนี้ให้รัฐบาลเร่งดำเนินการให้บริษัทร่วมทุนระหว่างประเทศ(ไทยมาเลเซียและอินโดนีเซีย) หรือไอโค (IRCO) ออกแสดงบทบาทในการที่จะแก้ปัญหาราคายางอย่างแท้จริง เพราะนับตั้งแต่ก่อตั้งไอโคขึ้นมาไม่เคยมีบทบาทในการแก้ปัญหาราคายางพาราแต่อย่างใด และสุดท้ายให้นายกรัฐมนตรีเรียกรัฐมนตรีทั้ง 3 ประเทศทั้งมาเลเซีย อินโดนีเซีย และไทยที่เกี่ยวกับยางพารามาประชุมในประเทศไทย เพื่อหาแนวทางในการแก้ปัญหาราคาตกต่ำในทุกวันนี้
"เราเข้าใจสถานการณ์เศรษฐกิจโลก โดยเฉพาะทางยุโรปได้ดี จึงเรียกร้องให้รัฐบาลดูแลราคายางอย่าให้ต่ำกว่า กก.ละ 100 บาท เพราะถ้าต่ำกว่านั้นเกษตรกรอยู่ไม่ได้ ข้อสรุปของเราทั้งหมดได้เสนอไปยังรัฐมนตรีช่วยณัฐวุฒิแล้วและรับปากว่าจะช่วยเหลืออย่างเต็ม" นายบุญส่งกล่าว
อย่างไรก็ตาม ตัวแทนเกษตรกรชาวสวนยาง อ.เวียงสระ จ.สุราษฎร์ธานี นำโดย นายมนูญ อุปลา ประธานกลุ่มเกษตรกรทำสวนเวียงสระพัฒนา และผู้จัดการตลาดกลางยางพาราเวียงสระ ได้ยื่นข้อเสนอให้รัฐบาลแก้ 4 ข้อด้วยกัน คือ 1.ให้รัฐบาลรับซื้อยางพาราในราคากิโลกรัมละ 120 บาท 2.ให้หน่วยงานของรัฐดำเนินการจัดซื้อให้เกษตรกรได้รับประโยชน์อย่างทั่วถึง 3.ให้รัฐบาลดำเนินการในทันที หรือให้เร็วที่สุดเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของชาวสวนยางพารา และให้รัฐบาลดำเนินการชี้แจงให้เกษตรกร ชาวสวนยางทราบภายในวันที่ 19 มิถุนายน นี้ หากไม่ได้รับคำตอบอาจจะมีการเคลื่อนไหวใหญ่ซึ่งอาจจะมีการปิดถนนและสนามบินสุราษฎร์ธานีด้วย
"ที่นายณัฐวุฒิเคยกล่าวไว้ตอนที่รับตำแหน่งใหม่ๆ ว่า ราคายางพาราต้องไม่ต่ำกว่ากิโลกรัมละ 120 บาท ยังสงสัยทำไมหลังจากนั้นมาราคาลดต่ำลงตลอด เท่ากับรัฐมนตรีหลอกลวงประชาชน" นายมนูญระบุ
ด้าน ดร.สวาท สุทธิอาคาร เกษตรและสหกรณ์จังหวัดอุบลราชธานี กล่าวว่า เมื่อวันศุกร์ที่ 15 มิถุนายน ที่ผ่านมา ได้มีการประชุมคณะอนุกรรมการบริหารโครงการพัฒนาศักยภาพสถาบันเกษตรกรเพื่อรักษาเสถียรภาพราคายางพาราระดับจังหวัดของ จ.อุบลราชธานี ได้ข้อยุติว่า ให้นำราคายางพาราในตลาดกลางของ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา มาบวกกับราคายางพาราในตลาดกลางของ จ.สุราษฎร์ธานี และนครศรีธรรมราช ได้เท่าไร มาหารด้วย 3 ได้ผลลัพธ์ออกมา ให้บวกกับเงินที่รัฐบาลสนับสนุนในราคากิโลกรัมละ 4 บาทให้ถือเป็นราคารับซื้อทั่วประเทศ และจะนำข้อสรุปเหล่านี้เสนอให้ รมช.เกษตรฯ เพื่อดำเนินการแก้ปัญหาต่อไป
ขณะที่นายอุทัย สอนหลักทรัพย์ ประธานคณะทำงานเศรษฐกิจมหภาค การเงิน การคลัง กล่าวว่า รัฐบาลอนุมัติงบประมาณ 1.5 หมื่นบาท เพื่อแทรกแซงราคายางพาราที่กำลังตกต่ำเป็นนโยบายฝนตกไม่ทั่วฟ้า ช่วยเหลือเฉพาะเกษตรกรที่เป็นสมาชิกของสหกรณ์ชาวสวนยางและกลุ่มเกษตรกรที่เป็นนิติบุคคล ขณะที่เกษตรกรชาวสวนรายย่อย และมีจำนวนมาก ไม่รับการช่วยเหลือ แต่เสียภาษีโดยเฉพาะการหักเก็บเงินสงเคราะห์ หรือ "เงินเซสส์" (CESS) ที่อ้างว่าหักจากผู้ส่งออกที่แท้ผู้ส่งออกหักเกษตรกรชาวสวนยางในราคาเดียวกัน
"ในวันศุกร์ที่ 22 มิถุนายน 2555 คณะทำงานเศรษฐกิจมหภาค การเงิน การคลัง สภาที่ปรึกษาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ จะมีการจัดสัมมนา เรื่องมาตรการเชิงรุก-เชิงรับ สำหรับสินค้าเกษตร (ยางพารา) เพื่อเตรียมพร้อมเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน เวลา 09.00-16.00 น. ณ ห้องประชุม 1 ชั้น 3 สภาที่ปรึกษาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษาฯ ถนนแจ้งวัฒนะ แขวงทุ่งสองห้อง เขตหลักสี่ กรุงเทพมหานคร เพื่อหาแนวทางแก้ปัญหาราคายางอย่างยั่งยืน ถ้าสนใจสามารถเข้าไปนั่งฟังได้ครับ" นายอุทัย กล่าว
นี่เป็นเสียงสะท้อนจากแกนนำของเกษตรกรชาวสวนยางพาราที่เรียกร้องให้รัฐบาลรีบดำเนินการอย่างเที่ยงธรรมและมาตรฐานเดียวกัน ก่อนที่ปัญหาจะลุกลามกลายเป็นประเด็นการเมืองในอนาคต
----------
ถึงเวลาที่ต้องยกระดับชาวสวนยาง
นายวิทย์ ประทักษ์ใจ ผู้อำนวยการสำนักงานกองทุนสงเคราะห์การทำสวนยาง (สกย.) กล่าวว่า ราคายางพาราที่ตกต่ำในขณะนี้เกิดมาจากหลายปัจจัยผสมโรง โดยเฉพาะหลักๆ เกิดมาจากภาวะเศรษฐกิจของกลุ่มประเทศในยุโรปไม่ว่าจะเป็นกรีซ สเปน โปรตุเกส และโปแลนด์กำลังตกต่ำอย่างหนัก รวมไปถึงภาวะเศรษฐกิจของจีนก็ทรงอยู่ ทำให้ขาดกำลังซื้อทั้งวัตถุดิบและสินค้าสำเร็จรูปที่ผลิตมาจากยางพารา ที่สำคัญไทยส่งออกยางพาราในรูปแบบของวัตถุดิบกว่า 90%
อย่างไรก็ตาม เพื่อเป็นการแก้ปัญหาในระยาว ขณะนี้ สกย.กำลังดำเนินโครงการยกระดับเกษตรกรชาวสวนยาง จากเดิมที่ชาวสวนยางพารานำผลผลิตไปขายให้แก่พ่อค้าในรูปแบบของน้ำยางสด ยางก้อนก้นถ้วย เพื่อให้เกษตรกรหันมาแปรรูปเบื้องต้นได้ อย่างน้อยจะลดขั้นตอนของพ่อค้าคนกลางที่มีการกดราคา และนำน้ำยางเหล่านี้ไปแปรรูป เพื่อกำไรอีกทอดหนึ่ง หากเกษตรกรสามารถทำเองได้ ทำให้ผลผลิตยางของเกษตรกรเพิ่มมูลค่าได้ระดับหนึ่ง
"ที่ผ่านมา สกย.มุ่งเน้นในการส่งเสริมให้เกษตรกรปลูกยางพารา ตอนนี้เรามีการพัฒนาในระดับที่ให้ความรู้ให้แก่เกษตรกรได้รู้จักดูแลต้นยาง และการกรีดยางอย่างถูกวิธี โดยมีการส่งครูยางลงพื้นที่เพื่อให้ความรู้แก่เกษตรกร และก้าวต่อไปของ สกย.กำลังจะขยับหันไปยกระดับเกษตรกรด้วยการให้ความรู้ด้านการแปรรูปเบื้องต้นจากที่เคยขายน้ำยางสด ยางก้นถ้วยให้แปรรูปเป็นยางแท่น เน้นให้เกษตรกรรวมกลุ่มและบริหารกันเอง หากเกษตรกรสามารถขายยางที่แปรรูปแล้ว และราคาจะสูงขึ้น" นายวิทย์ กล่าว
----------
(หมายเหตุ : วิกฤติราคายางพาราระลอกใหม่ งบ1.5หมื่นล้านต้องเท่าเทียมกัน : รายงานพิเศษ : โดย ... ดลมนัส กาเจ)
----------



