ไลฟ์สไตล์

'ปู'เตรียมถวายนาทุ่งมะขามหย่อง7ไร่

'ปู'เตรียมถวายนาทุ่งมะขามหย่อง7ไร่

23 พ.ค. 2555

วังช้างอยุธยาประกอบพิธีบวงสรวงและปัดรังควาญช้างเพื่อเข้าร่วมในขบวนรับ เสด็จ ด้าน "ยิ่งลักษณ์" เผย 25พ.ค.นี้จะทูลเกล้าฯถวายนาทุ่งมะขามหย่อง 7 ไร่ ในนามตระกูลชินวัตร ขณะที่ยายกับความปลื้มปิติคราวรำเพลงเกี่ยวข้าวถวาย

              เมื่อเวลา 10.00 น.วันที่ 23 พ.ค. ที่เพนียดคล้องช้าง หมู่  3 ต.สวนพริก อ.พระนครศรีอยุธยา จ.พระนครศรีอยุธยา  นายลายทองเหรียญ มีพันธ์ เจ้าของวังช้างอยุธยา ได้จัดพิธีบวงสรวงศาลปะกำและพิธีปัดรังควาญช้างที่จะเข้าร่วมในขบวนอัญเชิญเครื่องราชสักการะ ในการถวายการรับเสด็จพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในวันที่ 25 พ.ค. โดยมีพระครูเกษมจันทรวิมล หรือพระอาจารย์แดง เจ้าอาวาสวัดป้อมรามัญ อ.พระนครศรีอยุธยา ประกอบพิธีโดยมีช้างที่จะเข้าร่วมในขบวน 11 เชือก พร้อมควาญช้างและผู้ดูแลเกือบ 30 คน รวมทั้งเครื่องแต่งกายช้าง ผ้าคลุม เข้าร่วมในพิธีกรรมครั้งนี้ โดยมีเครื่องเซ่นสังเวยเป็นผลไม้และไก่ที่หน้าศาลปะกำที่ชาวช้างนับถือ จากนั้นพระอาจารย์แดงได้ทำการพรมน้ำมนต์ให้กับช้างทุกเชือก พื่อเป็นความเป็นสิริมงคล

              นายลายทองเหรียญ กล่าวว่า พิธีกรรมที่จัดนี้เป็นไปตามความเชื่อของชาวช้างในการที่จะเข้าเฝ้าพระมหากษัตริย์จะต้องทำให้ช้างสะอาดและปราศจากความไม่ดี ซึ่งช้างที่นำมาร่วมในขบวนนี้เป็นช้าง 11 เชือกที่คัดมาจากช้างที่เก่งและดีที่สุดใน 22 เชือกที่มีอยู่ โดยช้างทั้งหมดนี้จะเข้าร่วมในพิธีอัญเชิญเครื่องราชสักการะ บายศรี พานพุ่ม พระบรมสาทิสลักษณ์ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ และพระแสงดาบประจำจังหวัดพระนครศรีอยุธยา และเคลื่อนขบวนหน้าพระที่นั่ง ขณะเดียวกันจะมีการแสดงช้างบำรุงงาหรือการฝึกช้างยุทธหัตถีด้วย

              ขณะเดียวกันนายศศิพงษ์ ราชวังเมือง อายุ 66 ปี อดีตพระตำรวจหลวงรักษาพระองค์ ประจำที่ประทับสำนักพระราชวัง ผู้เชี่ยวชาญตรวจลักษณะช้าง เปิดเผยว่า หลังจากที่ตนเกษียณอายุราชการมาเมื่อปี 2550 ก็มาอยู่ที่เพนียดคล้องช้าง โดยเคยทำหน้าที่ตำรวจหลวงมานาน 45 ปี หลังจากที่ออกมา ก็ไม่เคยได้ถวายงานพระองค์หรือเห็นพระองค์จริงอีกเลย รู้สึกสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอย่างล้นพ้น เมื่อทราบว่าพระองค์เสด็จที่ จ.พระนครศรีอยุธยา และช้างเข้าไปมีส่วนถวายการรับเสด็จ ก็ดีใจมาก เพราะตนได้มีส่วนดูแลช้าง อยากเห็นพระองค์อีก ทุกวันนี้ก็ระลึกถึงพระองค์เป็นแนวทางในการทำความดีตลอดไป

              ส่วนที่บริเวณพระบรมราชานุสาวรีย์สมเด็จพระสุริโยทัย ทุ่งมะขามหย่อง ช่วงบ่ายได้มีการประชุมเตรียมความพร้อม โดยมีนายวิทยา ผิวผ่อง ผวจ.พระนครศรีอยุธยา ร่วมประชุมกับส่วนเกี่ยวข้อง ร่วมกับสำนักพระราชวัง และในช่วงเย็นได้มีการซ้อมการแสดงอีกครั้ง ซึ่งเป็นครั้งสุดท้ายก่อนจะแสดงจริงในวันที่ 25 พ.ค. ซึ่งยังคงเน้นการแสดงเพลงเรือ วิถีชีวิตชาวบ้านทางน้ำ การแสดงบนเวทีกลางน้ำ และม่านน้ำ มีประชาชนไปรอชมกันจำนวนมาก


ตระกูลชินวัตรเตรียมถวายนาทุ่งมะขามหย่อง

              น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี กล่าวถึงรายละเอียดในการเตรียมทูลเกล้าฯ ถวายที่นาจำนวน 7 ไร่ แด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ซึ่งจะเสด็จฯทรงเกี่ยวข้าว ในวันที่ 25 พ.ค.นี้ว่า ในรายละเอียดต่าง ๆ ขอให้การทูลเกล้าฯถวายโฉนดที่ดินดังกล่าวเรียบร้อยก่อน ทั้งนี้จะเป็นการทูลเกล้าฯ ถวายในนนามของตระกูลชินวัตร ซึ่งที่นาแปลงนี้เป็นที่ประวัติศาสตร์ซึ่งเราอยากจะรักษาไว้ อย่างไรก็ตามรายละเอียดจะเปิดเผยให้ทราบอีกครั้งหลังจากทูลเกล้าฯ ถวายเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

              เมื่อถามว่าเป็นที่ดินที่อยู่ติดกับทุ่งมะขามหย่องใช่หรือไม่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวว่า เป็นที่ดินที่อยู่บริเวณทุ่งมะขามหย่อง


ยายกับความปลื้มปิติรำเพลงเกี่ยวข้าวถวาย

              ชาวบ้านใน ต. ภูเขาทอง อ.พระนครศรีอยุธยา ซึ่งมีพื้นที่ติดกับกับทุ่งมะขามหย่อง สถานที่ตั้งพระราชานุสาวรีย์สมเด็จพระสุริโยทัย ต.บ้านใหม่ และใกล้กับสถานที่ในหลวงเสด็จทรงเกี่ยวข้าว ในแปลงนาสาธิต  นางแสงเดือน สุขสุกาญจน อายุ 64 ปี นางทับทิม ซื่อสัตย์ อายุ75 ปี  แม่ครูเพลงเกี่ยวข้าว นำภาพถ่ายที่ถ่ายเอาไว้เมื่อครั้งที่ได้แสดงรำเพลงเกี่ยวข้าวถวายต่อหน้าพระพักตร์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ มาดูด้วยความปราบปลื้มปิติ และความภาคภูมิใจ และร่วมกันร้องเพลงเกี่ยวข้าว

              นางทับทิม กล่าวว่า ครั้งนั้นตนเองไดรับมอบหมายให้จัดการแสดงเพลงเกี่ยวข้าวถวาย ได้ชักชวนเพื่อบ้านมาฝึกซ้อมรองเพลงกันได้แต่เพลงหลายเพลง ถวายวันที่ได้แสดงถวายเห็นพระองค์มีพระพักตร์แจ่มใสแย้มพระสรวลตอลดเวลา มองเห็นแล้วน้ำตาไหล พอทราบข่าวว่าพระองค์จะเสด็จทำให้นึกถึงตื่นเต้นพูดคุยกับเพื่อนบ้านนัดแนะกันที่จะไปรับเสด็จอีกครั้งในชั่วชีวิตนี้คงมีครั้งนี้ที่จะได้รับเสด็จอีกครั้ง

              นางสมรส ทองอ่อน อายุ70 ปี อยู่บ้านเลขที่ 48 ม.3 ต.ภูเขาทอง อ.พระนครศรีอยุธยา  เปิดเผยว่าเมื่อปี 2539 ตนเองพร้อมกับชาวนาจำนวน 30 คนร่วมแสดงเพลงเกี่ยวข้าวและแสดงการฟัดข้าว การสีข้าว ถวายต่อหน้าพระพักตร์ รู้สึกปราบปลื้มปิติเป็นอย่างมาก ไม่รู้สึกเหน็ดเหนื่อยเลยถึงแม้จะแสดงท่ามกลางแสงแดด  ทุกวันนี้ยังจำท่ารำและลีลาได้ทุกท่าทาง จากวันนั้นถึงวันนี้ผ่านมา 16  ปีแล้ว ยังคงเก็บภาพถ่ายของทั้งสองพระองค์ ที่เสด็จฯมาเกี่ยวข้าว เอาไว้บูชาทุกวัน เมื่อทราบข่าวว่าพระองค์จะเสด็จญอีกครั้งดีใจมากที่จะได้รับเสด็จอีกครั้ง

              ด้านจ.ส.อ.มานิตย์ พึ่งสุข กำนันตำบลภูเขาทอง อ.พระนครศรีอยุธยา จ.พระนครศรีอยุธยา เปิดเผยว่า ตนเองได้เคยเฝ้ารับเสด็จพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเมื่อปลายปี 2538  หลังจากที่เกิดน้ำท่วมใหญ่ในพื้นที่ จ.พระนครศรีอยุธยา พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้เสด็จฯมาเปิดประตูระบายน้ำผันน้ำจากทุ่งมะขามหย่อง