
ป่าไม้ร่วมฟื้นฟูอนุรักษ์ดินและน้ำ
ป่าไม้ร่วมฟื้นฟูอนุรักษ์ดินและน้ำ ปลูกป่าสร้างฝายป้องกันอุทกภัย : โดย ... ปารมี ปานงาม
ความเสียหายมหาอุทกภัยเมื่อปลายปี 2554 ตั้งแต่ภาคเหนือถึงภาคกลางและกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ส่งผลให้ภาคเกษตรและภาคอุตสาหกรรมเกิดความเสียหายมหาศาล จากนั้นผู้เชี่ยวชาญด้านทรัพยากรน้ำจากทุกสาขาจึงมองถึงสาเหตุ ที่มาจากการสูญเสียพื้นที่ป่าไม้ที่จะรองรับปริมาณน้ำฝนไม่ให้ไหลบ่าลงสู่พื้นที่ต่ำอย่างรวดเร็ว โดยต้นน้ำ กลางน้ำและปลายน้ำเพื่อการกักเก็บน้ำและการชะลอของน้ำ ครั้งนี้ จ.เชียงใหม่ โดยกรมป่าไม้ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม จึงมีโครงการฟื้นฟู การอนุรักษ์ป่าและดิน การทำฝาย เนื่องในวันต้นไม้ประจำปีของชาติ เพื่อปลูกจิตสำนึกในการอนุรักษ์ป่าไม้
ปรีชา เร่งสมบูรณ์สุข รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กล่าวว่า จ.เชียงใหม่ มีพื้นที่ 12.5 ล้านไร่ ทางคณะรัฐมนตรีมีมติในการจัดโครงการนำร่องใน 8 ลุ่มน้ำหลักได้แก่ ปิง วัง ยม น่าน ป่าสัก สะแกกรัง และเจ้าพระยา เพื่อทำฝายถาวรและกึ่งถาวรทั้งหมด 2,810 แห่ง แล้วเสร็จภายใน 60 วัน โดยเร่งดำเนินการทำฝายชะลอน้ำและกักเก็บน้ำที่ต้นน้ำ แต่ละจุดมีการบอกพิกัดของฝายเพื่อเป็นการตรวจสอบได้ง่าย ฝายถาวรเป็นการกักเก็บน้ำไว้ใช้ ฝายแบบกึ่งถาวรจะเป็นการชะลอน้ำไหลลงสู่ที่ต่ำ และสิ่งที่ต้องทำต่อมาคือการเพาะต้นกล้าและปลูกหญ้าแฝกในพื้นที่ จ.เชียงใหม่ โดยแบ่งออกเป็นกล้าไม้ทั่วไปทั้งหมด 7,649,400 ต้น กล้าไม้ใหญ่ 1,036,724 ต้น และหญ้าแฝก 5 หมื่นต้น การปลูกนี้ก็เพื่อเป็นการป้องกันหน้าดินถล่มได้
อาจู ชาวอาข่าที่อาศัย ณ บ้านสีดงเย็น อ.แม่เตง จ.เชียงใหม่ บอกว่า เดิมบ้านสีดงเย็นขาดแคลนน้ำมาก ยิ่งถ้าเดือนธันวาคม-มิถุนายน ชาวบ้านไม่มีน้ำใช้ ซึ่งเป็นปัญหาสำหรับพวกเรามาก น้ำดื่มต้องไปต่อท่อจากภูเขา ส่วนน้ำใช้อุปโภคก็ต้องรวมตัวไปที่วัดสีดงเย็น เพื่อไปอาบน้ำและซักผ้า โดยที่วัดมีบ่อน้ำเพียงบ่อเดียวพวกเราก็ต้องแบ่งๆ กันใช้ ทั้งนี้ในหมู่บ้านยังปลูกข้าวโพดและทำนา ถ้ามีฝายจะได้เก็บกักน้ำไว้ใช้ นอกจากการอุปโภคและบริโภคแล้วยังใช้เพื่อการเกษตรได้อีกด้วย ไม่เพียงเชียงใหม่เท่านั้นที่เกิดปัญหาการบุกรุกป่าต้นน้ำ จ.แม่ฮ่องสอน ซึ่งมีพื้นที่ที่เป็นป่า 90% ของทั้งจังหวัด โดยสภาพป่าเป็นที่พื้นที่อุดมสมบูรณ์ แต่ปัจจุบันมีการบุกรุกทำลายป่าด้วยเช่นกัน
ส่วน ประหยัด ดาวราม ผู้อำนวยการสำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้จังหวัดแม่ฮ่องสอน ระบุว่า ไม้สักถูกโค่นจำนวนมากโดยเฉพาะที่ป่าสงวนมีทั้งหมด 9 ป่า รวมเนื้อที่ป่าสงวนทั้งหมด 6,988,528 ไร่ ได้แก่ ป่าสะวิน ป่าแม่สุรินทร์ ป่าแม่ยวมฝั่งขวา ป่าแม่ยวมฝั่งซ้าย แปลง 2 ป่าแม่ยวมตอนล่าง ป่าแม่ยวมฝั่งแปลง 1 ป่าแม่ปายฝั่งขวา ป่าแม่ปายฝั่งซ้ายตอนบน และป่าแม่เงา-แม่สำเพ็ง โดยทั้งหมดนเริ่มสูญเสียป่าไม้หรือถูกลักลอบตัดไม้ที่อยู่ในพื้นที่ป่าสงวน ที่ผ่านมาสามารถจับกุมได้ทั้งหมด 6 คดี เป็นไม้สักแปรรูป 1,313 แผ่น ไม้สักท่อน 94 ท่อน ทั้งหมดนี้จับได้ที่ป่าสะวิน อ.สบเมย จ.แม่ฮ่องสอน และยังมีอีกมากในจังหวัดใกล้เคียง
นับเป็นก้าวสำคัญของกรมป่าไม้ในการปลูกป่าสร้างฝายเพื่อการฟื้นฟูอนุรักษ์ดินและน้ำ นอกเหนือจากภารกิจหลักในการคุ้มครองป่าต้นน้ำ เพื่อไม่ให้ป่าถูกทำลายจากการลักลอบตัดไม้ของผู้มีอิทธิพล
----------
(หมายเหตุ : ป่าไม้ร่วมฟื้นฟูอนุรักษ์ดินและน้ำ ปลูกป่าสร้างฝายป้องกันอุทกภัย : โดย ... ปารมี ปานงาม)
----------



