
จิตอาสาเรียนรู้นอกห้องต้นกล้าน้อยช่วยเหลือสังคม
"ไม่เคยทำกิจกรรมจิตอาสา ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าความหมายของจิตอาสาที่แท้จริงคืออะไร เพราะแต่ละวัน แต่ละวินาที หมดไปกับการเรียนหนังสือ เรียนกวดวิชา เรียนเสร็จก็กลับบ้าน ไม่เคยทำกิจกรรมอะไรเลย กลัวเกรดตก จนกระทั่งครูมาพูดเรื่องจิตอาสากับมูลนิธิกระจกเงาหน้าเสาธง ว่
ปรียาพรรณ ศรีพลอย นักเรียนชั้น ม.5 โรงเรียนสันติราษฎร์วิทยาลัย เยาวชนจิตอาสา
ปัจจุบันชีวิต เพลง เปลี่ยนจากเด็กเรียนมาเป็นเด็กกิจกรรมควบคู่เด็กเรียน รู้จักแบ่งเวลาทำกิจกรรม และเปิดโลกทัศน์มากขึ้น หลังจากเป็นอาสาสมัคร จิตอาสาที่โรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า หอผู้ป่วยเด็ก ดูแลน้องอะตอม เด็กชายอายุ 2 ขวบ พูดคุย เล่น ร้องเพลง เล่านิทาน วาดรูป ร่วมกับคุณแม่น้องอะตอม แม้ว่าแรกๆ จะไม่ได้รับการตอบรับ แต่หลังจากอาทิตย์หนึ่งผ่านไป ความสัมพันธ์ก็เริ่มดีขึ้น
"ตอนแรกไม่เคยทำกิจกรรมมาก่อน ยอมรับว่าต้องอาศัยความอดทนอย่างมาก เพราะน้องอะตอมไม่ยอมคุยด้วย แต่พอผ่านไป 1 อาทิตย์ ก็เริ่มดีขึ้น ยอมพูดคุย ทำให้รู้สึกดีมากๆ ที่ได้มีโอกาสช่วยเหลือ ดูแลเด็กคนหนึ่ง ทำให้เขามีรอยยิ้ม มีเสียงหัวเราะ ที่สำคัญทำให้เห็นความรักของแม่ที่มีต่อลูก เพราะแม่ของน้องอะตอมเฝ้าดูแลตลอดเวลา" น้องเพลง เล่า
เพลง มีมุมมองชีวิตใหม่ๆ มากมาย มีเพื่อน มีสังคม รู้จักแบ่งปัน ช่วยเหลือ ดูแลคนอื่นที่ไม่ใช่ญาติ ทำให้เธอรักแม่มากขึ้น รักคนในครอบครัว ก่อนหน้านี้เคยทะเลาะกับน้องชาย หลังจากที่ทำกิจกรรมจิตอาสา เธอรักน้องและพร้อมเสียสละเพื่อน้อง ใส่ใจความรู้สึกผู้อื่น รู้จักอดทน รู้สึกอิ่มใจกับการที่ได้เป็นผู้ให้ และชักชวนให้เพื่อๆ เข้าร่วมหลายคน
ด้าน "เหน่ง" ดำรงศักดิ์ สุพรเงิน นักเรียนชั้น ม.4 ร.ร.กุนนทีรุทธารามวิทยาคม ก่อนเข้าโครงการ เขาเป็นเด็กวัยรุ่นที่ชอบเที่ยวเตร่ โดดเรียน ทะเลาะวิวาท และต้องเข้าห้องปกครองเกือบทุกวัน คิดเองว่าเป็นเด็กเรียนไม่เก่ง ด้อยโอกาส แต่พอเป็นอาสาสมัครในโรงพยาบาลได้เห็นความทุกข์ยากลำบากของเด็กๆ บางคนเป็นเนื้องอกในสมองแต่น้องเขายังสู้ การทำให้เด็กๆ ที่เจ็บป่วยเหล่านั้นยิ้มได้ ทำให้ เหน่ง รู้สึกเป็นสุข ภาคภูมิใจในตนเอง หลังจากทำกิจกรรมอาสา เหน่งกลับมาเป็นเด็กตั้งใจเรียน เปลี่ยนแปลงตนเอง ไม่โดดเรียน ไม่ทำให้แม่ต้องทุกข์ใจ เขาคิดอะไรหลายๆ อย่าง รู้จักตัวเอง รักตัวเอง และรู้จักคิดถึงความรู้สึก ช่วยเหลือผู้อื่นได้อีกต่างหาก
เช่นเดียวกับ "น้องชิน" ชินวิทย์ โสดี เพื่อนร่วมชั้นของเหน่ง เยาวชนจิตอาสา ช่วยงานมูลนิธิต่างๆ เช่น เล่นดนตรีเปิดหมวกหาทุนให้เด็กกำพร้า แต่สำหรับกิจกรรมช่วยเหลือ ดูแลน้องในโรงพยาบาลถือเป็นประสบการณ์ใหม่ที่แตกต่างไปจากเดิม เพราะได้เรียนรู้จิตวิทยาที่ใช้กับผู้ป่วย ได้อ่านหนังสือ เล่านิทานให้น้องๆ ฟัง
"ได้เห็นความทุกข์ของน้องๆ ทำให้รู้สึกว่าอยากเติมเต็มความสุข เติมสิ่งดีให้แก่ชีวิต เป็นการพัฒนาระดับจิตใจตัวเอง ให้เป็นคนมีน้ำใจและเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่คนอื่น อยากบอกเพื่อนว่า อย่ากลัวว่าความสนุกช่วงชีวิตวัยรุ่นจะหายไป การทำกิจกรรมจิตอาสาให้ทั้งความสุข ความสนุก และที่สำคัญได้สร้างความสุขให้น้องๆ ที่ป่วย" น้องชิน เล่า
ศ.นพ.วิจารณ์ พานิช รองประธานกรรมการมูลนิธิสยามกัมมาจล กล่าวว่า การเรียนรู้งานอาสาสมัครเป็นการเรียนรู้จากชีวิตจริง เป็นสิ่งที่สถานศึกษาปลูกฝังสิ่งเหล่านี้ เพราะจะทำให้เด็กเรียนรู้และจดจำไปตลอดชีวิต เป็นวิธีการกล่อมเกลาจิตใจเด็กและเยาวชนให้เป็นคนอ่อนโยน คิดถึงผู้อื่น และทำงานโดยไม่หวังผลประโยชน์ สถานศึกษาควรวางระบบการจัดงานจิตอาสาในตัวเด็กนักเรียนให้เป็นระบบ มีพี่เลี้ยงคอยกระตุ้นให้นักเรียนรักงานอาสาสมัครให้เรียนรู้และรักการช่วยเหลือผู้อื่นที่มาจากใจ การเสียสละ อดทน ทำเพื่อคนอื่นโดยไม่หวังผลตอบแทนนั่นเอง
0 ชุลีพร อร่ามเนตร 0



