
'DEAR'PROGRAM:DROP EVERYTHING AND READ
หนังสือที่เธอถือมา : 'DEAR' PROGRAM : DROP EVERYTHING AND READ : โดย...ไพวรินทร์ ขาวงาม
๑.“ไม่ปล่อยวัน ผ่านไป โดยไม่อ่าน ไม่ปล่อยวาร ว่างไป โดยไม่เขียน
ไม่ปล่อยชีพ ล่วงไป โดยไม่เรียน ไม่วนเวียน เรียนไป โดยไม่คิด”
บางปี-ผมแต่งกลอนเตือนตนไว้เช่นนั้น ในชีวิต ในเวลา และใน “อ่าน เขียน เรียน คิด” หรือบางที-เวลามีผู้อ่านขอให้ลงลายมือชื่อในหนังสือของผมที่เขาซื้อมา ผมก็มักจะเขียน “อ่านหนังสือ อ่านโลก อ่านชีวิต”
อ่านมิใช่อ่านเพียงหนังสือ เขียนมิใช่เขียนเพียงอักษร เรียนมิใช่เรียนเพียงตำรา คิดมิใช่คิดเพียงทฤษฎี แต่อ่าน เขียน เรียน คิด คงรวมถึงทุกสิ่งทุกอย่างในโลกและชีวิต ผมเองมิใช่คนอ่านหนังสือทุกวัน เขียนอักษรทุกวัน แต่การดำเนินไปของชีวิตทุกวี่ทุกวัน ล้วนมีเรื่องราวให้เรียนรู้และคิดอ่านไม่รู้จบ
แค่อยู่กับบ้าน กับลูก กับเมีย ก็มีเรื่องให้อ่าน เขียน เรียน คิด มากมาย...
แค่ดูโทรทัศน์ ฟังวิทยุ อ่านหนังสือพิมพ์ คุยกับชาวบ้าน ก็มีเรื่องให้อ่าน เขียน เรียน คิด มากโข...
แค่เข้าสังคม หรือเข้าสวนดูแลต้นไม้ ก็มีเรื่องให้อ่าน เขียน เรียน คิด มากหลาย...
แค่เข้าเฟซบุ๊ก เขียนตัวเอง อ่านคนอื่น ก็มีเรื่องให้อ่าน เขียน เรียน คิด มากมี...
ในวัยที่ตัวเองติดลมการอ่านแล้ว ก็อ่านมันเท่าที่ร่างกายและจิตใจต้องการ ไม่หักโหมอ่านเพื่อจะได้อวดใครว่าเป็นผู้อ่านมาก เพราะถึงที่สุดการเขียนการอ่านน่าจะอยู่ในฐานะเครื่องมือสำหรับการใช้ชีวิต มันคงไม่ดีแน่ถ้าจะอ่านมากจนล้น จนพูดจาไม่รู้เรื่อง จนคิดว่าตัวเองเหนือคนอื่น จนพูดจาข่มคนอื่น หรืออ่านหนังสือทุกเล่มแต่ไม่ฉลาดเลยในการใช้ชีวิตประจำวัน นี่ก็เป็นเรื่องน่าเศร้าอีกชนิดหนึ่ง
บางคนเหมือนคลอดออกจากท้องของการอ่าน คือเกิดกับกองหนังสือ อยู่กับหนังสือ โตกับหนังสือ อ่านมากแต่เด็ก ความรู้เรื่องหนังสือเต็มสมอง มักของขึ้น มักร้อนวิชา แต่ไม่ค่อยได้เผชิญชีวิตจริงในภาวะที่อยู่นอกเหนือหนังสือเลย นี่ก็น่าเป็นห่วง และตัวเองพึงถอยห่างบุคคลเช่นนี้พอประมาณ
สำหรับผม-แม้บ้านเต็มไปด้วยหนังสือ แต่พยายามไม่บังคับให้ลูกหลานอ่านหนังสือ ให้เขาเห็นให้เขาอ่านตามที่เขาชอบ เขาจะเล่นกับเพื่อนกับพี่น้อง เล่นของเล่น เล่นเกม ดูการ์ตูน ก็ต้องเปิดทางให้เขาตามสมควร ความกังวลว่าลูกจะติดเกม ย่อมมีแน่นอน แต่ก็มิอาจห้าม ถ้าเขาจะขอเล่นเกม (บ้าง)
คนวัยกลางคน แก่ขึ้นทุกวัน เด็กรุ่นใหม่ๆ โตขึ้นทุกวัน สิ่งหนึ่งที่พยายามเพิ่มให้มีขึ้นทุกวัน ก็คือ ความสามารถในการทำความเข้าอกเข้าใจ รวมทั้งความสามารถในการมีเมตตา...
๒.เห็นเด็กๆ ไม่ชอบอ่านหนังสือ ลายมือไม่สวย ลายมืออ่านไม่ออก สื่อสารไม่ถูกต้อง แต่นิ้วของเขารวดเร็วเหลือเกินกับการคลิก การจิ้ม การลาก ต่อหน้าแท็บเล็ต หรือคอมพิวเตอร์ นี่ก็เป็นภาพที่ต้องคิด ต้องอ่าน...
หลายปีก่อน-ตระเวนไปตามโรงเรียนในต่างจังหวัดภาคอีสาน พบผู้อำนวยการท่านหนึ่งในโรงเรียนแห่งหนึ่งแถวชัยภูมิ ท่านทำให้เด็กนักเรียนรักการอ่านด้วยวิธีการกึ่งบังคับที่เหมาะสม
“DEAR” PROGRAM : DROP EVERYTHING AND READ
ช่วงพักเที่ยง หลังนักเรียนกินข้าวแล้ว จะมีช่วงเวลาหนึ่งประมาณ ๕-๑๐ นาที ที่นักเรียนต้องหยุดทุกอย่างเพื่อหยิบหนังสืออ่าน หนังสือจะมีวางไว้ทั้งในห้องสมุด ห้องเรียน หรือตามโต๊ะใต้ต้นไม้ในบริเวณโรงเรียน จะอ่านอะไรก็ได้ ทั้งหนังสือเล่ม วารสาร หนังสือพิมพ์รายวัน หนังสือการ์ตูน ฯลฯ
อ่านแล้ว ให้นักเรียนบันทึกประสบการณ์การอ่านนั้นลงในสมุด ปรากฏนักเรียนของผู้อำนวยการท่านนั้น กลายเป็นคนรักหนังสือ รักการอ่าน ลายมือดีขึ้น การสื่อสารดีขึ้น อย่างมากมาย
๓.วิธีการปลูกฝังให้คนรักหนังสือ รักการอ่าน คงมีหลากหลาย ตามแต่ผู้คนจะคิดขึ้น และลงมือทำ
คิดถึงผู้อำนวยการท่านนั้น ได้ข่าวท่านล่วงลับแล้ว ขอแสดงความไว้อาลัยด้วยคำของท่าน...
“พักทุกอย่าง แล้วอ่าน” แม้จะเพียงวันละไม่กี่นาที
-----------------------------------
(หนังสือที่เธอถือมา : 'DEAR' PROGRAM : DROP EVERYTHING AND READ : โดย...ไพวรินทร์ ขาวงาม)



