ไลฟ์สไตล์

อยู่ดีๆ อาจติดคุก

อยู่ดีๆ อาจติดคุก

14 มิ.ย. 2555

อยู่บ้านดีๆ ตกใจมาก ที่ประตูบ้านมีตำรวจประมาณ 6 คนมาถึงหน้าบ้าน เมื่อวันที่ 23 พฤษภาคม 2555 แล้วแจ้งว่า ต้องเชิญตัวไปให้ปากคำที่สถานีตำรวจ เพราะมีหลักฐานชัดเจนว่าอาจตกเป็นผู้ต้องหาแก๊งรูดทรัพย์นักท่องเที่ยวชาวเกาหลี ที่โรงแรมใหญ่ย่านสุขุมวิท

 จากการสอบสวนของตำรวจในเวลาต่อมา พบว่าบัตรประจำตัวของดิฉันถูกถูกกลุ่มคนร้ายปลอมแปลงบัตรไปก่อเหตุ จากหลักฐานที่ตำรวจมี พบว่า บัตรเหมือนจริงทุกอย่าง ทั้งรูปถ่ายและชื่อที่ปรากฏ ทั้งที่บัตรประชาชนอยู่กับตัวดิฉันตลอดเวลา ทำธุรกรรมต่างๆ ก็จะขีดคร่อมสำเนาบัตรประชาชนทุกครั้ง และระบุว่าใช้ทำอะไร จึงนึกไม่ออกว่าเกิดเหตุการณ์ดังกล่าวได้อย่างไร
 ดิฉันอาจโชคดี ตำรวจจับคนร้ายได้ และยืนยันได้ว่าดิฉันเป็นผู้บริสุทธิ์ ส่วนทางโรงแรมที่เจ้าหน้าที่ รปภ. ซึ่งระบุยืนยันกับตำรวจว่าดิฉันคือผู้ที่อยู่ในบัตรและหลอกชาวเกาหลีนั้น ยังคงยืนยันไม่ยอมออกหนังสือรับรองให้ว่าไม่ใช่คนร้าย ทำให้สงสัยว่าคนร้ายปลอมบัตรได้อย่างไรและกล้องวงจรปิดของโรงแรมก็ไม่เห็นหน้า หลบมุมได้ถูกต้อง ยังกะรู้ว่ามีกล้องจับอยู่ และยังมี รปภ. โรงแรมช่วยประคองช่วยเหลือกลุ่มคนร้ายแก๊งนี้ในลิฟท์ด้วย
 น่ากลัวนะคะสมัยนี้ อยู่บ้านดีๆ จะถูกจับติดคุกซะงั้น ดีว่าตำรวจ สน.สุทธิสาร จับคนร้ายได้เกือบยกแก๊ง 
ธชาษร / กรุงเทพฯ
ตอบ
 พ.ต.ต.บวรภพ สุนทรเรขา สว.ส.ทท.2 กก.1 บก.ทท. ชี้แจงว่า ตำรวจได้ทำหน้าที่สอบสวนตามหน้าที่และหลักฐานที่มีอยู่ เมื่อได้รับแจ้งจากนักท่องเที่ยวชาวเกาหลี 2 คน ว่าได้ไปเที่ยวสถานบันเทิงย่านสุขุมวิทในคืนวันที่ 19 พฤษภาคม และพาหญิงไทย 2 คนมาที่โรงแรมที่นักท่องเที่ยวพัก ต่อมาวันที่ 23 พฤษภาคม นักท่องเที่ยวชาวเกาหลีมาแจ้งความว่า เกิดเหตุคนร้ายลักทรัพย์และนำบัตรเครดิตไปรูดซื้อสินค้าไปประมาณ 3 แสนบาท
 เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ตรวจสอบที่โรงแรมและตรวจภาพจากกล้องวงจรปิด ซึ่งตามระเบียบของโรงแรมจะขอหลักฐานบัตรประจำตัวของผู้ที่มากับแขกของโรงแรม ตำรวจได้ตรวจสอบสำเนาบัตรประชาชนของหญิงทั้งสองที่ปรากฏในภาพกล้องวงจรปิด ทำให้ทราบว่าเป็นใคร จากนั้นได้ไปพบคุณธชาษรตามที่อยู่ในบัตรประชาชนและนัดหมายให้คุณธชาษรไปให้นักท่องเที่ยวชาวเกาหลีได้ยืนยันว่าเป็นคนร้ายหรือไม่
 นักท่องเที่ยวชาวเกาหลี ยืนยันว่า คุณธชาษรไม่ใช่คนร้าย
 หลังจากนั้นตำรวจได้ขอตรวจสอบบัตรประชาชนตัวจริงจากคุณธชาษรและเปรียบเทียบกับสำเนาบัตรประชาชนที่ได้จากโรงแรม พบว่าเหมือนกันทุกอย่างไม่ว่าจะเป็นใบหน้า ลักษณะการหวีปัดผม ส่วนสูง ตำรวจสันนิษฐานว่า บัตรประชาชนได้ถูกปลอมแปลง ซึ่งที่ผ่านมาเป็นลักษณะการถูกสวมบัตร แต่ครั้งนี้เป็นการปลอมบัตรประชาชน เพราะทุกอย่างเหมือนกันหมด
 ต่อมาวันที่ 24 พฤษภาคม เจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.สุทธิสาร สามารถจับกุมผู้ต้องหา 3 คน เป็นผู้หญิง 1 คน และกะเทย 2 คน โดยหนึ่งในนั้นคือคนร้ายที่ถือบัตรประชาชนของคุณรุ่งนภาเป็นคนที่ปรากฏในภาพกล้องวงจรปิดของโรงแรมคู่กับผู้ที่ถือบัตรประชาชนของคุณธชาษร ชื่อของผู้ต้องหาคือ กนกพร กิตติยา ได้ให้การกับตำรวจว่า พบบัตรประชาชนของคุณรุ่งนภาตกหล่น จึงนำมาใช้ แต่ตำรวจไม่ปักใจเชื่อ
 ตำรวจจึงแนะนำว่า เมื่อมีการนำบัตรประชาชนไปทำธุรกรรมต่างๆ ควรขีดคร่อมในสำเนาบัตรทุกครั้ง แต่ถึงอย่างนั้น การขีดคร่อมก็ยังไม่พ้นภัย เนื่องจากข้อมูลสามารถลอกเลียนได้ หรือการนำบัตรประชาชนตัวจริงไปทำธุรกรรมต่างๆ เมื่อได้ให้บัตรแล้วต้องสังเกตว่านำไปทำธุรกรรมนานผิดปกติหรือไม่
 ต่อไปนี้ต้องระมัดระวังอย่าให้บัตรประชาชนละจากสายตาเป็นอันขาด
ลุงแจ่ม