
สวัสดิการทหาร...ไม่แพง
ผมและครอบครัวพักอาศัยที่อาคารสวัสดิการทหาร ที 14 เมืองทองธานี ซึ่งขึ้นตรงกับกรมยุทธบริการทหาร กองบัญชาการกองทัพไทย
อยากให้มีการตรวจสอบเงินค่าส่วนกลางที่เก็บจากผู้พักอาศัย ว่านำไปใช้ถูกต้องหรือไม่ เพราะมีการนำเงินไปใช้ในการทำทางเข้า-ออกใหม่ โดยไม่ได้ขอความคิดเห็นหรือการยินยอมจากผู้พักอาศัย และการจ้าง รปภ.ที่ไม่มีประสิทธิภาพ รวมทั้งการจ้างแม่บ้านทำความสะอาดก็ไม่โปร่งใส ผู้พักอาศัยส่วนใหญ่ไม่เห็นด้วยกับประธานตึกและประธานตึกก็ไม่เคยมาพักอาศัยเลย
บริเวณทางเข้าออกที่สร้างใหม่มีการจับกลุ่มของชายฉกรรจ์ที่มานั่งกินอาหาร และดื่มเหล้า นั่งมองและแซวคนอื่น ทั้งที่เป็นอาคารสวัสดิการทหารแท้ๆ
มีการทำทางเข้า-ออกใหม่ แต่บังคับให้เสียเงินค่าทำบัตรผ่านเข้า-ออกและยังให้รปภ.ขู่ว่าจะปิดทางเข้าออก ถ้าคนไหนไม่มีบัตรให้รีบไปทำซะ ถ้ามีเหตุการณ์ฉุกเฉิน เช่น ไฟไหม้ คนป่วย ถ้ามัวแต่มาใช้บัตรเปิดเข้าออกคงหนีไม่ทัน
ครอบครัวทหาร
ตอบ
กองสวัสดิการ กรมยุทธบริการทหาร กองบัญชาการกองทัพไทย ชี้แจงว่า เรื่องนี้ถือเป็นเรื่องภายใน ตามระเบียบทางราชการต้องมีการลงชื่อมาด้วยว่าผู้ร้อง ชื่อ-นามสกุลอะไร ถ้าร้องมาแบบนี้ถือเป็นบัตรสนเทศเท่านั้น ไม่มีความหมาย เป็นเรื่องของกลุ่มคนที่ทะเลาะกันภายในอาคาร เหมือนเป็นเรื่องภายในครอบครัว กองสวัสดิการเป็นคนกลางก็ต้องให้ความเป็นธรรม เพราะอาคารนี้เป็นที่พักของทางราชการ มีระเบียบปฏิบัติ และทั้งสองฝ่ายอาจปฏิบัติไม่ถูกต้อง ก็ต้องมีกระบวนการสอบสวน ต้องรู้ที่มาที่ไปว่าเป็นอย่างไร
กรณีนี้ได้เรียกผู้อยู่อาศัยภายในอาคารมาประชุมร่วมกัน จะค่อยๆ แก้ปัญหาไป ตอนนี้ทางตึกขาดแคลนงบประมาณในการว่าจ้างรปภ. ซึ่งแต่ละตึกต้องใช้รปภ.หลายคน และรปภ.แต่ละคนเงินเดือนเป็นหมื่นบาท แต่ละเดือนต้องจ้างหลายแสนบาท ส่วนเงินที่เก็บกับผู้อยู่อาศัยเป็นเงินค่าส่วนกลางจ่ายเดือนละ 200 บาทเท่านั้น มี 2 อาคาร มีผู้อาศัยประมาณ 300-400 ห้อง ค่าใช้จ่ายจะนำไปชำระค่าเคเบิล ค่าขยะ ค่ารปภ. เก็บเดือนละ 200 บาท ถูกมาก เพราะถือเป็นสวัสดิการ
ในส่วนของอาคาร ประธานตึกจะคอยดูแลโดยเปลี่ยนจากการจ้างรปภ.เป็นการติดตั้งกล้องวงจรปิด จะทยอยติดตั้งไปเรื่อยๆ
ก่อนหน้านี้ประธานตึกได้เรียกผู้พักอาศัยที่อยู่ในอาคารนี้มาประชุมกันก็ไม่ค่อยมาประชุมกัน พอมีเรื่องเร่งด่วนทางประธานก็ตัดสินใจทำไปเลย พอทำไปแล้วชาวบ้านก็โวยวายว่าไม่บอกกล่าว ซึ่งต่อไปนี้จะกำชับให้ผู้พักอาศัยมาประชุมกันมากขึ้น เพื่อปรึกษาหารือกันก่อน
ลุงแจ่ม



