ไลฟ์สไตล์

สูงวัยอย่างไร้โรค

สูงวัยอย่างไร้โรค

06 มิ.ย. 2555

รู้จักและเข้าใจโรคที่มาพร้อมกับวัยที่เพิ่มขึ้น เพื่อชีวิตที่ยืนยาวอย่างมีคุณภาพ ร่างกายคนเราชราลงไม่เท่ากัน เพราะฉะนั้นจะดูที่อายุอย่างเดียวคงไม่ได้ ส่วนใหญ่การเสื่อมถอยของร่างกายมักจะเริ่มเมื่ออายุย่างเข้า 40 แต่แน่นอนว่าความเร็วช้าของการเสื่อมถอยในแต

 ทั้งนี้ โรคภัยไข้เจ็บดูจะเป็นความเสื่อมถอยที่เห็นได้ชัดที่สุด สามารถแบ่งกลุ่มของโรคในผู้สูงวัยออกได้เป็น 2 กลุ่มใหญ่ๆ นั่นคือ กลุ่มของโรคที่มีความเสี่ยงมากขึ้นเมื่ออายุมากขึ้น เช่น โรคที่เกี่ยวข้องกับหลอดเลือด และกลุ่มของโรคที่เกิดเฉพาะในผู้สูงวัยเท่านั้น เช่น โรคกระดูกพรุน และสมองเสื่อม
โรคในหลอดเลือด
 กลุ่มโรคที่เกี่ยวข้องกับหลอดเลือด เช่น โรคเบาหวาน โรคความดันโลหิตสูง โรคหลอดเลือดหัวใจ และโรคหลอดเลือดในสมองนั้น ไม่ได้มีสาเหตุมาจากอายุโดยตรง แต่เป็นผลมาจากการละเลยการดูแลสุขภาพเป็นเวลานาน ไม่ว่าจะเป็นพฤติกรรมการบริโภคที่ไม่เหมาะสมหรือการขาดการออกกำลังกาย จนทำให้เกิดการสั่งสมของน้ำตาลและคอเลสเตอรอลในกระแสเลือด ซึ่งการลดความเสี่ยงของโรคกลุ่มนี้สามารถทำได้โดยการไม่รับประทานอาหารจำพวกแป้งหรือไขมันมากเกินไปและออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ
 อาหารที่ผู้สูงอายุมักมองข้ามไปคืออาหารจำพวกโปรตีน เพราะคิดว่าอายุก็มากแล้วไม่อยากกินเนื้อสัตว์ซึ่งเคี้ยวยากย่อยยาก แต่ความจริงคือกล้ามเนื้อหรือเซลล์สมองที่ฝ่อลงนั้นต้องการโปรตีนมาบำรุง หากไม่เพียงพอก็จะทำให้สุขภาพถดถอยเร็วยิ่งขึ้น
 ทั้งนี้ ผู้สูงอายุที่มีอาการของโรคเหล่านี้ควรเลือกรับประทานโปรตีนจากถั่วหรือปลาแทนที่จะเป็นเนื้อ หมู ไก่ เพราะใยอาหารจากถั่วจะช่วยในเรื่องการขับถ่าย ทำให้ร่างกายระบายคอเลสเตอรอลและจัดระดับน้ำตาลในเลือดได้ดีขึ้น ส่วนปลาก็มีไขมันที่เรียกว่าโอเมก้า 3 ซึ่งเป็นไขมันดีที่เชื่อว่าสามารถช่วยลดระดับคอเลสเตอรอลในเลือดได้อีกด้วย
โรคของกระดูก
 ผู้หญิงต้องระวังโรคนี้เป็นพิเศษ เพราะมีโอกาสเสี่ยงมากกว่าผู้ชาย โดยธรรมชาติแล้วผู้หญิงมีกระดูกที่บางกว่าผู้ชายอยู่แล้ว นอกจากนี้ผู้หญิงยังมีระยะหมดประจำเดือน ซึ่งฮอร์โมนเพศซึ่งที่เป็นสารช่วยบำรุงกระดูกขาดหายไปอย่างกะทันหัน ทำให้กระดูกบางลงอย่างรวดเร็ว ในผู้ชายนั้น ฮอร์โมนเพศจะค่อยๆ ลดลงอย่างช้าๆ ตามวัย หรืออาจไม่ลดลงเลยในบางคน
 อันตรายของโรคกระดูกพรุนคือการที่โรคนั้นแทบไม่มีสัญญานบ่งชี้เลย ผู้ป่วยส่วนใหญ่จึงมักไม่รู้ตัวว่าเป็นโรคอยู่ทั้งๆ ที่กระดูกอาจจะบางไปมากแล้ว จนกระทั่งเกิดหกล้มกระดูกหักขึ้นมา ดังนั้นการบำรุงกระดูกตั้งแต่เนิ่นๆ จึงเป็นสิ่งจำเป็น เพราะจะช่วยลดความเสี่ยงและความรุนแรงของโรคได้เป็นอย่างดี
 ในการเสริมสร้างสุขภาพกระดูกให้แข็งแรงนั้น ผู้สูงอายุควรได้รับแคลเซียมอย่างน้อยประมาณ 1,000 มิลลิกรัมต่อวัน ซึ่งคนส่วนใหญ่มักได้รับไม่ถึง แม้ว่าจะเน้นรับประทานอาหารที่มีแคลเซียมอย่างนม ถั่ว ผักใบเขียว เต้าหู้ ปลา แล้วก็ตาม นั่นเป็นเพราะว่าคนไทยส่วนใหญ่ โดยเฉพาะผู้สูงวัยมักไม่นิยมดื่มนมซึ่งเป็นแหล่งแคลเซียมสำคัญ ซึ่งในกรณีนี้แพทย์อาจแนะนำให้รับประทานอาหารเสริมแคลเซียมเพิ่มเติม
ผู้สูงวัยกับการใช้ยา
 ผู้สูงอายุควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญอาจเป็นแพทย์หรือเภสัชกร เพื่อดูยาทั้งหมดว่าชนิดใดจำเป็นหรือไม่ และสามารถรับประทานด้วยกันได้หรือเปล่า นอกจากนี้ ทุกครั้งที่ไปพบแพทย์ ควรแจ้งให้แพทย์ทราบว่ากินยาอะไรอยู่ เพื่อไม่ให้เกิดการกินยาซ้ำซ้อน ทั้งนี้ ผู้สูงอายุควรระมัดระวังการรับประทานยาบางชนิดเป็นพิเศษ เช่น ยาแก้อักเสบจำพวก NSAID ไม่ว่าจะเป็น แอสไพริน หรือไอบูโพรเฟน เนื่องจากมีผลข้างเคียงรุนแรงทั้งกัดกระเพาะ ทำให้ความดันโลหิตสูง และมีผลต่อตับไต
 ผู้ที่มีความจำเป็นต้องใช้ยาจึงควรอยู่ในการกำกับดูแลของแพทย์และไม่ควรใช้ต่อเนื่องเป็นเวลานาน
 ตัวยาอีกกลุ่มหนึ่งที่ควรระวังคือ ยาจำพวกยาแก้หวัด แก้แพ้ และยานอนหลับบางชนิด ซึ่งมีผลต่อสมอง หากได้รับมากเกินไปก็อาจทำให้เกิดอาการเบลอ หรือง่วงจนหกล้มบาดเจ็บได้ ยิ่งหากเป็นยานอนหลับชนิดออกฤทธิ์รุนแรงอย่างไดอาซีแปมนั้น หากรับประทานติดต่อกันนานๆ ก็อาจทำให้สมองฝ่อ หรือมีอาการซึมเศร้าได้
พญ.ลิลลี่ ชัยสมพงษ์
โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ โทร.0-2667-1000