
ถิ่นไทยงาม:'คุ้งกระเบน'พิพิธภัณฑ์มีชีวิต
คอลัมน์ ถิ่นไทยงาม : 'คุ้งกระเบน' พิพิธภัณฑ์มีชีวิต
อ่าวคุ้งกระเบน ที่มองมุมสูงจะเห็นเป็นอ่าวโค้งๆ รูปปลากระเบน มีทางเข้าออกทางเดียว เป็นอีกสถานที่ท่องเที่ยวขึ้นชื่อของจังหวัดจันทบุรี เพราะถ้าบอกไปจันทบุรี ใครๆ ก็นึกว่าจะไปเที่ยวคุ้งกระเบน
ที่คุ้งกระเบนนี่เอง มีป่าชายเลนที่สมบูรณ์ที่สุด และสวยงามที่สุดแห่งหนึ่งของจังหวัดจันทบุรี มีพื้นที่ประมาณ 1,100 ไร่ เป็นส่วนหนึ่งของป่าสงวนแห่งชาติ ป่าคุ้งกระเบนและป่าอ่าวแขมหนู มีพันธุ์ไม้ป่าชายเลนจำนวนทั้งสิ้นประมาณ 30 ชนิด ขึ้น รอบอ่าว เป็นแนวกว้าง และโค้งยาวไปตามขอบอ่าวเป็นระยะทางถึง 5 กิโลเมตร
ศูนย์ศึกษาการพัฒนาอ่าวคุ้งกระเบนอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ได้เข้าไปช่วยดูแล และฟื้นฟูพื้นที่บางส่วนด้วยการปลูกป่าเพิ่มเติม และสร้างสะพานไม้ เป็นทางเดินทอดตัวคดเคี้ยวไปตามแนวป่าชายเลน เพื่อเป็นสถานที่ท่องเที่ยว และให้ความรู้ เป็นเหมือนห้องเรียนธรรมชาติ ซึ่งตั้งอยู่ฝั่งตรงข้าม เยื้องๆ ไปหน่อยกับศูนย์ศึกษาการพัฒนาอ่าวคุ้งกระเบนฯ นั่นเอง (หากขับรถมา ก็มาทางแหลมเสด็จ)
ตลอดเส้นทางเดินระยะทางสะพานไม้ และทางเดินที่ปูด้วยหินทรายขาว 1,793 กม. จะมีศาลาสื่อความหมายอธิบายให้ทราบถึงประโยชน์ระบบนิเวศวิทยา ห่วงโซ่อาหารในแง่มุมต่างๆ ของป่าชายเลน ราวกับเข้าไปดูพิพิธภัณฑ์ เพียงแต่ที่นี่ เป็นพิพิธภัณฑ์มีชีวิต
ต้นไม้ชายเลน มีทั้งต้นโกงกาง ,โปรงแดง , ลำพู, แสม, สีง้ำ ฯลฯ ที่โดดเด่น เห็นจะเป็น “ปู่แสม” ก็คือต้นแสมที่มีอายุยืนยาวกว่า 200 ปีแล้ว มีการสร้างสะพานไม้ วนรอบ ต้น เว้นที่ตรงกลางไว้ให้ปู่แสม เหมือนเป็นวงเวียน ตามแนวสะพานทางตรง หากตรงไหนมีต้นไม้ขึ้นก็จะเจาะช่องให้ต้นไม้โผล่ขึ้นมากลางสะพาน เป็นความกลมกลืน ที่ลงตัวสวยงาม แถมระหว่างทางเดินยังได้ยินเสียงดีดก้าม ของปูก้ามดาบ ผสมผสานเสียงนกร้องบนยอดไม้ ให้ความรื่นรมย์ไปตลอดทาง
ข้ามสะพานแขวน เข้าสู่ป่าโกงกางที่สมบูรณ์ ร่มครึ้ม ยังได้เห็นวิวทะเลสวยงาม ตรงอนุสรณ์สถาน ”หมูดุด จ้าวแห่งทะเล” หมูดุดหรือพะยูน เคยมีชุกชุม ในบริเวณนี้ แต่น่าเสียดายที่ปัจจุบันไม่ได้เห็นมันที่นี่อีก แต่ก็เริ่มมีข่าวว่า มันกลีบเข้ามา คงต้องตรวจสอบกันต่อไปหละ
จากจุดนี้ มีศาลาใหม่ที่เพิ่งต่อเติมเข้ามาไม่ถึงปี เป็น “หอดูนก” ที่มีความสูงถึง 15 เมตร ใครกลัวความสูง หรือมีโรคประจำตัวอาจจะต้องยกเว้น รวมถึงการขึ้นชมก็มีข้อกำหนด ที่ห้ามขึ้นเกิน 20 คนในแต่ละครั้ง รวมถึงคำเตือนอื่นๆ ที่มีป้ายบอกไว้
หอดูนก จะช่วยให้เราได้เห็นนกนานาชนิดที่หากินแถวนั้น ที่ว่ากันว่ามีเป็น 100 ชนิดแล้ว ยังได้เห็นเรือนยอดไม้ชายเลน และเห็นวิวไปไกลอีกด้วย
เลยไปอีกหน่อย เป็นจุดลง เรือคยัก ชมป่าชายเลน แต่ว่าจะเปิดให้บริการเฉพาะช่วง 15 ตุลาคม-15 มีนาคมเท่านั้น ค่าบริการก็ไม่แพงมาก ใครไปช่วงนี้ก็อดใจไปก่อน เลยจากจุดนี้ไป เป็นแปลงสาธิตเลี้ยงหอยนางรมแบบแขวน ที่ช่วยในการบำบัดน้ำเสีย บ่อเลี้ยงกุ้ง เลี้ยงปลา แปลงเพาะกล้าไม้ เรียกว่าแค่ระยะเวลาไม่ถึงชั่วโมงเราได้เรียนรู้ความเป็นไปของป่าชายเลนมากมาย หรือถ้าใครมีเวลามาก อาจจะอยู่ที่นี่ได้เป็นวันเลยทีเดียว
เวิ้งทะเลอ่าวไทย ส่งผลให้หลายจังหวัดติดริมทะเลมีหาดทรายสวยงาม เหมาะแก่การท่องเที่ยว แต่อีกหลายสถานที่ ที่ไม่มีชายหาด ก็กลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติ ที่ทรงคุณค่าได้ไม่แพ้กัน
----------
(หมายเหตุ : คอลัมน์ ถิ่นไทยงาม : 'คุ้งกระเบน' พิพิธภัณฑ์มีชีวิต)
----------



