
"การทูตเพื่อประชาชน" ลดปัญหาค้ามนุษย์
ปัจจุบันโลกใบนี้ดูเหมือนจะเล็กลงไปทุกวัน การเดินทางระหว่างประเทศก็แสนจะสะดวก ขณะที่การเปิดเสรีให้มีการติดต่อค้าขายกับชาวโลกจะนำมาซึ่งความเจริญทางด้านเศรษฐกิจ ผู้คนบางส่วนได้รับประโยชน์ แต่ก็ยังมีคนอีกมากที่ต้องตกเป็นเหยื่อจากการถูกละเมิดสิทธิ ถูกเอารัดเอ
กรมการกงสุล ตระหนักดีว่า การให้ความช่วยเหลือคนไทยที่ตกทุกข์ได้ยากในต่างประเทศ ตลอดเวลาที่ผ่านมายังคงมีคนไทยตกเป็นเหยื่อการค้ามนุษย์อยู่เสมอ และสภาพปัญหาก็รุนแรง คนไทยหลายรายถึงกับต้องสังเวยชีวิตในต่างแดนเพราะการถูกบีบคั้น ถูกเอารัดเอาเปรียบ บางรายเหมือนตายทั้งเป็น ต้องตกเป็นผู้มีหนี้สินล้นพ้นตัว ดังนั้นเพื่อมิให้คนไทยต้องตกเป็นเหยื่อการค้ามนุษย์ไปมากกว่านี้ กรมการกงสุลจึงต้องปรับกลยุทธ์ ติดอาวุธทางปัญญาให้พี่น้องชาวไทยโดยใช้วิธีการ "ตีท้ายครัว" คือบุกไปตามท้องถิ่นห่างไกลเพื่อให้ความรู้ สร้างความเข้าใจถึงสถานการณ์ของปัญหาการค้ามนุษย์
ล่าสุดเมื่อช่วงปลายเดือนเมษายนที่ผ่านมา กองคุ้มครองและดูแลผลประโยชน์คนไทยในต่างประเทศ กรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ ร่วมกับหน่วยงานต่างๆ ทั้งภาครัฐและเอกชนที่ทำงานด้านสังคม เด็ก สตรี และสิทธิมนุษยชน ได้เดินสายตลุยบุกไปถึงจังหวัดน่านและแพร่ เพื่อจัดการอบรมให้ความรู้เกี่ยวกับปัญหาการค้ามนุษย์ ตลอดจนวิธีป้องกันมิให้ตกเป็นเหยื่อของกลุ่มมิจฉาชีพในลักษณะต่างๆ งานครั้งนี้จัดในรูปแบบ "การเสวนาเวทีชุมชน"
พูดคุยบอกกล่าวถึงเรื่องการเตรียมตัวก่อนการเดินทางไปต่างประเทศ ปัญหาการลักลอบเดินทางไปทำงานในต่างประเทศหรือใช้วีซ่าผิดประเภท การถูกหลอกไปค้าประเวณี นอกจากนี้ยังได้พูดถึงปัญหาการแต่งงานอำพราง การป้องกันการถูกหลอกลวงให้ไปทำงานในต่างประเทศโดยเสียค่าใช้จ่ายสูง ตลอดจนปัญหาความแตกต่างทางวัฒนธรรมและการปรับตัว และการถูกบังคับเป็นแรงงานทาสในบ้านพัก และในรูปแบบแรงงานที่เป็นแม่บ้านด้วย
กรมการกงสุลได้จัดโครงการลักษณะนี้อย่างต่อเนื่อง ทำให้ปัจจุบันสถิติการให้ความช่วยเหลือผู้ที่ตกเป็นเหยื่อการค้ามนุษย์ในต่างประเทศลดลงตามลำดับ จากปี 2552 จำนวน 309 คน ลดลงเหลือ 128 คนในปี 2553 และ 46 คน ในปี 2554
กองคุ้มครองและดูแลผลประโยชน์คนไทยในต่างประเทศ
กรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ



