
เปิดวิสัยทัศน์:วิศวะมช.พร้อมรับเออีซี
คอลัมน์ เปิดวิสัยทัศน์ : วิศวะมช.พร้อมรับเออีซี ชูประกันการศึกษา AUNQA : จันจิรา จารุศุภวัฒน์ ... รายงาน
"คณะวิศวกรรม มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ (มช.) เป็นคณะแรกที่นำร่องการประกันคุณภาพการศึกษาหลักสูตร ASEAN University Network Quality Assurance (AUNQA) เป็นการประกันคุณภาพการศึกษาระดับอาเซียน ภายใต้เครือข่ายมหาวิทยาลัยอาเซียน (เอยูเอ็น) มี 26 มหาวิทยาลัยจาก 10 ประเทศ เป็นมหาวิทยาลัยที่ได้รับการคัดเลือกจากกระทรวงศึกษาธิการประเทศนั้นๆ ก่อนส่งให้คณะกรรมการเอยูเอ็นพิจารณา หลักสูตรของคณะวิศวกรรมศาสตร์ มช.จึงเป็น 1 ใน 4 ของตัวแทนประเทศไทย ซึ่งการประกันคุณภาพด้วยมาตรฐานดังกล่าว เป็นจุดเริ่มต้นในการทำเครดิตโมบิลิตี้ (Credit Mobility) เช่นเดียวกับประเทศในอียู ซึ่งนักศึกษาสามารถเข้าเรียนวิชาที่ต้องการในมหาวิทยาลัยต่างๆ ในภูมิภาคได้อย่างอิสระ" รศ.ดร.เสริมเกียรติ จอมจันทร์ยอง คณบดีคณะวิศวกรรมศาสตร์ มช. กล่าว
ที่ผ่านมาคณะวิศวะมีความร่วมมือทั้งในระดับกลุ่มประเทศอนุภูมิภาคลุมน้ำโขง (จีเอ็มเอส) และอาเซียน รวมทั้งประเทศจีน ญี่ปุ่น เกาหลี ทั้งการแลกเปลี่ยนบุคลากร จัดหาทุนส่งอาจารย์ไปศึกษาต่อต่างประเทศและเชิญผู้เชี่ยวชาญจากต่างประเทศ เช่น ญี่ปุ่น ที่มีความสามารถด้านเครือข่ายมาช่วยวางระบบ ซึ่งมีความร่วมมือกันมานานกว่า 4 ปีแล้ว จัดประชุมสัมมนามากกว่า 100 ครั้ง ทั้งกับองค์กรภายในประเทศและต่างประเทศ เช่น การถ่ายทอดเทคโนโลยี และการทำวิจัยร่วมในประเทศลาว เวียดนาม มาเลเซีย สิงคโปร์
ล่าสุดเป็นเจ้าภาพจัดประชุมอาเซียน ซัมมิต ซึ่งมีคณบดีคณะวิศวกรรมศาสตร์จากมหาวิทยาลัยชั้นนำในภูมิภาค เช่น ลาว พม่า จีน กัมพูชา เวียดนาม ญี่ปุ่น มาเลเซีย อินโดนีเซีย เกาหลี ฯลฯ มาแลกเปลี่ยนประสบการณ์การทำวิจัยเพื่อพัฒนาสังคมในรูปแบบ ยูเอสอาร์ ยูนิเวอร์ซิตี้ โซเชียล เรสปอนซิบิลิตี้ และการลงนามความร่วมมือเพื่อการวิจัยแบบทวิภาคี ระหว่างวันที่ 24-25 พฤษภาคม ที่ผ่านมา
นอกจากนี้ยังมีงานวิจัยที่เน้นการวิจัยเพื่อพัฒนาศักยภาพของภูมิภาคอาเซียน อาทิ โครงการ รี-ดีไซน์ โลจิสติกส์ ใน 4 เซกเตอร์ หลักสำหรับภูมิภาคอาเซียน มีโครงการพัฒนาขีดความสามารถให้นักศึกษา โดยเฉพาะด้านภาษา ได้จัดโครงการเพื่อยกระดับภาษาอังกฤษของนักศึกษา เพื่อเตรียมความพร้อมให้แก่บัณฑิตรองรับการเปิดเสรีอาเซียน เพราะหากไม่เตรียมความพร้อมเมื่อเปิดเสรีแล้วจะมีผู้คนจากสาขาอาชีพต่างๆ ในต่างประเทศหลั่งไหลเข้ามา
รศ.ดร.เสริมเกียรติ เล่าวว่า ที่ผ่านมาคณะวิศวะได้นำองค์ความรู้ไปช่วยในการศึกษาประวัติความเป็นมาและปฏิสังขรณ์ โบราณสถานและวัดต่างๆ ใน จ.เชียงใหม่ เช่น วัดป่าแดง วัดปันเสา วัดโชติการาม วัดสันทราย วัดอุโมงค์ กู่เจ้านายฝ่ายเหนือในวัดสวนดอก รวมทั้งวัดพระธาตุดอยสุเทพวรมหาวิหาร ได้ส่งนักวิชาการที่มีความรู้ด้านวิศวกรรมไปช่วยสำรวจและออกแบบการป้องกันดินสไลด์รอบบริเวณเชิงเขาที่วัดพระธาตุตั้งอยู่ และการทำรายงานการศึกษาเรื่องการทำนายการเสื่อมสภาพและวิเคราะห์ความแข็งแรงของเจดีย์เพื่อรับมือแผ่นดินไหว เพื่อนำไปมอบให้วัดต่างๆ ใน จ.เชียงใหม่ เป็นแนวทางในการทำนุบำรุงซ่อมแซม
นอกจากนี้ยังร่วมฟื้นฟูคลองแม่ข่า ซึ่งถือเป็น 1 ใน 7 ไชยมงคลของเมืองเชียงใหม่ นำแนวคิดซอฟท์เอนจิเนียริ่งใช้พืชมาช่วยในการบำบัด โดยประยุกต์จากหลักการของบึงประดิษฐ์มาใช้เพื่อช่วยฟื้นฟูคลองแม่ข่า และนำนักศึกษาไปช่วยขุดลอกอย่างน้อยปีละ 2 ครั้ง เพื่อให้นักศึกษาได้ใกล้ชิดชุมชนและรู้จัการทำงานเพื่อสังคม เข้าใจถึงสายงานและวิชาชีพที่ตัวเองได้ร่ำเรียนมาว่าต้องนำกลับมาช่วยเหลือพัฒนาชุมชน-สังคมที่ตนเองอยู่อาศัย
"เปิดมาแล้ว 42 ปี แต่ละปีผลิตบุคลากรสาขาวิศวกรรมเครื่องกล วิศวกรรมโยธา วิศวกรรมอุตสาหกรรม ไม่น้อยกว่าปีละ 600-700 คน และเกือบ 100% ที่จบไปแล้วได้งานทำทันที และภายในปี 2558 หรืออีก 3 ปีข้างหน้า อย่างน้อยๆ คลองแม่ข่าจะต้องกลับมาใสสะอาดใกล้เคียงสภาพเดิมมากที่สุด เพราะการเปิดเสรีอาเซียนจะดึงให้ผู้คนจากหลายประเทศหลั่งไหลเข้ามา เมื่อคนเข้ามาอยู่อาศัยมากๆ ย่อมกระทบสิ่งแวดล้อมได้ ต้องจัดการสิ่งแวดล้อมในชุมชนให้ดีก่อนเพื่อเป็นตัวอย่างให้คนที่หลั่งไหลเข้ามาปฏิบัติตัวถูกและอาจมาซ้ำเติมให้สิ่งแวดล้อมของเราเสียหายเข้าไปอีก จึงเป็นเรื่องเร่งด่วนสำคัญในการฟื้นฟูสิ่งแวดล้อมในชุมชน" รศ.ดร.เสริมเกียรติ กล่าวทิ้งท้าย
----------
(หมายเหตุ : คอลัมน์ เปิดวิสัยทัศน์ : วิศวะมช.พร้อมรับเออีซี ชูประกันการศึกษา AUNQA : จันจิรา จารุศุภวัฒน์ ... รายงาน)
----------



