ไลฟ์สไตล์

สบปราบพิทยาคม ที่ 1'ปล่อยของ'

สบปราบพิทยาคม ที่ 1'ปล่อยของ'

09 มิ.ย. 2555

สบปราบพิทยาคม ที่ 1'ปล่อยของ' พลังบวรสร้างสรรค์ พัฒนาชุมชน

                “โครงงานจิตอาสาฯ ของเรา นอกจากจะร่วมทำนุบำรุงศาสนา ปลูกฝังจิตสำนึกที่ดีให้แก่นักเรียนในโรงเรียนและชุมชน รวมถึงการสร้างสรรค์สิ่งดีๆ ให้แก่ชุมชนแล้ว ยังเป็นการลดช่องว่างระหว่างเด็กกับผู้ใหญ่ ให้ได้เรียนรู้ความคิด ทัศนคติซึ่งกันและกัน และเปิดโอกาสให้นักเรียนได้เรียนรู้วิถีชีวิต และร่วมสืบสานภูมิปัญญาของท่านผู้ใหญ่ในชุมชน ทำให้สังคมเล็กๆ ของเราเข้มแข็งและมีความเป็นน้ำหนึ่งในเดียวกันขึ้นอีกด้วยค่ะ" น.ส.ศิริพร กล่าว

                น.ส.ศิริพร พรมใจมา หรือ “กวาง” นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 โรงเรียนสบปราบพิทยาคม จ.ลำปาง เจ้าของโครงงาน “จิตอาสาพัฒนาท้องถิ่น พุทธชยันตี 2600 ปี” ซึ่งได้รับรางวัลชนะเลิศการประกวดสุดยอดโครงงาน “ปล่อยของ” ที่สำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา (องค์การมหาชน) หรือ สมศ. จัดขึ้นทุกปีอธิบายโครงงานว่า เป็นการนำพลังของ “บวร” ซึ่งย่อมาจาก บ้าน วัด โรงเรียน มาบูรณาการร่วมกันเพื่อพัฒนาชุมชนและสังคม ทั้งในแง่การพัฒนาทางโครงสร้าง สิ่งแวดล้อม อนุรักษ์ภูมิปัญญาท้องถิ่น และการพัฒนาทางด้านจิตใจด้วยการปลูกฝังทัศนคติการมีจิตอาสาให้แก่นักเรียนทุกระดับชั้นในโรงเรียน สามารถรวมใจคนในชุมชนให้เป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันเพื่อการพัฒนาชุมชนอย่างยั่งยืนได้ จึงได้รับรางวัลชนะเลิศ

                ศ.ดร.ชาญณรงค์ พรรุ่งโรจน์ ผู้อำนวยการสมศ. บอกว่า สมศ.จัดกิจกรรมเครือข่ายคุณภาพขึ้นทุกปี โดยเฉพาะการประกวดสุดยอดโครงงานปล่อยของที่มีนักเรียนระดับมัธยมศึกษาตอนปลายร่วมนำเสนอโครงงานคุณภาพถึงกว่า 100 โครงงาน เป็นโครงการที่สามารถนำมาปฏิบัติได้จริงและเป็นประโยชน์ต่อสังคมและชุมชนของพวกเขาเอง โดย

                “โครงงานจิตอาสาพัฒนาท้องถิ่น พุทธชยันตี 2600 ปี” จากโรงเรียนสบปราบพิทยาคม จ.ลำปาง ที่ได้รางวัลชนะเลิศ เป็นโครงการที่มีประโยชน์อย่างมาก และสามารถรวมใจคนในชุมชนให้เป็นน้ำหนึ่งในเดียวกันเพื่อการพัฒนาชุมชนอย่างยั่งยืนได้

                น.ส.ศิริพร เสริมว่า ได้รับความร่วมมือจากโรงเรียน วัดในชุมชน และผู้ใหญ่ในชุมชน และได้รับการสนับสนุนด้านงบประมาณจาก สมศ. ดำเนินงานโดยเชิญกลุ่มจิตอาสาจากนักเรียนในท้องถิ่น 46 หมู่บ้าน จาก 4 ตำบล ร่วมจัดกิจกรรมหลักทุกๆ วันพระ 15 ค่ำ ในทุกพื้นที่ ตอนเช้าเป็นการทำบุญตักบาตร ตอนบ่ายศึกษาเรียนรู้ภูมิปัญญาวัฒนธรรมท้องถิ่น เช่น การแกะสลักไม้ การประดิษฐ์สิ่งของต่างๆ จากปราชญ์ชุมชน หรือร่วมกิจกรรมพัฒนาชุมชนร่วมกับพระ ผู้นำชุมชน และชาวชุมชนนั้นๆ เช่น การสร้างฝายกันน้ำ การสร้างห้องสมุด ฯลฯ เปิดโอกาสให้นักเรียนได้เรียนรู้วิถีชีวิต และร่วมสืบสานภูมิปัญญาของท่านผู้ใหญ่ในชุมชน ทำให้สังคมเล็กๆ ของเราเข้มแข็งและมีความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน

                สำหรับโครงงานที่ได้รับรางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 ได้แก่ “โครงงานลำน้ำบังกำลังสะอื้น ร่วมพลิกฟื้นคืนชีวิตลำน้ำบัง” จากโรงเรียนพระซองสามัคคีวิทยา จ.นครพนม ที่เกิดขึ้นด้วยแนวความคิดในการอนุรักษ์ลำน้ำบัง ซึ่งนับเป็นแม่น้ำสายหลักของชุมชน โดยจัดทำขึ้นเพื่อร่วมปลูกจิตสำนึกให้นักเรียน เยาวชน และประชาชนทั่วไปในชุมชนมีความรู้ ความเข้าใจ และมีส่วนร่วมในการดูแลรักษาความสะอาดและขจัดมลภาวะทางน้ำในลำน้ำบัง พร้อมกับการสร้างเครือข่ายในการดูแลรักษาความสะอาดของลำน้ำบัง หรือห้วย หนอง คลอง และสภาพแวดล้อมข้างเคียง

                ในส่วนของโครงงาน “สำแดงความดี วิถีชุมชน สร้างคน พัฒนาชาติ” จากโรงเรียนบัวเชดวิทยา จ.สุรินทร์ ซึ่งได้รับรางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2 เป็นโครงการที่เชิดชูบุคลากรที่ดีของชุมชน โดยนักเรียนเจ้าของโครงงานเป็นผู้นำในการสำรวจครูและเพื่อนในโรงเรียนที่นักเรียนประทับใจ รวมถึงทำการสำรวจภาคสนามสืบค้นผู้มีความรู้ ความสามารถในชุมชนต่างๆ รวม 21 ด้านจาก 5 ตำบล เพื่อนำมาเป็นแบบอย่างให้นักเรียนและคนในชุมชนได้เรียนรู้ และสามารถนำแนวความคิดที่ดีเหล่านั้นมาประยุกต์ใช้ให้เกิดประโยชน์แก่ตนเองและสังคม ซึ่ง สมศ.จะจัดกิจกรรมสร้างเครือข่ายคุณภาพเช่นนี้ต่อไปในอนาคต เพื่อให้เกิดบุคลากร และสังคมที่มีคุณภาพ รวมถึงเกิดการพัฒนาอย่างยั่งยืน