
ฉงชิ่ง...(อดีต)นครปาบนเตาไฟและไอหมอก
ฉงชิ่ง...(อดีต) นครปา บนเตาไฟและไอหมอก : คอลัมน์ท่องต่างแดน : โดย...เรื่อง / ภาพ : ยุวดี วัชรางกูร
แรกตอบรับร่วมคณะเดินทางวัฒนธรรมสัญจร “เยือนถิ่นกำเนิดของชนชาติไทที่มหานครฉงชิ่ง (นครปา)” มณฑลเสฉวน ตามคำเชิญชวนของ อาจารย์อรไท ผลดี ผู้อำนวยการสำนักพิพิธภัณฑ์และวัฒนธรรมการเกษตร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ซึ่งร่วมจัดกับ อ.ฟาน จูน อาจารย์พิเศษด้านภาษาและประวัติศาสตร์จีน จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ฉันใช้เวลาลังเลไม่นาน เพราะหัวข้อแบบนี้อยู่ในความสนใจอยู่แล้ว
ต้นเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา พวกเราประกอบด้วยคณะนักวิชาการหลากสาขา มี ศ.ดร.ประเสริฐ ณ นคร ผู้ทรงคุณวุฒิด้านอักษรโบราณ ในวัย 93 ปี ก็ลัดฟ้ามาถึงมหานครฉงชิ่งด้วยเวลาบินของนกเหล็กเพียง 3 ชั่วโมง
หมอกหนาห่มคลุมยอดตึกระฟ้าทรงข้าวโพดที่เบียดเสียดกัน และทำมุมตั้งฉากกับผืนน้ำแยงซีเกียงซึ่งอยู่ในช่วงเข้าแล้งจนสันดอนน้อยใหญ่โผล่ให้เห็นถนัด เวลาแบบนี้คล้ายๆ แยงซีคร้านจะไหลเซาะ อาจเป็นเพราะเธอผ่านอดีตสาหัสจากการถูกกีดกั้นลำน้ำด้วยอภิมหาเขื่อนสามผา จนบัดนี้น้ำในเขื่อนสูงถึง 162 เมตร ผู้คนต้องอพยพทิ้งบ้านเรือน แต่ก็ยังคงมีเมืองจมน้ำหลงเหลืออยู่ไม่น้อย
รัฐบาลจีนจัดแสดงเรื่องราวการสร้างเขื่อนยักษ์ และแหล่งโบราณคดีก่อนการสร้างเขื่อนไว้ที่ พิพิธภัณฑ์สามผา หรือ พิพิธภัณฑ์ซานเฉีย พิพิธภัณฑ์ขนาดใหญ่ประจำเมือง ตั้งประจันหน้ากับหอประชุมประชาชน
น่าปลื้มใจกับประชาชนชาวจีนที่รัฐบาลเห็นความสำคัญของการเรียนรู้รากเหง้าท้องถิ่น ถึงได้สนับสนุนให้ประชาชนเข้าชมพิพิธภัณฑ์โดยไม่ต้องเสียค่าผ่านประตู เราเห็นชาวฉงชิ่งหลากวัยเข้าชมพิพิธภัณฑ์กันหนาตา ขณะพวกเราละเลียดชมห้องแสดงประวัติศาสตร์นครปา อายุกว่า 4,000 ปี และประวัติศาสตร์ชุมชนเขื่อนสามผาอย่างเพลิดเพลิน
ไฮไลท์ของทริปนี้คือการเดินทางไปอำเภอฉีเจียง รถวิ่งไม่เกินหนึ่งชั่วโมงครึ่งจากตัวเมือง ที่นี่พวกเราได้รับเกียรติจาก คุณโจว หลิง นักโบราณคดีผู้ขุดค้นแหล่งโบราณคดีของกลุ่มชาติพันธุ์ใหญ่กลุ่มหนึ่ง ชื่อว่า “ชาวลาวหนานผิง” คุณโจวนำเราเข้าชม พิพิธภัณฑ์ท้องถิ่นแห่งฉีเจียง จัดแสดงซากฟอสซิลในทางบรรพชีวินประเภทต่างๆ ตั้งแต่ไดโนเสาร์ พืช และสัตว์ดึกดำบรรพ์นานา
ห้องแสดงตอนหนึ่งเป็นเรื่องของชาวลาวหนานผิง มีโมเดลจำลองแบบบ้านไม้ไผ่ใต้ถุนสูง การใช้ไฟหุงต้มอาหาร การตากปลาแห้ง มีแผ่นหินจำลอง (จากแหล่งโบราณคดีบนภูเขา) แกะสลักเป็นภาพชีวิตผู้คน กลุ่มสตรีนุ่งผ้าซิ่น เครื่องดนตรี และการละเล่น
ที่สำคัญคือศิลาจารึกอักษรโบราณ ที่ท่านอาจารย์ประเสริฐนำพวกเราทุกคนมุงดูอยู่นาน คุณโจวบอกว่านักภาษาศาสตร์โบราณของจีนอ่านแล้ว สรุปว่าเป็นเรื่องการตั้งถิ่นฐานและสาเหตุของการอพยพของชาวลาวหนานผิง
น่าเสียดายที่คุณโจวไม่อาจนำพวกเราบุกป่าฝ่าดงไปยังแหล่งโบราณคดีบนเขาสูงชันได้ เพราะยังอยู่ระหว่างการขุดค้น หนทางไปถึงแหล่งแสนลำบากต้องเดินป่าลึกและปีนเขา แถมต้องเผชิญกับเชื้อโรคหลายพันปีด้วย แต่อย่างน้อยคุณโจวก็จัดแบบเบาะๆ ให้เราได้ตื่นเต้น เมื่อนำทางบุกเข้าหมู่บ้านโบราณ เดินลงเนิน ข้ามธารน้ำตก และฝ่าพงหญ้าสูงท่วมเอวไปชมจุดที่ค้นพบศิลาจารึก 4 หลัก
ไม่มีใครแสดงอาการเมื่อยล้าเมื่อได้เห็นโบราณวัตถุสำคัญตรงหน้า โดยเฉพาะท่านอาจารย์ ศ.ดร.ประเสริฐ ผู้อาวุโสสูงสุดของคณะ
พวกเราโชคดีที่มาเยือนฉงชิ่งในเวลานี้ หากมาล่ากว่านี้อีกเพียงเดือนเดียว เป็นได้ “สุกสนิท” กันทั้งคณะ ด้วยนครฉงชิ่งครองอันดับหนึ่งในฐานะ“เมืองเตาไฟ” ของจีน อุณหภูมิช่วงเดือนมิถุนายน-สิงหาคม จะสูงถึง 43 องศาเซลเซียสทีเดียว อ.ฟาน เล่าว่า 3 เมืองเตาไฟของจีน ได้แก่ ฉงชิ่ง อูฮั่น นานกิง...ทั้งสามเมืองตั้งอยู่สองฝั่งของแม่น้ำแยงซีทั้งสิ้น
มานครฉงชิ่งทั้งทีถ้าไม่ได้ไป แหล่งมรดกโลกต้าจู๋ อายุ 1,000 กว่าปี สมัยราชวงศ์ซ่ง ก็คงน่าเสียดาย แม้จะต้องนั่งรถออกไปนอกเมืองนานถึง 3 ชั่วโมงก็ตาม ที่นี่โด่งดังในแง่เป็นศาสนสถานของชาวพุทธ คนโบราณแกะสลักพระพุทธรูปลอยตัวขนาดใหญ่โดดเด่นจากหินผา เรียงรายไปตลอดแนวเขาและในถ้ำ บางช่วงแกะเป็นเรื่องราวในไตรภูมิ (สวรรค์ โลกมนุษย์ นรก) ยังมีภาพแกะสลักหินสะท้อนวิถีเกษตรกรรมอีกด้วย
ไหนๆ เป็นทริปวิชาการ พอถึงบทช็อปปิ้ง ก็ไม่พ้นย่าน เมืองโบราณฉือจี้โข่ว บนเนินเขาติดแม่น้ำแยงซี เห็นนักท่องเที่ยวเดินผ่านกำแพงเมืองเก่ากันขวักไขว่...ฉันได้แต่ถ่ายรูปและซื้อน้ำสมุนไพรอุ่นๆ ดื่มดับกระหาย
จำนวนประชากรระดับ 30 ล้านคนของมหานครอันดับสองของจีนอย่างฉงชิ่ง (อันดับหนึ่งคือมหานครปักกิ่ง ด้วยจำนวนประชากรล่าสุดกว่า 40 ล้านคน) และทำเลที่ตั้งบนภูเขาสูงเป็นลอนลูกคลื่นอย่างนี้ ทำให้หลับตานึกภาพการเลือกตั้งถิ่นฐานของมนุษย์ในอดีตได้ชัดขึ้น แต่ถ้าให้ดีควรมาลงรายละเอียดอีกหลายหน
แว่วว่า อ.ฟาน จะจัดทริปพิเศษแนวๆ นี้อีก ใครสนใจร่วมตามรอยชนกลุ่มต่างๆ ในภูมิภาคเอเชียและอุษาคเนย์ ลองสอบถามที่โทร. 0-2259-3548-9
.....................................
(ฉงชิ่ง...(อดีต) นครปา บนเตาไฟและไอหมอก : คอลัมน์ท่องต่างแดน : โดย...เรื่อง / ภาพ : ยุวดี วัชรางกูร)



