ไลฟ์สไตล์

อย่าเครียด จ่ายเท่าที่จ่ายได้

อย่าเครียด จ่ายเท่าที่จ่ายได้

31 พ.ค. 2555

ดิฉันได้รับหมายศาลแจ้งว่าปิดคดีแล้ว แต่ต้องชดใช้หนี้สินเชื่อกับธนาคาร ยอดหนี้ประมาณ 20,000 กว่าบาท แต่ศาลให้ชดใช้จำนวน 46,000 กว่าบาท

 เนื่องจากประสบปัญารอบด้านและมีลูกที่ต้องดูแลอีก 2 คน เพราะสามีเลิกกันไปจึงรับภาระคนเดียว ทำให้ไม่มีความสามารถในการผ่อนชำระได้เป็นระยะเวลาประมาณ 4 ปีกว่าแล้ว ตอนมีหมายศาลมาครั้งแรกไม่ได้รับ
 อยากเรียนถามว่า
 1.ดิฉันผ่อนชำระบ้านกับธนาคารอยู่ ซึ่งเหลืออีกประมาณ 250,000 บาท ก็จะเป็นไทยแล้ว ทางเจ้าหนี้สามารถตามยึดบ้านหลังนี้ได้หรือไม่ ดิฉันเป็นเจ้าบ้านแต่ใช้ชื่อเพื่อนในการผ่อนชำระ
 2.เจ้าหนี้สามารถมายึดเงินเดือนได้หรือไม่
 3.ดิฉันควรติดต่อไปที่เจ้าหนี้หรือไม่ เพื่อขอผ่อนชำระ ซึ่งในหมายบอกว่าให้ชำระภายใน 15 วัน แต่หากไม่ชำระเป็นก้อน ขอชำระเท่าที่มีกำลังชำระจนครบ ธนาคารจะยอมหรือไม่
 ดิฉันเครียดมาก กลัวว่าเจ้าหนี้จะมายึดบ้านและเงินเดือน ซึ่งก่อนหน้านี้ดิฉันเองก็ไม่เคยได้รับเอกสารจากเจ้าหนี้หรือหมายศาลใดๆ เลย
แม่ม่ายลูกสาม
ตอบ
 การยึดบ้านไม่ได้ยึดกันง่ายๆ ในเรื่องนี้ น่าจะไม่ใช่การที่สิ้นสุดเพราะศาลตัดสิน คำว่า "ปิดคดีแล้ว" น่าจะหมายถึงการปิดหมายศาล ชาวบ้านทั่วไปมักเข้าใจว่า "ถูกฟ้องแล้ว" แต่จริงๆ แล้ว เจ้าหนี้ไม่สามารถติดต่อลูกหนี้ได้ จึงต้องไปปิดหมายหน้าบ้าน ซึ่งในหมายจะมีรายละเอียดของหนี้ เงินต้นเท่าใด ดอกเบี้ยเท่าใด ทำให้เข้าใจว่ามีการตัดสันคดีแล้ว
 ดังนั้น ศูนย์ปรึกษากกฎหมายชุมชน อาจารย์ยศศักดิ์  โกไศยกานนท์ คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษมบัณฑิต แนะนำว่า อย่าเพิ่งตกใจหรือเครียด เจ้าหนี้ยังไม่สามารถยึดบ้านได้ และยังไม่สามารถยึดเงินเดือนได้ด้วย เพราะการอายัดเงินเดือนมีกฎหมายคุ้มครองแรงงานมาบังคับ ต้องฟังคำสั่งศาล ศาลจะพิจารณาจากความเดือดร้อนของลูกหนี้ว่า เงินเดือนของลูกหนี้สมควรที่จะต้องถูกหักหรือไม่ ถ้าหักเงินเดือนแล้วทำให้ลูกหนี้ไม่มีเงินจะกิน ศาลจะไม่สั่งให้หักเงินเดือน เจ้าหนี้ก็จะไม่สามารถทำการอายัดเงินเดือนได้ หรือจะไปโยงกับหนี้อื่นก็ไม่ได้ เป็นการละเมิดสิทธิขั้นต่ำในการดำรงชีวิต
 ทางที่ดีควรจะรอเจรจาในศาลว่าเรามีความสามารถที่จะชำระได้เท่าไร ก็ชำระไปเท่านั้น เช่นเดือนละ 500 บาท เป็นต้น ซึ่งน่าจะเป็นไปได้
 หลักของการเป็นหนี้ย่อมเป็นหนี้เฉพาะตัวเองไม่ผูกพันกับบุคคลอื่น ใครเป็นผู้กู้บุคคลนั้นต้องรับผิดชอบ แต่มีข้อกฎหมายในเรื่องของมรดก ที่อาจมาเกี่ยวข้องด้วย ซึ่งอาจจะทำให้เป็นห่วงว่า ถ้าตนเองเสียชีวิตแล้วกองมรดกของตนเองยังอยู่ หรือทรัพย์สินในขณะที่ตนเองเป็นหนี้ เป็นการผูกพันทางทรัพย์สินไม่ได้ผูกพันทางตัวบุคคล เจ้าหนี้สินเชื่อไม่สามารถตามไปยึดบ้านได้ แต่จะผูกพันกันในกรณีที่มีการบังคับคดีแล้วสืบทราบว่าทรัพย์สินดังกล่าวเป็นชื่อของลูกหนี้ จึงจะทำการบังคับคดีได้
 รายละเอียดตามที่แจ้งมานี้ เข้าใจได้ว่ายังไม่มีการตัดสินหรือบังคับคดีใดๆ ทั้งสิ้น เป็นหนังสือบอกกล่าวทวงถาม แค่บอกกล่าวติดหมาย ขอแนะนำให้เจรจากับเจ้าหนี้เพื่อขอผ่อนผันจ่ายจะดีที่สุด แต่หากเจรจาแล้วไม่สามารถตกลงกันได้ ก็ต้องยอมให้ส่งฟ้องแล้วขอให้ศาลพิจารณา
 อย่ากลัวครับ เป็นหนี้ ไม่ใช่คดีอาญา
ลุงแจ่ม