
เปิดประสบการณ์ใหม่ได้อะไรมากกว่า'เดิน'
ศิลปวัฒนธรรม : เปิดประสบการณ์ใหม่ ได้อะไรมากกว่า 'เดิน'
"จากที่ทางเดินโค้งระหว่างชั้น 7-9 ของหอศิลป์กรุงเทพฯ ถูกปล่อยทิ้งไว้อย่างเปล่าประโยชน์ ยิ่งถ้าช่วงไหนที่ไม่มีนิทรรศการจำนวนผู้ชมจะลดลงมาก และไม่ค่อยได้ขึ้นไปชั้นบน ทั้งที่ชั้น 8 และชั้น 9 ยังมีนิทรรศการน่าสนใจรออยู่" เป็นที่มาให้หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร นำเสนอนิทรรศการ "ดีที่เดิน" โดยออกแบบพื้นที่ทางเดินระหว่างชั้น 7-9 ของห้องนิทรรศการหลัก เพื่อสร้างประสบการณ์ที่แปลกใหม่ในการเดินให้แก่ผู้ชม ผ่านผลงานการออกแบบ 5 สาขา ได้แก่ ศิลปะจัดวาง งานออกแบบตกแต่งภายในและงานออกแบบสิ่งทอ งานออกแบบและนำเสนอด้วยภาพ งานออกแบบและแสงเงา และงานออกแบบเฟอร์นิเจอร์
เจ้าของสถานที่ พิชญา ศุภวานิช หัวหน้าฝ่ายนิทรรศการ หอศิลป์กรุงเทพฯ กล่าวว่า ทุกวันนี้ทางเดินโค้งระหว่างชั้น 7-9 ถูกมองข้ามไป จึงกลายให้โจทย์กับนักออกแบบและศิลปินว่าจะทำอย่างไรให้พื้นที่ตรงนี้เป็นพื้นที่แสดงงานที่เกิดประโยชน์ น่าเดิน เดินแล้วสนุก หรือเป็นพื้นที่ที่สร้างประสบการณ์ที่มากกว่าการเดิน 2 สาว ไพลิน ถาวรวิจิตร และมิญชญา ชโยสัมฤทธิ์ หนึ่งในทีมศิลปินงานออกแบบและนำเสนอด้วยภาพ เจ้าของผลงาน "มองเห็นแสง แสงทำให้มองเห็น" เผยถึงที่มาของผลงานว่า เกิดจากการนำสิ่งเรียบง่ายรอบๆ ตัว มาแต่งแต้มไอเดียเล็กๆ ซึ่งจะนำไปสู่ความรู้สึกที่เปลี่ยนแปลงไป อย่างลำแสงจากไฟบนเพดานส่องสว่างในพื้นที่โถงทางเดินมองผ่านๆ ก็พบแค่พื้นที่ว่าง แต่หากมองด้วยจิตวิญญาณของความเป็นเด็ก สิ่งที่มองดูธรรมดาอย่างแสงไฟกลับกลายเป็นตัวละครที่มีชีวิตเสมือนประติมากรรมลวงตาสัมพันธ์เชื่อมโยงกับแสง เวลา พื้นที่ และการสังเกตของตัวเราเอง ก็จะนำพาเราเข้าสู่โลกที่ไม่ธรรมดา
ด้าน ไชโย ไชโยโอภาสสมุทรชัย และสมชัย ธรรมธรานุกูล 2 ศิลปินงานออกแบบเฟอร์นิเจอร์ เจ้าของผลงาน "ความไม่ปกติ" บอกว่า เฟอร์นิเจอร์เป็นสิ่งที่อยู่ใกล้ชิดกับมนุษย์จนมนุษย์คุ้นชิน มันเป็นสิ่งของที่คนเราได้ใช้ได้สัมผัส ได้นั่งได้นอนแสดงอากัปกิริยาท่าทางต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นอะไรก็ตามที่สามารถตอบสนองอาการดังกล่าว ก็สามารถใช้งานทดแทนเฟอร์นิเจอร์ได้ โดยรวมคือวัตถุที่มนุษย์ใช้เพื่อพักผ่อนอิริยาบถและเพื่อผ่อนคลาย
"เราสองคนจึงนำเสนอวัตถุใช้นั่งรูปแบบกึ่งประติมากรรมบนพื้นเอียง ผ่านมุมมองแนวคิดที่ว่าความไม่ปกติ ที่ว่าพื้นที่เอียงเป็นพื้นที่ที่ผิดปกติสำหรับเฟอร์นิเจอร์แต่เมื่อต้องอยู่บนพื้นเอียง เฟอร์นิเจอร์อาจให้ความรู้สึกใหม่ๆ ที่ต่างออกไปหรือเฟอร์นิเจอร์และผู้ใช้ต้องเปลี่ยนแปลงปรับตัวตาม โดยนำเสนอผ่านผลงานหลายรูปแบบต่างแนวทางให้ผู้คนได้มีปฏิสัมพันธ์และรับความรู้สึกที่หลากหลาย" 2 หนุ่ม เผยแนวคิด
ขณะที่ ศริญญา ลิมป์ทองทิพย์ ศิลปินงานออกแบบตกแต่งภายในและงานออกแบบสิ่งทอ เจ้าของผลงาน "ลิเก-เพลอิ้ง" เผยว่า ได้รับแรงบันดาลใจมาจากการแสดง "ลิเก" โดยนําลักษณะความโดดเด่นของเครื่องประดับตกแต่งเครื่องแต่งกาย ที่มีสีสันรูปทรงของเพชรซีก และการร้อยเรียงเครื่องประดับบนร่างกายและศีรษะมาประยุกต์ใช้ในการออกแบบผลงานชุดนี้ที่เล่นกับแสงและเงา โดยการจำลองโรงลิเกเล็กๆ ซึ่งผู้ชมสามารถมีการปฏิสัมพันธ์กับชิ้นงานนั้นๆ เมื่อลวดลายของแสงที่ตกลงมาพาดผ่านไปบนร่างกายของผู้ชมก็เสมือนเป็นการสวมชุดลิเก เข้าร่วมแสดงในโรงละครขนาดย่อมเพื่อให้เกิดผลลัพธ์ของงานที่สมบูรณ์ ทั้งนี้เพื่อต้องการถ่ายทอดแนวความคิดและการปรับทัศนคติจิตสำนึกความเป็นไทยของการรับรู้คำว่า "ลิเก" ในความหมายเชิงบวกมากขึ้น
ปิดท้ายที่ "ปอม" ขวัญชัย อัครธรรมกุล ตัวแทนจากคราฟส์แมนชิฟ เจ้าของผลงาน "อินไซด์-เอาท์" เผยว่า ทีมงานพยายามจะสร้างพื้นที่ส่วนตัวท่ามกลางพื้นที่สาธารณะที่อาจเกิดขึ้นไม่ง่ายนัก เพื่อดึงสิ่งที่อยู่ในจิตใจออกมา เนื่องจากมีความเชื่อว่าคนเราจะมีความเป็นธรรมชาติที่สุดเมื่ออยู่ในพื้นที่ส่วนตัว งานจึงถูกออกแบบเพื่อสะท้อนถึงการแสดงออกของตัวตนที่แท้จริงเมื่ออยู่ในพื้นที่สาธารณะ
สนใจไปชมกันได้ นิทรรศการจัดแสดงไปจนถึง 29 กรกฎาคมนี้ ตั้งแต่ 10 โมงเช้าถึง 3 ทุ่ม (เว้นวันจันทร์)



