
หนีแล้งยึด'ศก.พอเพียง'สู่ท้องทุ่งเขียวขจี
สลัดภาพ 'โนนจาน-อีลอก' หนีแล้ง ยึด 'ศก.พอเพียง' สู่ท้องทุ่งเขียวขจี : รายงานเกษตร
"แล้ง" คำบ่งบอกสภาพพื้นดินอีสานที่อยู่คู่กับความแห้งแล้งมายาวนาน ดินแห้งแตกระแหงจนต้องทิ้งถิ่นไปขายแรงงานยังเมืองหลวง มีเพียงเด็กเล็กและคนชราอยู่อาศัย ท่ามกลางบรรยากาศที่เงียบเหงา ต้องรอคอยวันที่ได้กลับมาพร้อมหน้าตาในครอบครัว ความสดชื่นจึงจะเกิดขึ้นในชุมชน สิ่งเหล่านี้เคยเกิดขึ้นที่หมู่บ้าน "โนนจาน-อีลอก" ต.โพธิ์ อ.เมือง จ.ศรีสะเกษ ที่ถือเป็นมนุษย์พันธุ์อึด ต้องผจญกับแล้งซ้ำซาก อุทกภัย วาตภัย แต่ปัจจุบันกลับแตกต่างอย่างสิ้นเชิง
จากสภาพพื้นที่หมู่บ้านอยู่บนพื้นที่เนินเล็กน้อย ทิศเหนือติดกับแม่น้ำมูล ขึ้นฝั่งแม่น้ำมูลมาก็เป็นพื้นที่นาของชาวบ้าน เมื่ออดีตพื้นที่ดั่งทะเลทรายช่วงแล้ง แน่นอนช่วงน้ำหลากน้ำในลำน้ำมูลก็จะล้นเอ่อขึ้นท่วมไร่นา บางปีเลยถึงยังหมู่บ้าน แต่พอฤดูแล้งน้ำกลับหายหมด มองลงไปในลำน้ำมูลพบเพียงสายน้ำลำเล็กๆ ซ้ำร้ายมักเกิดพายุหมุนฤดูแล้ง ที่พัดมาทางทิศเหนือฝั่งลำน้ำมูล ผ่านทุ่งนากว้างโล่ง จึงเพิ่มความรุนแรงของพัดเข้าสู่หมู่บ้าน กลายเป็นวาตภัย หลายครั้งสร้างความเสียหายแก่บ้านเรือนราษฎรในเขต ต.โพธิ์
เมื่อสภาพพื้นที่ทำกินไม่เอื้ออำนวย คนใช้แรงงานในหมู่บ้านต้องอพยพไปทำงานในเมืองใหญ่ มีรายได้เฉลี่ยปีหนึ่งๆ ครอบครัวละ 2-3 หมื่นบาท ไม่เพียงพอต่อการดำรงชีพ กลายเป็นหนี้เป็นสิน เมื่อท้องไม่อิ่ม เงินไม่มีใช้ หนี้สินก็ถูกทวงถาม ทำให้อารมณ์หงุดหงิด เกิดทะเลาะเบาะแว้งในครอบครัว จาก 1 ไป 2 และลุกลามไปเรื่อย หาความสงบสุขไม่มี วิธีที่จะแก้ปัญหาภัยธรรมชาติได้อย่างยั่งยืน ก็ต้องแก้ด้วยธรรมชาติ "เศรษฐกิจพอเพียง" เป็นทางเลือกที่ดีที่สุด
ณัฐกิจ กองรักษา นายกองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) โพธิ์ กล่าวว่า ได้ทำพนังกั้นน้ำริมฝั่งแม่น้ำมูล ช่วงฤดูน้ำหลากก็ปิดกั้นน้ำไว้ไม่ให้ไหลท่วมนา พอหน้าแล้งก็มีน้ำขังตามคูคลองพื้นดินชุ่มชื่นมีน้ำอุ้มอยู่ใต้ดินเพาะปลูกพืชที่ใช้น้ำน้อยได้ ปัจจุบันเกษตรกรในจังหวัดได้นำโครงการศูนย์เรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียงมาทดลองทำในพื้นดินของ ต.โพธิ์ "ปลูกทุกอย่างที่กิน กินทุกอย่างที่ปลูก"
อย่างที่นา ซึ่งปลูกข้าวนาปีอย่างเดียว ก็แปลงมาปลูกข้าวโพดหวานต้มขาย ข้างบ้านทำบ่อพลาสติกเลี้ยงกบ เลี้ยงปลาดุกบิ๊กอุย นำเศษใบไม้แห้งทำปุ๋ยหมัก เศษผักสดก็นำมาลงถังทำน้ำหมักชีวภาพ นำไม้ไผ่มาทำโรงเรือนแบบง่ายๆ เพื่อเลี้ยงไก่บ้าน และปล่อยเลี้ยงตามธรรมชาติ สอนเทคนิคการเลี้ยง การให้วัคซีน เพียง 2-3 เดือนก็จับขายได้ เช่นเดียวกับการเลี้ยงกบในบ่อพลาสติก เหลือจากนำมาประกอบอาหารบริโภคในครอบครัวก็จับขายสร้างรายได้อีกทาง
ตามรั้วบ้านก็จะมีผักตำลึง ดอกแค โหระพา สะระแหน่ อื่นๆ ที่เป็นผักใช้ในการประกอบอาหารปลูกไว้ เรียกได้ว่าเดินรอบบ้านทำอาหารได้เลย ซึ่งขณะนี้ชาวบ้านกำลังอยู่ในขั้นการเรียนรู้จากศูนย์เรียนรู้ชุมชนเศรษฐกิจพอเพียง เพราะเดิมชาวบ้านไม่เชื่อว่าทำได้ จนได้มาทดลองทำที่ศูนย์ และปากต่อปากทำให้มีชาวบ้านเข้ามาเรียนรู้เพิ่มขึ้น จากคนในตำบล ขยายสู่หมู่บ้าน ตำบล อำเภออื่นๆ
"วันนี้ไม่ต้องอพยพไปทำงานที่อื่น ทำให้ครอบครัวดีขึ้น รักกันมากขึ้น ได้อยู่ร่วมกับในครอบครัว แก้ปัญหาครอบครัวแตกแยก ลูกติดยา แล้งซ้ำซาก ไม่มีงานทำ กลายมามีรายได้เฉลี่ยปีละ 6-7 หมื่นบาท "
สอดรับกับมุมมองของ หนูฉันท์ จุลเหลา ราษฎร ต.โพธิ์ เล่าว่า ได้เรียนรู้เรื่องการเพาะเห็ดขอน เห็ดนางฟ้า ซึ่งทำง่ายมาก สิ่งสำคัญคือ เอาใจใส่ในก้อนเห็ดที่เขี่ยเชื้อแล้ว การรดน้ำอย่างน้อยวันละ 2 ครั้ง ทุกวันนี้มีเห็ดคุณภาพ เพาะเองไว้บริโภคได้ทุกวัน เมื่อเหลือกินก็เอาไปแจกให้เพื่อนบ้าน เมื่อเหลือแจกก็จะเอาไปขาย
ตัวอย่างอีก 1 ครอบครัวที่กลับมามีรอยยิ้ม สุพล เสนาะ วัย 63 ปี ซึ่งเลือกเลี้ยงปลาดุก มีความสุขมากเมื่อเห็นปลาโต เห็นกบที่เลี้ยงค่อยๆ โตขึ้น ทำให้ชีวิตมีความสุข ซึ่งนอกเหนือจากนั้นก็จะมีรายได้ตามมาจากการจับปลาจับกบขาย
ขณะที่ ประธาน สอนศรี นักวิชาการการเกษตรจังหวัดศรีสะเกษ กล่าวว่า เกษตรกรส่วนใหญ่ไม่เชื่อในการดำเนินงานภาคเกษตร โดยเฉพาะเยาวชนคนรุ่นใหม่ที่จะมุ่งสู่ภาคอุตสาหกรรม จนขณะนี้ในชุมชนเริ่มขาดแคลนแรงงานภาคการเกษตร ปล่อยผืนที่ดินแห้งแล้ง ว่างเปล่า บางรายขายที่นาไปซื้อรถยนต์ไปรับส่งสินค้า ซื้อผลไม้-เสื้อผ้าไปเร่ขายตามตลาดนัด หมู่บ้านต่างๆ ปล่อยคนเฒ่าคนแก่เด็กอยู่ตามหมู่บ้านตามลำพัง ศูนย์เรียนรู้แห่งนี้จะเป็นอีกหนึ่งหนทางที่เกษตรกรซึ่งกำลังลังเลที่จะทิ้งไร่นา ได้หันกลับมาทำอาชีพที่ตนเองถนัด หันมาเรียนรู้ร่วมกัน พัฒนาท้องถิ่นให้ที่ดินกลายเป็นทองอีกครั้ง
ส่วน กัลยาณี สนทอง ดูแลศูนย์เรียนรู้ เล่าว่า สมาชิกจะนำเศษใบไม้มาทำปุ๋ยหมัก ส่วนผักสดก็มาลงถังดำ และรดด้วยน้ำหมัก กากน้ำตาล กลายเป็นปุ๋ยน้ำหมักชีวภาพ จากนั้นก็จะนำออกไปรดตามแปลงพืชผักที่ปลูกไว้ ไม่ว่าจะเป็นพืชผักสวนครัว รวมทั้งแปลงข้าวโพดหวาน พืชชนิดใหม่ที่ชาวบ้านแถบนี้ไม่เคยรู้จักมาก่อน จนขณะนี้แทบทุกบ้านมีต้นข้าวโพดอยู่ข้างบ้าน บนแปลงปลูกพืชผักสวนครัวกลายเป็นรั้วต้นข้าวโพด ต้นข้าวโพดหมักปุ๋ย หรือเลี้ยงวัว
วันนี้แนวกันลมจากต้นไม้ใหญ่ที่ชาวบ้านร่วมกันปลูก รักษาป่าไว้ บ้านโนนจาน ต.โพธิ์ อ.เมือง จ.ศรีสะเกษ กลายเป็นศูนย์เรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียง เป็นอีกทางเลือกหนึ่งสำหรับผู้ที่ต้องการเรียนรู้การทำเกษตรแบบครบวงจร ตามแนวพระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่ทรงสอนประชาชนคนไทยมาโดยตลอด สิ่งเหล่านี้จะนำความสุขมาสู่ครอบครัวและประเทศชาติได้อย่างยั่งยืน
----------
(หมายเหตุ : สลัดภาพ 'โนนจาน-อีลอก' หนีแล้ง ยึด 'ศก.พอเพียง' สู่ท้องทุ่งเขียวขจี : รายงานเกษตร)
----------



