
ผู้ปกครองนร.บดินทร์ขู่'เผาตัวตาย'
ที่ปรึกษากฎหมายภาคีต้านทุจริตเผยผู้ปกครองนร.บดินทร์ ขู่เผาตัวตายหน้าทำเนียบฯ หากครม.ไม่ยกเลิกระเบียบสพฐ. ด้าน ร.ร.เรียกสำรองเพิ่มอีก 13 ราย มีนร.อดข้าวรวมอยู่ 1 ราย
24พ.ค.2555 กลุ่มภาคีเครือข่ายต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชั่นของชาติ (ภตช.) 9 องค์กร นำโดย พล.อ.กิตติศักดิ์ รัฐประเสริฐ ประธานฯ ภตช. นายมงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ เลขาธิการ ภตช. และนายนักบุญ อรรคบุตร ประธานกลุ่มธรรมาภิบาล ต้านการทุจริตคอร์รัปชั่น ได้ยื่นหนังสือต่อ นายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีดีเอสไอ เพื่อให้ตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีการรับสินบน หรือแป๊ะเจี๊ยะในสถานศึกษา และตรวจสอบบัญชีทรัพย์สินของผู้บริหารโรงเรียนฯ
นายวิวัฒน์ชัย คุณมาตร ที่ปรึกษากฎหมาย ภตช. เปิดเผยว่า ในวันที่ 29 พ.ค.นี้ เวลาประมาณ 16.00 น. ระหว่างที่มีการประชุม ครม.ก็จะมีกลุ่มเครือข่ายผู้ปกครองที่ได้รับความเดือดร้อนจากเรื่องนี้ ได้นัดหมายรวมตัวประท้วงบริเวณหน้าประตู 4 ทำเนียบรัฐบาลเพื่อให้ยกเลิกระเบียบของสำนักงานการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) เรื่องการเลื่อนชั้น จากม.3 สามารถเรียนต่อ ม.4 ได้ทันที นอกจากนี้ทราบว่าหาก ครม.ไม่ยกเลิกก็จะมีผู้ปกครองนักเรียนคนหนึ่ง ได้ประกาศจะเผาตัวเองบริเวณดังกล่าว เหมือนกับประเทศเกาหลี
ร.ร.รับเด็กประท้วงเข้าเรียน1ราย
นายณรงค์ นิยมราช แกนนำผู้ปกครองนักเรียน ชั้น ม.3 รร.บดินทรเดชา (สิงห์ สิงหเสนี ) ที่มาเรียกร้องให้ รร.รับเด็กกลับเข้าเรียนต่อ เปิดเผยว่า ทางกลุ่มผู้ปกครองที่รวมตัวมาเรียกร้องเรื่องนี้นั้น ยังไม่มีมติให้ นร.อดข้าวประท้วงต่อ หาก รร.ไม่รับ นร.ทุกคนกลับเข้าเรียน จะรอดูผลการเยียวยาของคณะกรรมการเยียวยานักเรียนที่ได้รับผลกระทบจากการรับนักเรียนปีการศึกษา 2555 ในสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา (สพม.) กทม.เขต 2 ก่อน ถ้าผลการเยียวยาไม่มีความสมเหตุสมผล จึงค่อยพิจารณาว่า จะดำเนินการใด ๆ ต่อไป แต่ยืนยันว่า จะไม่ใช้มาตรการให้นักเรียนกลับไปอดข้าวประท้วงอีกอย่างแน่นอน หามาตรการอื่นๆ มาดำเนินการแทน
นายณรงค์ กล่าวต่อว่า อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ความคิดของผู้ปกครองแต่ละคนค่อนข้างหลากหลาย และถือเป็นความเห็นส่วนบุคคล บางครั้งก็พอใจให้ลูกไปเข้าเรียนใน ร.ร. 121 แห่ง ที่ทางกรรมการเยียวยาจัดเตรียมไว้รองรับ แต่บางคนก็ยังยืนยันอยากให้ลูกเรียนต่อที่เดิม ซึ่งสุดท้าย เมื่อผลการเยียวยาออกมาก็คงมีการพูดคุยกันอีกครั้ง โดยส่วนตัว ก็ยังเชื่อว่า นร.ส่วนใหญ่สามารถเข้าเกณฑ์ของ รร.ได้
นายปรีชา จิตรสิงห์ ประธานรับนักเรียน รร.บดินทรฯ กล่าวว่า ก่อนหน้า มี นร.สละสิทธิ์ 20 คน รร.ได้เรียก นร.ที่มีคะแนนอยู่ในอันดับถัดไปมาเข้าเรียนแทน แต่ปรากฏว่า มารายงานตัวแค่ 17 คน เหลือที่ว่างอีก 3 คน ล่าสุด เมื่อวันที่ 23 พ.ค. รร.ได้สำรวจอีกครั้งพบว่า มี นร.สละสิทธิ์เพิ่มอีก 10 คน รวมแล้วมีที่ว่างทั้งหมด 13 คน ทาง รร.จึงเตรียมเรียก นร.ที่มีคะแนนลำดับถัดไปมาแทน และพบว่า 1 ใน 13 คนนั้น มีนร.ที่เคยมาประท้วงอยู่ 1 คน อย่างไรก็ตาม นร.ที่มาประท้วงรายอื่นๆ ซึ่งมีคะแนนไม่ถึงและคุณสมบัติไม่เข้าเกณฑ์ ขอให้ไปรายงานตัวที่คณะกรรมการเยียวยาของ สพม.กทม.2 ในวันที่ 25 พ.ค.นี้ เพื่อรับการจัดสรรที่เรียนให้ รร.ที่จัดไว้ 12 แห่ง
ด้านนายชินภัทร ภูมิรัตน เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ( กพฐ.) ยืนยัน รร.12 แห่ง ที่จัดไว้รองรับ นร.บดินทรฯ นั้น แม้หลายโรงจะมีชื่อเสียง ที่ รร.เหล่านี้ยังมีที่ว่างอยู่ ไม่ได้มีการขยายห้องเรียนเพื่อรับ นร.บดินทรฯ โดยเฉพาะ ซึ่งทางคณะกรรมการเยียวยากำหนดให้ผู้ปกครองแจ้งความประสงค์พร้อมระบุโรงเรียนภายในวันที่ 25 พ.ค.นี้ แต่หากไม่ระบุคณะกรรมการเยียวยาจะจัดสรรให้เองโดยยึดหลักพื้นที่ใกล้บ้าน
อย่างไรก็ตาม ได้รับรายงานจากประธานคณะกรรมการรับนักเรียนของโรงเรียนบดินทรฯ ด้วยว่าจนถึงตอนนี้มีนักเรียนสละสิทธิ์ ประมาณ 33 คน และในจำนวนนี้มีเด็กที่ออกมาชุมนุมบางส่วนเรียกเข้าไปเรียนแล้ว ซึ่งเด็กกลุ่มนี้ที่ถูกเรียกเข้าเรียนเป็นไปตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขที่กำหนด โดย สพฐ.ได้เร่งรัดให้กระบวนการทั้งหมดต้องให้แล้วเสร็จภายใน 25 พ.ค.นี้เพื่อให้ทันรายงานวันที่ 28 พ.ค.นี้ แต่หากนักเรียนยังยืนยันจะเข้าเรียนโรงเรียนเดิมนั้น ก็ขอยืนยันว่าทุกอย่างต้องดำเนินการไปตามกติกาที่วางไว้
“ส่วนการแก้ปัญหาในระยะยาวนั้น สพฐ.จะปรับแก้เกณฑ์การรับนร.ใหม่ เปิดโอกาสให้ นร.ม.3 เดิมมีโอกาสเรียนต่อที่เดิมมากขึ้น แต่ไม่ใช่ปล่อยผ่าน ให้ทุกคนเรียนต่อ ม.4 ได้โดยอัตโนมัติ ยังต้องมีระบบคัดเลือกนร.ที่มีศักยภาพเหมาะสมไว้ มิฉะนั้น จะกระทบต่อคุณภาพของนร. เพราะฉะนั้น อาจคงสัดส่วน นร.เก่าและนร.ใหม่ไว้ที่ 80/20 เหมือนเดิม แต่สำหรับ รร.ที่มีความนิยมสูง สพฐ.จะไฟเขียวให้เพิ่มห้องเรียนในระดับ ม.ปลาย เพราะฉะนั้น จำนวนนร.เก่าที่จะได้สิทธิ์เรียนต่อ ม.4 ก็จะเพิ่มขึ้น แต่ร.ร.ที่จะเพิ่มห้องเรียนระดับ ม.ปลาย นั้น ต้องขอ สพฐ.และทำแผนให้ชัดเจนล่วงหน้า “ นายชินภัทร กล่าว
น.ส.ศศิธารา พิชัยชาญณรงค์ ปลัด ศธ. ในฐานะประธานคณะกรรมการสืบข้อเท็จจริง กล่าวถึงความคืบหน้าในการตรวจสอบ ว่า ขณะนี้คณะกรรมการฯ ตรวจสอบโดยยึดตามหนังสือ 2 ฉบับ ได้แก่ หนังสือจากผู้ปกครอง 5 คน และหนังสือจากภาคีเครือข่ายต่อต้านการทุจริตและคอรัปชันแห่งชาติ (ภตช.) ที่ส่งมอบให้แก่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี และนายสุชาติ ธาดาธำรงเวช รัฐมนตรีว่าการ ศธ. อย่างไรก็ตาม ไม่สามารถเปิดเผยรายละเอียดได้ในเวลานี้ แต่ก็ตั้งข้อสังเกตุเช่นกันว่าหนังสือของผู้ปกครองและภตช.นั้นมีเนื้อหาเหมือนกัน เบื้องต้นได้รายงานความคืบให้ รมว.ศึกษาธิการ ทราบและลงนามเพื่อส่งรายงานไปยัง นายกรัฐมนตรีแล้ว จากนี้กรรมการฯจะลงไปตรวจสอบข้อมูลเพิ่มเติมคาดว่าสัปดาห์หน้าจะสรุปรายงานได้



