
'ทาชเคนท์'เมืองหลวงลูกผสม
'ทาชเคนท์' เมืองหลวงลูกผสม : คอลัมน์ เที่ยวนี้ขอเล่า : โดย ... กาญจนา หงษ์ทอง
สแกนแผนที่ไปทั่วเอเชียกลางมีแต่ประเทศน่าเที่ยวแทบทั้งสิ้น ทั้งอัฟกานิสถาน คีร์กีสถาน เติร์กเมนิสถาน ทาจิกิสถาน อุซเบกิสถาน และคาซัคสถาน สารภาพจากใจว่า ถ้าเลือกที่ที่อยากไปที่สุด ก็คงเป็นอัฟกานิสถาน แต่ไม่รู้เมื่อไหร่จะได้ไป เที่ยวนี้เลยขอคัดอุซเบกิสถานเข้ามาอยู่ในลิสต์ก่อน ข้อหาที่ใครๆ ก็บอกว่าเป็นดวงใจของเอเชียกลาง งดงามที่สุดไม่มีใครเกิน
จากกรุงเทพไปอุซเบกิสถาน ฉันเลือกสายการบินแอร์อัสตานา (0-26342552-3) เขามีเที่ยวบินไปกรุงทาชเคนท์ เมืองหลวงของอุซเบกิสถานสัปดาห์ละ 3 วัน แต่จากกรุงเทพต้องบินไปแวะเปลี่ยนเครื่องที่เมืองอัลมาตี ประเทศคาซัคสถานกันก่อน เพราะแอร์อัสตานาเป็นสายการบินประจำชาติของคาซัคสถาน จากนั้นถึงจะบินต่อไปทาชเคนท์อีกชั่วโมงเศษ นอกจากทาชเคนท์แล้ว ยังมีเที่ยวบินครอบคลุมทั้งในทวีปยุโรปและเอเชียอีกเยอะเลย
คนจะมาเที่ยวอุซเบกิสถานอาจต้องวางแผนล่วงหน้าซัก 1-2 เดือนก็ดี เพราะต้องใช้เวลาเดินเรื่องวีซ่าพอสมควร เนื่องจากต้องมีหนังสือรับรองการขอวีซ่าออกจากอุซเบกิสถาน เพื่อมายื่นให้สถานทูตในไทย ทางสถานทูตแนะนำให้ใช้บริการกับบริษัทโกลบอล ฮอลิเดย์ (0-23935855) บริษัทตัวแทนในการจัดการเรื่องวีซ่าอุซเบกิสถานในไทย เดินเรื่องขออนุญาตทั้งฝั่งอุซเบกิสถานและฝั่งไทยให้เสร็จเรียบร้อย
แต่เรื่องที่พักเราก็ยังใช้บริการเว็บไซต์อโกดา (www.agoda.com) เหมือนเคย เดี๋ยวนี้ใช้สมาร์ทโฟน สะดวกกว่าคอมพิวเตอร์อีก อยู่ที่ไหนก็ค้นหาห้องพักได้ แค่ดาวน์โหลดแอพพลิเคชั่นอโกดามาไว้บนหน้าจอ ก็คลิกจองโรงแรมได้ทั่วโลก แม้แต่ระหว่างเดินทางก็ค้นหาได้เรื่อยๆ
แรกที่เห็นทาชเคนท์บอกตามตรงว่าไม่ค่อยเหมือนเมืองในเอเชียกลางซักเท่าไหร่ เพราะแท็กซี่พาวิ่งผ่านโบสถ์แบบรัสเซีย และอาคารรูปร่างหน้าตาเหมาะจะอยู่ในยุโรปมากกว่าเอเชีย
อาจจะเป็นเพราะสมัยที่สหภาพโซเวียตเข้ามาปกครองอุซเบกิสถาน ได้เลือกให้ทาชเคนท์เป็นศูนย์กลางการปกครองในแถบเอเชียกลาง จากนั้นจึงเนรมิตอาคารบ้านเรือนทันสมัยใส่เข้ามา ทุกวันนี้เราจึงเห็นทาชเคนท์เป็นเหมือนเมืองลูกผสม ผู้คนที่เดินสวนกันบนท้องถนนอาจจะพูดจากภาษาอุซเบก แต่กลิ่นอายของรัสเซียยังคงแทรกตัวอยู่ในเมืองหลวงของอุซเบกิสถาน
ทาชเคนท์มีทั้งโซนเมืองเก่าและเมืองใหม่ที่น่าเที่ยวทั้งนั้น อย่างที่ จัตุรัสแห่งอิสรภาพ เป็นอีกมุมหนึ่งที่หลายคนบอกว่าเหมือนห้องรับแขกประจำเมือง ถ้าบอกแท็กซี่ว่าจะไปอินดิเพนเดนซ์ สแควร์ เขาไม่รู้จักกันหรอก ต้องบอกว่ามุสตาคิลิก เมย์โดนี เขาถึงร้องอ๋อ
ที่นี่เป็นเหมือนสัญลักษณ์ของการได้รับอิสรภาพของประเทศอุซเบกิสถาน สิ่งปลูกสร้างทุกอย่างในนี้จึงล้วนแต่มีความหมายทั้งสิ้น ฉันมาถึงในวันที่ฝนพรำพอดี เลยเดินเหินไม่ค่อยสะดวกเท่าไหร่ แต่ก็ยังพอเห็นว่าที่นี่เป็นจัตุรัสที่มีขนาดใหญ่มาก เขาว่าในช่วงที่สหภาพโซเวียตยังปกครองอยู่จัตุรัสนี้ถือว่าใหญ่สุดเมื่อเทียบกับประเทศที่โซเวียตปกครองทั้งหมด เวลามีกิจกรรมทางการเมือง งานเฉลิมฉลอง หรือแม้แต่เวลาจะประท้วงหรือชุมนุมเขาก็จะมาใช้ที่นี่กัน แต่ทุกวันนี้แปลงสภาพเป็นสวนสาธารณะมีต้นไม้ครึ้มเขียวไปหมด
ด้านหน้าเป็นเสาสูงที่เหนือเสามีนกเพลิแกนบินเหนือลูกโลก ซึ่งทั้งหมดนี้คือสัญลักษณ์แห่งความหวัง ความโชคดี และความมั่งคั่ง
เดินเข้ามาอีกนิดเป็นลูกโลกที่มีแผนที่ประเทศอุซเบกิสถาน และมีรูปปั้นแม่กำลังอุ้มลูก เขาว่าเด็กเปรียบเหมือนอุซเบกิสถาน ในยุคที่สหภาพโซเวียตยังปกครองอุซเบกิสถานอยู่ ตรงนี้เป็นรูปปั้นของเลนิน เพิ่งมาเปลี่ยนตอนเป็นอิสระเมื่อ 20 กว่าปีที่ผ่านมานี้เอง อีกด้านหนึ่งของสวนเป็นอาคารที่ทำการของรัฐบาล ที่สร้างได้ใหญ่โตโอ่อ่ามาก
จากมุมนี้ ยังมีอีกจัตุรัสหนึ่งที่มีสวนเชื่อมกัน และสามารถเดินเท้าไปถึงกันได้คือ จัตุรัสอมิร์ ติมูร์ มีคำเตือนว่าหากเที่ยวในอุซเบกิสถานหลายวัน จากนี้ไปให้ทำความคุ้นเคยกับเขาไว้ เพราะชื่อของเขาจะสะกดรอยตามเราไปเกือบทุกที่ในอุซเบกิสถาน
ใจกลางจัตุรัสมีรูปปั้นของอมิร์ ติมูร์คอยต้อนรับทุกคนอยู่ เป็นรูปปั้นนั่งบนหลังม้าสมกับเป็นจอมทัพผู้ยิ่งใหญ่ เดิมทีตอนที่สภาพโซเวียตยังปกครองอยู่ ไม่ได้เป็นรูปปั้นของติมูร์ แต่เคยเป็นทั้งรูปปั้นของสตาลิน และต่อมาเปลี่ยนเป็นคาร์ล มาร์ซ ก่อนจะเปลี่ยนรูปปั้นติมูร์เมื่อปี1993
อยากรู้จักอมิร์ ติมูร์ให้มากขึ้นเลยเดินเข้าพิพิธภัณฑ์อมิร์ ติมูร์ที่อยู่ริมจัตุรัส ซึ่งสถานที่แห่งนี้แค่มองด้านนอกก็สวยแล้ว ดูแล้วไม่เหมือนพิพิธภัณฑ์เท่าไหร่ เหมือนมัสยิดมากกว่า เพราะมียอดโดมเป็นสีเขียว ด้านหน้าเป็นลานน้ำพุ ดูเหมือนเด็กๆ จะชอบกันใหญ่
พิพิธภัณฑ์แห่งนี้สร้างเมื่อปี 2006 ด้านในมีอยู่ 2 ชั้น ตกแต่งอย่างสวยงาม และมีเรื่องราวความเป็นฮีโร่ของอมิร์ ติมูร์ในทุกแง่มุม ผ่านทั้งทางภาพเขียน ของสะสมประเภทเหรียญ ถ้วยชามรามไห ผ้าเก่าแก่ และงานเขียนด้วยลายมือที่เป็นต้นฉบับ ซึ่งโดยมากเป็นการบอกเล่าในช่วงเดินทัพไปยังมุมต่างๆ ทั้งอาหรับและอินเดีย
ออกจากที่นั่นคราวนี้ เบนเข็มไปเที่ยวทางโซนเมืองเก่ากันบ้าง ยังมีอีกหลายที่ที่น่าไป อย่างที่ จัตุรัสคาสต์อิหม่าม เนี่ยแค่เห็นรูปก็อยากไปแล้ว ตรงนี้เป็นจัตุรัสที่กว้างมาก ยิ่งเดินลึกเข้าไปยิ่งรู้สึกว่าช่างยิ่งใหญ่และสลับซับซ้อนซ่อนอาคารเอาไว้อีกหลายชั้น มีทั้งส่วนที่เป็นสุสาน มัสยิดและโรงเรียนสอนศาสนา เลยจากตรงนี้ไปไม่ไกล เราเข้าสู่ย่านใจกลางเมืองเก่า มุมนี้ค่อนข้างชุลมุน โดยเฉพาะที่ตลาดชอร์ซู ตลาดโบราณที่ว่ากันว่าเก่าแก่และใหญ่ที่สุดเมื่อ 2 พันปีก่อน
หลังจากเห็นทาชเคนท์ทั้งมุมเก่าและใหม่ บอกได้เลยว่า ต่อให้ไม่เคยนึกชอบเมืองหลวงมาก่อน แต่เชื่อเถอะว่าถ้าเห็นทาชเคนท์แล้วคุณจะชอบ เพราะเป็นเมืองที่มีทั้งสีสันของผู้คนและวัฒนธรรมที่น่าสนใจ
มาแล้วจะหายสงสัยว่าทำไมโซเวียตถึงเลือกที่นี่เป็นศูนย์กลางในเอเชียกลาง และทำไมในอดีตถึงเคยเป็นชุมทางการค้าที่สำคัญบนเส้นทางสายไหม
----------
(หมายเหตุ : 'ทาชเคนท์' เมืองหลวงลูกผสม : คอลัมน์ เที่ยวนี้ขอเล่า : โดย ... กาญจนา หงษ์ทอง)
----------



