
ยาวชน'ชาวเล'เรียนรู้วิถีข่าว
ยาวชน'ชาวเล'เรียนรู้วิถีข่าว หวังสร้างพื้นที่สื่อให้ตัวเอง
เมื่อเร็วๆ นี้ โครงการพัฒนาศักยภาพและเชื่อมโยงเครือข่ายเยาวชนชาวเล จ. ภูเก็ต ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) จัดกิจกรรมอบรมนักข่าวพลเมืองให้เยาวชนที่เข้าร่วมโครงการ ณ โรงแรมไอเฟล อินน์ จ.ระนอง นายปราโมทย์ แสนสวาสดิ์ ผู้ประสานงานโครงการอธิบายว่า หลังจากเกิดสึนามิ เมื่อปี 2547 ทำให้สังคมได้รับรู้ว่า 6 จังหวัดของชายฝั่งอันดามัน มีชนเผ่าพื้นเมืองกลุ่มหนึ่งเรียกตัวเองว่า ชาวเล ซึ่งมีประชากรกระจายกว่า 30 ชุมชน รวมกว่า 10,000 คน ชาวเลส่วนใหญ่มีชีวิต เรียบง่าย แต่สังคมทั่วไปขาดความเข้าใจ จนกลายเป็นเงื่อนไขที่ส่งผลต่อการพัฒนาคุณภาพชีวิต อีกทั้งการเติบโตด้านการท่องเที่ยวยังผลให้เกิดการ รุกรานพื้นที่ที่อยู่อาศัย ชาวเลในหลายมิติ ทั้งการประกอบอาชีพ การศึกษา ที่ชาวเลเข้าไม่ถึงส่งผลให้เยาวชนรู้สึกเป็นปมด้อย ไม่มีความภาคภูมิใจในชาติพันธุ์ดั้งเดิม ซึ่งกิจกรรมดังกล่าว จะทำให้เยาวชนสามารถสะท้อนปัญหาสู่ประชาชนได้ด้วยตนเอง โดยอาศัยรายการ นักข่าวพลเมือง ของ ไทย พีบีเอส เป็นช่องทาง
“เพราะเราชื่อว่าสื่อมีพลัง การกระตุ้นให้เขาหันมาสนใจปัญหาของตนเองเป็นจุดเริ่มในการแก้ปัญหา เพราะบางครั้งสื่อมาช่วยแต่การสื่อสารอาจที่ทำให้เกิดความเข้าใจคลาดเคลื่อน เราเลยพยายามผลักดันให้เยาวชนได้เรียนรู้และเข้าใจกระบวนการข่าว ว่ามีขั้นตอนอย่างไร ซึ่งหลังจากนี้เมื่อกลับไปในพื้นที่เด็กๆ จะไปขยายความรู้สู่เพื่อนๆ ที่ไม่ได้มาเข้าร่วมและคงมีสักกลุ่มหนึ่งที่ลงมือทำอย่างจริงจัง ซึ่งต้องใช้ทักษะและเวลาอีกสักพักใหญ่” นายปราโมทย์ กล่าว
นายฉัตรชัย ประโมงกิจ ผู้เข้าร่วมกิจกรรมกล่าวว่า หลังจากแบ่งกลุ่มเพื่อลงลงพื้นที่ฝึกทำข่าวนอกจากฝนจะตกแล้วยังมีปัญหาเรื่องการขอสัมภาษณ์กับประชาชนเพราะเพื่อนๆ ไม่กล้าเข้าไปพูดคุย แต่ถือว่าเป็นประสบการณ์ที่ดีเนื่องจากจะนำไปใช้ในพื้นที่ด้วย
“อยากทำข่าวเรื่องที่อยู่อาศัยในพื้นที่ ต.ราไวย์ เพราะมีนายทุนออกเอกสารสิทธิ์แอบอ้างว่าเป็นของตัวเอง ทั้งๆ ที่บรรพบุรุษของชาวเลอยู่กันมาก่อนหลายชั่วอายุคน ตอนนี้มีการฟ้องร้องกันอยู่ ลุงเจ้าของบ้านแพ้คดี เพราะไม่รู้หนังสือ แล้วถูกนายทุนหลอกให้ประทับลายนิ้วมือในหนังสือขอเช่าที่ เลยส่งผลให้แพ้คดีในที่สุด ซึ่งตอนนี้มีคำสั่งศาลให้รื้อบ้าน ผมว่าเรื่องนี้คุกคามคนในพื้นที่อย่างหนัก แต่การทำข่าวเพื่อเผยแพร่จะช่วยเราให้คนนอกเข้าใจและรับรู้เรื่องราวของเรามากขึ้น” นายฉัตรชัย อธิบาย
นอกจากนี้ยังมีเยาวชนอีกหลายคนร่วมแสดงความเห็นว่าจะทดลองนำเสนอเรื่องราวในพื้นที่เช่นประเพณี วัฒนธรรม ขอชาวอูรัคลาโว้ย โดยส่งผ่านเว็ปไซท์ของไทยพีบีเอสเพื่อออกรายการนักข่าวพลเมืองต่อไป



