ไลฟ์สไตล์

ธรรมชาติจัดสรรที่...ขุนเขาช่องเย็น

ธรรมชาติจัดสรรที่...ขุนเขาช่องเย็น

10 มิ.ย. 2555

ชวนเที่ยว : ธรรมชาติจัดสรรที่...ขุนเขาช่องเย็น : เรื่อง/ภาพ : ชาลี วาระดี www.oknation.net/blog/charlee

                     ป่าแม่วงก์ เป็นส่วนหนึ่งของผืนป่าตะวันตกอันกว้างใหญ่ ได้รับการประกาศให้เป็นอุทยานแห่งชาติเมื่อปี 2526 ภายใต้พื้นที่ทั้งหมด 894 ตารางกิโลเมตร ในเขต อ.ปางศิลาทอง จ.กำแพงเพชร และ อ.แม่เปิน จ.นครสวรรค์ พื้นที่ส่วนใหญ่เป็นแหล่งกำเนิดต้นน้ำลำธาร ตามเทือกเขาสูงชัน ก่อกำเนิดน้ำตกที่สวยงาม 4-5 แห่ง ทั้งเป็นต้นกำเนิดของลำน้ำแม่วงก์ที่สำคัญของจังหวัดนครสวรรค์

                     ป่าแม่วงก์ได้รับการอนุรักษ์พิทักษ์ให้เป็นอุทยานแห่งชาติ พร้อมกับการดูแลป้องกันอย่างดี ธรรมชาติได้จัดสรรให้สภาพป่าฟื้นฟูกลับคืนสู่ความสมบูรณ์ดังเดิม เป็นถิ่นอาศัยของสัตว์ป่าและนกนานาชนิด โดยเฉพาะผืนป่าดงดิบในระดับสูง เป็นเป้าหมายของนักดูนกทั้งหลาย

                     คงเป็นเรื่องน่าเสียดายมิใช่น้อยหากว่าส่วนหนึ่งของผืนป่าแห่งนี้ นั่นคือ ป่าแม่เรวา ป่าผืนสุดท้ายของนครสวรรค์ จะต้องถูกตัดแบ่งไปสร้างเขื่อนโดยที่ยังไม่ได้พิสูจน์กันอย่างชัดเจนลงไปว่า คุ้มค่าหรือไม่กับการเสียพื้นที่ธรรมชาติ และโครงการสร้างเขื่อน เป็นคำตอบสุดท้ายในการแก้ปัญหาภัยแล้งจริงหรือ

                     คนรักนก ย่อมต้องรักป่าเป็นพิเศษ ไม่ใช่เพราะป่าเป็นถิ่นที่อยู่อาศัยของนกเท่านั้น แต่ป่าเป็นศูนย์รวบรวมความอุดมสมบูรณ์ แล้วแบ่งปันให้แก่ดิน น้ำ  และอากาศ มนุษย์จึงควรใช้ทรัพยากรธรรมชาติอย่างยั่งยืนเพื่อประโยชน์ในระยะยาว หากไร้ป่า มนุษย์คงม้วยมรณาลงสักวันหนึ่ง
 บนยอดเขาสูงที่ระดับ 1,340 เมตร จากระดับน้ำทะเล มีช่องเขาพร้อมลานกว้างประมาณ 1 สนามฟุตบอล ปรากฏเด่นเป็นสง่าเมื่อเทียบกับยอดเขาข้างเคียง ลานกว้างบนยอดเขาแห่งนี้ เป็นที่รู้จักกันดีในนาม "ช่องเย็น"

                     หากใครเป็นนักเดินป่าหรือนักเสพอากาศหนาวตัวยงแล้ว หากเอ่ยปากว่าไม่เคยรู้จักช่องเย็นมาก่อน ก็บอกได้เลยว่า ในชีวิตนักผจญความหนาวของคุณนั้น ยังไม่สมบูรณ์แบบอย่างแน่นอน

                     นอกจากอากาศที่เย็นเฉียบแล้ว ช่องเย็นยังขึ้นชื่อลือชาว่า เป็นแหล่งอาศัยแบบชุกชุมของ "ตัวคุ่น" แมลงตัวเล็ก ๆ น่ารักน่าชัง ที่ชอบบินแบบเงียบฉี่มาเกาะผิวหนังมนุษย์ แล้วดูดเลือดกินเป็นอาหาร เป็นแมลงที่มาเร็ว- ไปเร็ว มารู้ตัวอีกทีก็โดนกัดเป็นตุ่มห่อเลือดสีแดงเล็กๆ ตามเนื้อตัวเข้าเสียแล้ว

                     แน่นอนว่า ป่าแม่วงก์โดยเฉพาะช่องเย็น ไม่ได้มีเพียงขุนเขา ความหนาวเย็น หรือตัวคุ่น แต่มีสถานะพิเศษอย่างยิ่ง คือ เป็น แหล่งดูนกชั้นแนวหน้า ของฟ้าเมืองไทย ด้วยจำนวนนกที่มีโอกาสพบได้ไม่ต่ำกว่า 300 ชนิด   นกที่โดดเด่นสุด ที่ทุกคนปรารถนาใคร่ประสบพบพายามไปช่องเย็นมากที่สุด คงไม่พ้นไปจาก นกเงือกคอแดง และ นกกะเต็นขาวดำใหญ่ เป็นแน่แท้

                     ผมไม่ทราบว่า ถนนสาย 1117 คลองลาน-อุ้มผาง ที่เคยเรียกขานกันว่า "ถนนสายความมั่นคง" มีจุดเริ่มต้นตรงไหน แต่ทราบว่า ถนนที่ยังไม่เสร็จเส้นนี้ มีจุดสิ้นสุด ณ กิโลเมตรที่ 115 โดยช่องเย็นตั้งอยู่ในกิโลเมตรที่ 93  นับจากจุดนี้ อุทยานแห่งชาติแม่วงก์ไม่อนุญาตให้ยานพาหนะใดๆ เล็ดลอดผ่านเข้าไปได้

                     ระหว่างทางขึ้นช่องเย็นในช่วงเช้าตรู่ ถนนลาดยางวกวนคดเคี้ยวเหมือนขับรถขึ้นเขาวงกต วิวสองทางข้างที่เบื้องบนปกคลุมด้วยไม้ใหญ่ เบื้องล่างเรียงรายด้วยดงหญ้าคาและสาบเสือ ช่วยเตือนให้รำลึกถึงอดีตเมื่อครั้งมาเยือนที่นี่ถึง 2 คำรบ ความทรงจำแห่งขุนเขา สายหมอก และความเย็นยะเยือก ปรากฏขึ้นในความลางเลือนของทิวเขาเบื้องหน้าที่มีหมอกปกคลุม

                     หยุดดูนกกันระหว่างทางหลายครั้ง บล็อกเกอร์ Plains-wanderer ชี้ชวนให้บล็อกเกอร์อังศนาและผม ดูนกจาบปีกอ่อนสีตาลฝูงใหญ่ ทั้งตัวผู้และตัวเมีย เกาะกินเมล็ดหญ้าอยู่บนเนินเขาลูกหนึ่ง และ นกกระเบื้องผา ที่เกาะกิ่งไม้ตามไหล่ถนน ทำตัวเนียนกลมกลืนกับธรรมชาติ

                     หลังจากเก็บภาพ "นกรับแขก" ที่ออกมาโชว์ตัวต้อนรับพวกเราตามสุ่มทุ่มพุ่มไม้ หรือพงหญ้ารกริมราวป่า เท่าที่จำได้มี นกกะรางหัวแดง กะรองทองแก้มขาว นกติ๊ดแก้มเหลือง นกปรอดหัวตาขาว นกมุ่นรกตาแดง นกแว่นตาขาวสีทอง นกแว่นตาขาวสีข้างแดง นกแว่นตาเหลืองพันธุ์จีน นกเอี้ยงถ้ำชนิดอพยพ นกภูหงอนหัวน้ำตาลแดง นกอีเสือหลังเทา นกพญาไฟใหญ่ นกพญาไฟคอเทา นกภูหงอนพม่า นกอินทรีดำ นกจับแมลงคอสีน้ำเงินเข้ม นกขมิ้นแดงชนิดประจำถิ่น และนกกระจิ๊ดอีกหลายชนิด

                     ต้นมันปูหลายสิบต้นออกผลสุกสีส้มเล็กๆ ราวกับไข่ปลาทั่วทั้งช่องเย็นแน่นอนว่า ผลมันปูย่อมดึงดูดความสนใจจากบรรดาปักษีปักษา ทั้งนกกินเจและนกกินแมลงกินหนอน ที่มาร่วมกันสร้างมหกรรมปาตี้ลูกมันปูกันอย่างครื้นเครง ระหว่างนั่งเฝ้าต้นมันปูเล็กๆ ต้นนี้ เห็น นกกะรองทองแก้มขาว นกกะรางหัวแดง นกเอี้ยงถ้ำ และ นกจับแมลงคอสีนำเงินเข้ม มาใช้บริการ

                     อีกตัวที่น่าสนใจคือ นกหัวขวานด่างหัวแดงอกลาย ที่เราพบบริเวณปากทางเข้าเทรลถนนเก่า กระโดดไปตามต้นไม้ ใช้ปากเคาะเจาะเปลือกไม้แห้ง ดังโป๊กๆๆๆ หาแมลงกินเป็นอาหาร ตามวิถีทางที่ธรรมชาติจัดสรรให้

                     ริมผาที่หญ้าคาและไม้ใหญ่น้อยขึ้นปกคลุม มีกอกล้วยป่าขึ้นอยู่ดงใหญ่ เราแว่วเสียง นกปลีกล้วยเล็ก และ นกปลีกล้วยลาย มันคงกำลังดูดกินน้ำหวานจากดอกปลีกล้วยสีม่วงนั่นเอง

                     มื้อค่ำ เราเสิร์ฟเมนูเด็ดด้วย โบโลนญ่าไวส์ซอส ร้อนๆ ซึ่งเข้ากันได้ดีกับอุณหภูมิเย็นๆ ของที่นี่ เพื่อนร่วมทางทั้งสองเอ่ยชมไม่ขาดปากว่า อร่อยมากๆ

                     นักดูนกมีนิสัยเหมือนกันประการหนึ่งนั่นคือ ตื่นนอนแต่เช้ามืด ตั้งแต่ไก่เถื่อนยังไม่ทันได้โห่ปลุกคนเมือง อรุณรุ่งวันนี้ที่ลานกางเต็นท์ช่องเย็นก็เช่นกัน เราตื่นตั้งแต่ตีห้าครึ่ง อุณหภูมิยังเย็นเฉียบอยู่ แต่ไม่เท่ากับช่วงตี 3 ตี 4 ที่เรียกว่าหนาวยะเยือกกันเลยทีเดียว

                     จัดแจงล้างหน้าล้างตา แปรงฟัน ตั้งหม้อต้มกาแฟสด จะมีอะไรดีไปกว่าการนั่งจิบกาแฟร้อนๆ หอมกรุ่นกลิ่น กลางป่ากลางเขา กับอุณหภูมิเย็น ๆ รอฟังเสียงซิมโฟนีจากวิหคนกกาที่ตื่นขึ้นมารับรุ่งอรุณวันใหม่เช่นเดียวกับมนุษย์เรา แล้วก็คลุมหน้า คลุมตา คลุมแขน คลุมขา ป้องกันคุ่นน้อยกลอยใจ เพื่อออกไปดูนกกันในช่วงเช้า

                     นัดหมายกับเพื่อนนักดูนก 2 ท่าน ว่าจะออกไปสำรวจหา นกจาบปีกอ่อน (Bunting) ในจุดที่เป็นทุ่งหญ้าสูงระหว่างทางขึ้นช่องเย็น มีความเป็นไปได้ที่เราอาจพบนกจาบปีกอ่อนชนิดใดชนิดหนึ่งอาศัยหากินอยู่บริเวณนี้ นอกเหนือจากเจ้าจาบปีกอ่อนสีตาลที่เราเห็นแต่ช่วงขาขึ้นเช้าวันวาน

                     เรามาถึงปากทางเข้าหน่วยจัดการต้นน้ำแห่งหนึ่งของอุทยานแห่งชาติแม่วงก์ ด้านข้างของทางเข้าเป็นหุบเหวลึกที่ทอดตัวยาวสู่เบื้องล่าง ตามไหล่เขา มีทุ่งหญ้าผืนใหญ่แผ่อาณาเขตกว้างขวาง เลยออกไปมีต้นทองหลางป่ากำลังออกดอกสีส้มแจ๊ด และพญาเสือโคร่งต้นย่อมๆ ผลิดอกสีชมพูหวานซึ้ง สภาพป่าโปร่ง ไม่รกทึบ สายลมชุ่มฉ่ำ อากาศเย็นสบาย นกร้องขันขาน

                     ทุ่งหญ้าในอุทยานแห่งชาติแม่วงก์ พบกระจัดกระจายไปตามป่าประเภทต่างๆ เกิดจากการบุกรุกแผ้วทางของชาวเขาเผ่าต่างๆ ที่เคยอาศัยอยู่ในพื้นที่ สังคมพืชที่ขึ้นทดแทนพืชดั้งเดิม ได้แก่ หญ้าคา หญ้านิ้วหนู เลา สาบเสือ ลำพูป่า หว้า ติ้วแดง และงิ้วป่า

                     เดินลึกลงไปยังจุดด้านล่างตามทางเดิน เราพบ นกจาบปีกอ่อนสีกุหลาบ นกจาบปีกอ่อนสีตาล นกขมิ้นปากเรียว นกเขียวก้านตองท้องสีส้ม นกกะลิงเขียดสีเทา นกปรอดหัวโขน นกยอดหญ้าสีดำที่มีอีกชื่อว่า นกขี้หมา และนกอื่นๆ อีกหลายชนิด

                     ยามตะวันเริ่มยอแสง เราจึงออกจากช่องเย็น ระหว่างทางลงขุนเขา เมื่อรถวิ่งลงถึงช่วงป่าเบญจพรรณสลับป่าไผ่ใกล้ระดับพื้นราบ ช่างโชคดียิ่งนักที่ ฝูงไก่ฟ้าหลังเทา 6-7 ตัว ออกมาหากินเมล็ดพืชริมป่าก่อนจะเดินเข้าพงหญ้าไปเมื่อยานพาหนะแล่นผ่าน ต่างก็เก็บภาพมาได้ด้วยความตื่นเต้น
 ช่างเป็นนกที่สวยและสง่างามนัก ยามเยื้องย่าง กรีดกรายปีกทั้งสอง

                     นี่คือความแตกต่างระหว่าง นกในป่ากับนกในกรง ที่ปรารถนาให้ได้มาชมกันนัก แล้วจะรู้ว่า นกที่ธรรมชาติจัดสรรให้นั้นมีมนต์ขลังขนาดไหน

------------------------------

(ชวนเที่ยว : ธรรมชาติจัดสรรที่...ขุนเขาช่องเย็น : เรื่อง/ภาพ : ชาลี วาระดี www.oknation.net/blog/charlee)