
'สุชาติ' เซ็นใบลาออกให้ 'ประแสง'แล้ว
'สุชาติ' เซ็นใบลาออกให้ 'ประแสง' พร้อมปฏิเสธข้อกล่าวหาไม่เคยฟังความข้างเดียว ระบุ 'ประแสง' พูดแรงเกินไป ด้าน'ผอ.บดินทรฯ'ยื่นหนังสือลาออกจริง
5 มิ.ย.55 ศ.ดร.สุชาติ ธาดาธำรงเวช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) กล่าวว่า ได้ลงนามอนุมัติหนังสือลาออกของ นายประแสง มงคลศิริ อดีตที่ปรึกษา รมว.ศธ. อย่างไรก็ตาม ส่วนตัวเห็นว่า บันทึกชี้แจงสาเหตุการลาออกของนายประแสงนั้น เป็นคำพูดที่น่าจะแรงเกินไป ตนเป็นคนตั้งเสนอตั้งนายประแสง เป็นที่ปรึกษาไม่ใช่พรรคเสนอ และที่ผ่านมาตนก็ไม่เคยพูดอะไรเลย เพราะฉะนั้นจะกล่าวหาว่าตนเชื่อคนโน้นคนนี้มาใส่ความนายประแสง ไม่ได้เพราะตนยังไม่ได้เชื่ออะไรใคร และยังไม่ได้ทำอะไรเลยรวมถึงไม่ได้สั่งให้ใครถอนแจ้งความหรือถอนการตั้งกรรมการสอบสวนวินัยร้ายแรง น.ส.ศศิธารา พิชัยชาญณรงค์ ปลัด ศธ. ซึ่งตนจะไม่ทำอะไรทั้งสิ้นปล่อยให้แต่ละคนรับกรรมของตนเอง
"ส่วนกรณีที่ น.ส.ศศิธารา ฟ้องกลับ นายประแสงและ นายศักดา คงเพชร รมช.ศึกษาธิการ ต่อศาลอาญาในข้อหาหมิ่นประมาทนั้น ตนก็จะไม่ลงไปสั่งการใด ๆ จะเปิดโอกาสให้แต่ละคนต่อสู้กันอย่างเต็มที่ ซึ่งเรื่องแบบนี้ควรจะเปิดโอกาสให้ถ้าเราไม่ได้ทำผิดและมีคนมาบอกว่าเราทำผิดต่อให้คนบอกจะเป็นข้าราชการระดับสูงขนาดไหน ก็ต้องต่อสู้เพื่อแสงดความบริสุทธิ์ของตนเองไปตามข้อเท็จจริง ซึ่งตนสนับสนุนให้ทุกคนต่อสู้เพื่อความถูกต้องโดยไม่ต้องเกรงกลัวใครต่อไปจะได้มากล่าวหากันง่าย ๆ" ศ.ดร.สุชาติ กล่าว
ผอ.บดินทรฯยื่นหนังสือลาออกจริง
แหล่งข่าวระดับสูงจากสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) เปิดเผยว่า กรณีที่มีข่าวว่า นายสุวัฒน์ วิวัฒนานนท์ ผู้อำนวยการโรงเรียนบดินทรเดชา (สิงห์ สิงหเสนี) ยื่นหนังสือลาออกนั้นเป็นเรื่องจริง นายสุวัฒน์ ได้ทำหนังสือลาออกและให้เจ้าหน้าที่ของโรงเรียนบดินทรฯ นำหนังสือลาออกมาส่งให้สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 2 เมื่อวันที่ 1 มิ.ย. ก่อนที่เจ้าตัวจะเดินทางไปปฏิบัติราชการที่ต่างประเทศในคืนวันเดียวกัน และ สพม. 2 ได้โทรศัพท์มารายงานให้ สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ทราบเรื่องแล้ว ขณะนี้ผู้ บริหาร สพฐ.กำลังหารือว่า จะหาทางยับยั้งหนังสือลาออกนี้ได้อย่างไร เพราะหากเจ้าตัวยังยืนยันตามความประสงค์เดิม สุดท้ายก็ไม่สามารถยับยั้งการลาออกได้อยู่ดี
ส่วนสาเหตุที่นายสุวัฒน์ ตัดสินใจลาออกนั้น เกี่ยวกับมาตรการรับนักเรียนรอบบ่าย ที่ สพฐ.เพิ่งแถลงข่าวไปในช่วงบ่ายของวันที่ 1 มิถุนายน มาตรการดังกล่าวเป็นผลมาจากกลุ่มผู้ประท้วงเดินทางไปพบ พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษ และทันทีที่กลุ่มผู้ประท้วงนำโดยนายมงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ เลขาธิการภาคีเครือข่ายต่อต้านการทุจริตและคอรัปชั่นแห่งชาติ (ภตช.)ทราบข่าวว่า สพฐ.จะมีมาตรการรับรอบบ่ายเป็นกรณีพิเศษ อาจมีการแสดงออกที่เกินหน้าเกินตาจนเข้าข่ายของการเยาะเย้ยโรงเรียน
ด้านศ.ดร.สุชาติ ธาดาธำรงเวช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) นั้นยังไม่ทราบเรื่องดังกล่าวและให้สัมภาษณ์ว่า นายสุวัฒน์ไม่น่าจะลาออก เพราะ นายชินภัทร ภูมิรัตน เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ( กพฐ.) ได้ชี้แจงเหตุผลของการมีมาตรการรับรอบบ่ายต่อนายสุวัฒน์ แล้ว ซึ่งนายสุวัฒน์ก็เข้าใจการแก้ไขปัญหาเพราะไม่เป็นการผิดหลักเกณฑ์ ซึ่งมองว่าเป็นเรื่องดี หากเปิดรอบค่ำได้ด้วยก็ยิ่งดี เพราะถือว่าเป็นการใช้ทรัพยากรให้คุ้มค่า และครูเองหากสอนเพิ่มขึ้นด้วย ขณะที่ทางโรงเรียนก็รับงบประมาณสนับสนุนเพิ่มขึ้น และคิดว่าหากเปิดเพิ่มได้อีก อนาคตอาจจะเปิดรอบค่ำเพิ่มอีกก็ได้ สอดคล้องกับโครงการครูคืนถิ่น ทำให้ครูมีรายได้เพิ่มขึ้น โครงสร้างพื้นฐานก็มีอยู่แล้วจึงไม่ได้เป็นการลงทุนอะไรเพิ่มเติม ทั้งยังเป็นการใช้ห้องเรียนให้เป็นประโยชน์
นาสุชาติ กล่าวอีกว่า ยังคงเดินหน้าจะฟ้องหมิ่นประมาทนายมงคลกิตต์ ต่อไป ซึ่งมีหลักฐานหมดแล้ว
ต่อมาเวลา13.30น. ที่โรงเรียนบดินทรเดชาฯ นายชินภัทร เดินทางไปประชุมหารือกับรองผู้อำนวยการโรงเรียนบดินทรเดชาฯและผู้แทน สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาการศึกษามัธยมศึกษา(สพม.) เขต 2 โดยนายชินภัทร กล่าวภายหลังว่าได้สอบถามการดำเนินการรับนักเรียนเข้าเรียนรอบบ่ายได้รับ ทราบว่ามีนักเรียนม.3เดิมขอใช้สิทธิ์เรียนต่อม.4 ขณะนี้จำนวน 50 คนและในจำนวนนี้ทราบว่ามีที่เรียนแล้วแต่กำลังรอการยืนยันว่าจะเรียนหรือไม่
ส่วนการเตรียมความพร้อมด้านวิชาการทางโรงเรียนได้จัดทำหลักสูตรพร้อมแล้วจะ เป็นการเรียนทั่วไปจะมีเนื้อหาหลักสูตรเหมาะสมกับนักเรียนกลุ่มนี้ที่ผลการ เรียนไม่สูงนัก โดยจะเป็นวิชาพื้นฐานประมาณ 41 หน่วย วิชาเลือก 36 หน่วยรวมเป็น 77 หน่วย นอกจากนี้การสอนจะจัดสาระเพิ่มเติมให้ด้วย เช่น การจัดเรียนภาษาอังกฤษพื้นที่ฐานเรียนกับครูต่างชาติเช่นเดียวกับนักเรียนปก ติซึ่งสพฐ.พร้อมจะให้การสนับสนุนงบประมาณเพิ่มเติมเพื่อจัดหาครูต่างชาติมา สอน
ส่วนการจัดเวลาเรียนจะเรียนนั้นวันจันทร์จะให้เรียนจะเป็นกิจกรรมจิตสาธารณะ 3 ชั่วโมงตั้งแต่ 14.40 เป็นต้นไป ส่วนการเรียนภาควิชาการเรียนวันอังคาร-ศุกร์ เวลา 12.40 -16.50น. และเรียนวันเสาร์เวลา 08.00-16.50น.โดยโรงเรียนจะจัดห้องเรียนประจำที่ศูนย์เกษตรให้เด็กกลุ่มนี้ ได้เรียน ทั้งนี้ครูที่มาสอนเด็กที่เรียนรอบบ่ายจะมีการจ่ายค่าสอนนอกเวลาให้ด้วย
"เพื่อให้เกิดความกลมกลืนและสามัคคีในวันที่ 9 มิถุนายนนี้นายสุวัฒน์จะกลับมาจากต่างประเทศและจะเชิญประชุมผู้ปกครองกลุ่ม นี้เวลา 11 โมงฉะนั้นข่าวที่บอกว่าผอ.โรงเรียนบดินทรเดชาฯลาออกจึงไม่จริง นอกจากนี้ได้รับแจ้งจากรองผอ.โรงเรียนบดินทรเดชาฯที่ดูแลด้านวินัยว่าจะ พูดคุยกับนักเรียนทั้งโรงเรียนในกิจกรรมหน้าเสาธงเพื่อให้เกิดความสมัครสมาน สามัคคีต่อไป และมาถึงตรงนี้แล้วโรงเรียนแห่งนี้พร้อมจะเดินหน้า" เลขาธิการกพฐ. กล่าว



