ไลฟ์สไตล์

ปรับ 100 ไม่มีใบสั่ง

ปรับ 100 ไม่มีใบสั่ง

21 พ.ค. 2555

ดิฉันไปกาญจนบุรีเป็นประจำมากว่า 10 ปีแล้ว เดินทางโดยรถปิกอัพไม่เคยมีปัญหาอะไรเลย จนกระทั่งเมื่อวันที่ 30 เมษายน 2555 เวลาประมาณ 09.30 น. ตรงสี่แยกจาก กทม.ตรงไปเพื่อที่จะเลี้ยวขวาไปกาญจนบุรี

 มีป้อมตำรวจตรงสี่แยกทางไปกาญจนบุรีพอดี ดิฉันอยู่ช่องเลนขวาเพื่อเตรียมที่จะเลี้ยวขวาไปกาญจนบุรี แต่กลับถูกตำรวจจราจร สภ.เมืองกาญจนบุรีเรียกจับ
 ตอนนั้นมีรถที่รอจะเลี้ยวขวาอยู่หลายคัน ตำรวจบอกว่าต้องอยู่ช่องกลาง ดิฉันไม่อยากเสียเวลาจ่ายเงินไป 100 บาท วันนั้นตำรวจน่าจะได้ค่าปรับหลายคัน
 อยากทราบว่าดิฉันต้องจอดรถอยู่ในช่องทางไหนกันแน่ และถ้าเป็นแท็กซี่ หรือรถเก๋ง ต้องอยู่ในช่องทางใด สอบถามเจ้าหน้าที่ตำรวจให้ด้วย เป็นตำรวจมีเงินเดือน มีสวัสดิการ พวกเราชาวบ้านหาเช้ากินค่ำ เงิน 100 บาทมีค่ามาก
ชาวบ้าน
ตอบ
 พ.ต.ท.สุรชัย ยติรัตนกัญญา สว.จร.สภ.เมืองกาญจนบุรี ชี้แจงว่า กรณีที่ผู้ขับขี่ต้องการที่จะเลี้ยวขวาแล้วขับเข้ามาอยู่ในเลนขวานั้นถูกต้องแล้ว แต่ไม่ทราบว่าผู้ร้องจะเลี้ยวขวาเข้าไปในเขตเทศบาลเมืองกาญจนบุรีหรือเปล่า เพราะตรงนี้จะมีป้ายห้ามเลี้ยวขวาบอกไว้ เพราะถ้าเลี้ยวขวาเข้ามาก็จะผิดกฎหมายจราจร แต่ป้ายตรงนั้นอาจมองไม่เห็น หรือชำรุด ก็เป็นเรื่องของทางเทศบาลเมืองที่จะต้องแก้ไขปรับปรุงหรือซ่อมแซม
 กรณีนี้ผู้ร้องอาจไม่ได้สังเกตป้ายจราจรจึงได้ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจจราจรทำการเรียกปรับเป็นจำนวนเงิน 100 บาท เพราะเท่าที่ทราบในวันนั้นมีการตั้งด่าน และเงินจำนวน 100 บาท อาจจะเป็นการเสียค่าปรับไปแล้วก็ได้ ซึ่งการปรับแต่ละครั้งก็ต้องขึ้นอยู่กับดุลพินิจของพนักงานจราจรว่าจะปรับเท่าใด แต่ปรับไม่เกิน 400 บาท โดยอาจจะมีการอะลุ้มอล่วยได้ เพราะผู้ขับขี่อาจไม่เห็นป้ายห้ามเลี้ยวขวา
 ส่วนเรื่องรถแต่ละประเภทนั้น ต้องขับในช่องทางตรงกลางหรือต้องขับชิดซ้ายเหมือนกัน ยกเว้นถ้าจะเปลี่ยนช่องทางเพื่อเลี้ยวขวาก็สามารถเปลี่ยนช่องทางเข้าขวาก่อนถึงจะเลี้ยวขวาได้ แต่ก็ต้องดูด้วยว่าสามารถที่จะเลี้ยวขวาได้หรือไม่ 
 สว.จร.บอกว่า ทุกครั้งที่มีข้อร้องเรียนก็จะอธิบายให้ผู้ขับขี่เข้าใจ แต่ถ้าไม่เข้าใจในที่เกิดเหตุในขณะจับกุมก็อาจจะมีการร้องเรียนเข้ามา ทางจราจรก็ต้องแก้ไขอธิบายให้ผู้ขับขี่เข้าใจว่า เส้นทางที่ผู้ขับขี่มานั้น ถูกผิดอย่างไร ก็ต้องทำความเข้าใจซึ่งกันและกัน
ลุงแจ่ม