ไลฟ์สไตล์

ล้อมคอก!ศธ.คาดโทษอาชีวะยกพวกตีกัน

ล้อมคอก!ศธ.คาดโทษอาชีวะยกพวกตีกัน

25 พ.ค. 2555

ศธ. คาดโทษ 2 สถาบันอาชีวะยกพวกตีกัน ระบุงดรับ นร.ชั้นปวช.1 ในปีหน้า และหากยังแก้ปัญหาไม่ได้อีกจะสั่งปิดทันที

                       25 พ.ค.55 นายชาญวิทย์ ทัพสุพรรณ ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน(กช.)แถลงข่าวภายหลังหารือร่วมกับนายสมชาย อ้วนสกุล รองผู้อำนวยการเทคโนโลยีกรุงเทพ และนางพรทิพย์ บุญประสม รองผอ.เทคโนโลยีไทยวิจิตรศิลป์ หลังจากที่มีนักเรียนของทั้งสองสถาบันก่อเหตุและยิงใส่รถเมล์ปรับอากาศสาย 129 ที่ย่านสี่แยกบางนา เมื่อวันที่ 24 พ.ค.ที่ผ่านมา

                       นายชาญวิทย์ กล่าวว่า ก่อนเปิดภาคเรียน 2 สัปดาห์ ทางสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน(สช.) ได้ประชุมร่วมกับผู้บริหารสถานศึกษาอาชีวศึกษาเอกชนและเจ้าหน้าที่ตำรวจเพี่อเตรียมมาตรการป้องกันนักเรียนทะเลาะวิวาทในช่วงเปิดเทอมแล้ว และได้ดำเนินการมาทุกปี เพราะทราบดีว่าในช่วงเปิดเทอมหรือช่วงหลังสอบมักจะมีนักเรียน นักศึกษาอาชีวะก่อเหตุทะเลาะวิวาทกันบ่อย โดยเฉพาะในกลุ่มโรงเรียนที่อยู่ใกล้กัน หรือโรงเรียนที่เดินทางมาในทางเดียวกัน อย่างไรก็ตาม จากที่ สช.ได้ตรวจสอบสถิติที่ผ่าน ๆพบว่า นักเรียนอาชีวะก่อเหตุลดลง แต่การก่อเหตุในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา ถึงแม้จะลดลงเหลือเพียง 2-3 ครั้ง แต่มีความรุนแรงมากขึ้น ส่วนในปีการศึกษา 2555 ครั้งนี้ถือเป็นครั้งแรก และยังมีอีก 5-6 สถาบันที่จะต้องเฝ้าระวังก่อเหตุ ช่วงเปิดเทอม

                       นายชาญวิทย์ กล่าวอีกว่า ที่ผ่านมา สช.ได้มีแผนป้องกันนักเรียน นักศึกษาอาชีวะเอกชน ก่อเหตุทะเลาะวิวาท โดยมีโครงการพัฒนาผู้นำนักศึกษา และพัฒนาคุณธรรมจริยธรรม โดยการพานักเรียน นักศึกษาอาชีวะ ไปเข้าค่ายอบรมในค่ายลูกเสือ และเข้าศูนย์พัฒนาจิตรใจที่จ.สระบุรี จ.ปราจีนบุรี จ.ลพบุรี รุ่นละ3- 7 วัน จึงทำให้สถิตินักเรียน นักศึกษาอาชีวะเอกชนทะเลาะวิวาทลดลง แต่ก็ยังมีอีกส่วนหนึ่งที่จะต้องพัฒนาจิตใจและปรับเปลี่ยนพฤติกรรม โดยนายสุชาติ ธาดาธำรงเวช รมว.ศธ.ได้มีนโยบายให้สช.นำนักเรียน นักศึกษาอาชีวะ ชั้นปวช. 1 ทุกแห่ง เข้าร่วมโครงการคุณธรรมจริยธรรม โดยให้ไปปฏิบัติธรรมที่วัดหรือศูนย์ปฏิบัติธรรม หรือภายในสถานศึกษา 3- 7 วันด้วย

                       ซึ่งที่ผ่านมา สช.ก็ได้นักเรียน นักศึกษาในสถาบันที่ก่อเหตุทะเลาะวิวาทหลายแห่งไปเข้าค่ายพัฒนาผู้นำ และค่ายลูกเสือ เข้าศูนย์พัฒนาจิตใจ แล้วประมาณ  3-4 พันคน และได้มีการติดตามพฤติกรรมเด็กกลุ่มนี้ พบว่ายังไม่สามารถปรับเปลี่ยนพฤติกรรมได้ ดังนั้น จึงจะให้เด็กกลุ่มที่เข้าอบรม 3-7 วันแล้วยังไม่ได้รับการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ไปเข้ารับการอบรมพัฒนาต่อในหลักสูตรอบรมพัฒนา 1 เดือน ร่วมกัน และให้นำวิชาที่นักเรียนต้องเรียนเข้าไปสอนด้วย เพื่อเด็กจะได้ไม่เสียการเรียนเพื่อให้เด็กได้ทำกรรมพัฒนาร่วมกันและเรียนวิชาพื้นฐานต่าง ๆร่วมกัน ส่วนสถานที่ทำกิจกรรมนั้นขณะนี้ได้เตรียมไว้แล้วหลายแห่ง

                       “ รมว.ศธ.ได้มอบนโยบายให้ สช.ดูแลโรงเรียนที่ก่อเหตุทะเลาะวิวาทบ่อยครั้ง คือ 1. ว่ากล่าวตักเตือน  2. หากนักเรียน นักศึกษาอาชีวะสถาบันใดยังก่อเหตุซ้ำ ๆอีกและรุนแรงขึ้น ก็จะให้ทางสถาบันนั้น งดรับนักเรียน นักศึกษาชั้น ปวช. 1 ในปีต่อ ๆไป ซึ่งมาตรการนี้ สช.ได้นำไปใช้กับสถานศึกษาที่ก่อเหตุบ่อย ๆบางแห่งแล้ว โดยปิดปีละชั้น ซึ่งก็ได้ผลเพราะทำให้ปัญหาไม่เกิดขึ้นอีก  เพราะฉะนั้น ในปีการศึกษาหน้า จะให้สถาบันเทคโนโลยีกรุงเทพ และสถาบันเทคโนโลยีไทยวิจิตรศิลป์ งดรับนักเรียนชั้น ปวช.1 ก่อน ส่วนนักเรียนที่เหลือก็เรียนไปเพื่อลดภาระผู้ปกครองและนักเรียนที่ดีซึ่งเป็นนักเรียนส่วนใหญ่จะได้ไม่ให้มีผลกระทบรวมถึงครู ซึ่งทางสองสถาบันก็รับทราบมาตรการในวันนี้แล้ว  หากยังแก้ไขปัญหาไม่ได้อีก ก็จำเป็นต้องปิดสถาบันที่ก่อเหตุ และหากสามารถแก้ไขปัญหาได้ก็สามารถมาขออนุญาตเปิดรับปวช.1 ได้ในปีต่อไป “

                       ผอ.สช.กล่าวว่า ยังได้ให้สถาบันเทคโนโลยีกรุงเทพ และสถาบันเทคโนโลยีไทยวิจิตรศิลป์ กลับไปประสานกับศิษย์เก่าของทั้งสองสถาบันมาร่วมพูดคุยเพื่อปรับแผนกิจกรรมร่วมกันว่าต่อไปนี้จะสร้างความปรองดองและความสามัคคีร่วมกันอย่างไร เพราะเด็กจะเชื่อฟังศิษย์เก่า และในวันศุกร์ที่ 1 มิ.ย.นี้ ให้ทั้งสองสถาบันกลับมารายงานแผนกิจกรรม กับรัฐมนตรีว่าการ ศธ.เพื่อให้นักเรียนไปทำกิจกรรมร่วมกัน 1 เดือน โดยมีครูผู้สอน มีนักจิตรวิทยา มีพระ นักบวช เข้าไปร่วมพัฒนานักเรียนกลุ่มนี้ ซึ่งแต่ทางสถาบันก็มีประวัติของเด็กแต่ละกลุ่มอยู่แล้วเมื่อก่อเหตุจึงสามารถจับตัวผู้ก่อเหตุได้ ดังนั้นควรพาไปร่วมโครงการพัฒนาด้วยกัน

                       ด้านนายสมชาย อ้วนสกุล รองผู้อำนวยการสถาบันเทคโนโลยีกรุงเทพ กล่าวว่า ในวันพฤหัสบดีที่ 31 พ.ค.นี้ ทั้งสองสถาบันจะเชิญศิษย์เก่าที่มีคุณภาพและเชื่อถือได้มาเปิดใจหารือร่วมกัน และให้รุ่นน้องที่มีปัญหากันมาร่วมฟังและเปิดใจพูดคุยทำความเข้าใจกันด้วยก็คิดว่าปัญหาน่าจะเบาขึ้นเพราะเด็กแต่ละคนรักสถาบันตัวเอง ส่วนที่มีข่าวว่ามีอาจารย์ของ สถาบันเทคโนโลยีกรุงเทพ อยู่ในที่เกิดเหตุด้วยนั้น เนื่องจากอาจารย์คนดังกล่าวกำลังทำหน้าที่ติดตามพฤติกรรมของนักเรียนตามเส้นทางต่าง ๆอยู่แล้ว และเมือเห็นเหตุการณ์จึงได้เข้าไปช่วยระงับเหตุโดยที่ยังไม่ได้ถอดหมวกกันน็อก

                       นางพรทิพย์ บุญประสม รอง ผอ.ร.ร.ไทยวิจิตรศิลป์ กล่าวว่า เมื่อกลับไปจะประชุมทำความเข้าใจกับผู้บริหารร.ร.เทคโนโลยีกรุงเทพ (กรุงเทพช่างกล) เพื่อนำนโยบายที่ สช.มอบให้ไปปฏิบัติ ถึงจะไม่สามารถคาดหวังว่าจะแก้ไขปัญหาได้ 100 เปอร์เซ็นต์ แต่เชื่อว่าแนวทางการแก้ไขปัญหาต่างๆ จะชัดเจน นำไปปฏิบัติได้จริง โดยแผนการดำเนินการต่างๆ จะมีความชักเจนในวันพฤหัสบดีหน้า ทั้งนี้กลุ่มผู้บริหารทั้งสองสถาบันมั่นใจว่าศิษย์เก่าจะให้ความร่วมมืออย่างเต็มที่ เพราะพื้นฐานของเด็กเหล่านี้มีความรักและห่วงแหนสถาบันเป็นอย่างมาก