ไลฟ์สไตล์

หนังสือที่เธอถือมา : ฝังตัวทำงาน

หนังสือที่เธอถือมา : ฝังตัวทำงาน

20 พ.ค. 2555

หนังสือที่เธอถือมา : ฝังตัวทำงาน : ไพวรินทร์ ขาวงาม

                       1.“ปกติคนในวัยทำงานมักรักวันศุกร์  และเบื่อหน่ายวันจันทร์...แต่โลกของคนทำงานสาคดีอิสระอย่างฉันกลับไม่เป็นเช่นนั้น วันทุกวันดูจะมีสีสันอันสนุกสนาน เบิกบานใจไม่แพ้กัน...ในฐานะอาจารย์ใหญ่ของห้อง ฉันบอกนักเรียนทุกคนเสมอว่าครูทุกคนปรารถนาให้พื้นที่นี้เป็นพื้นที่ของความรัก ความเมตตาปรารถนาดี ความอบอุ่นใจ วางใจที่เรามีต่อกัน เป็นพื้นที่ของอิสรภาพที่มีศักดิ์ศรีของความเป็นมนุษย์ที่เราที่เราจะแบ่งปันดูแลกันได้...การเรียนการสอน...นอกจากสร้างความคุ้นเคยกันแล้ว ยังเปิดโลกการเรียนรู้ใหม่ๆ ให้กับฉันมากมาย ไม่เพียงเป็นศิษย์ของครู แต่นักเรียนหลังกำแพงยังได้ชื่อว่าเป็นครูของฉันด้วยในขณะเดียวกัน ถึงที่สุดเราต่างเป็นครูและศิษย์ของกันและกัน ประการสำคัญคือพวกเขาสอนให้ฉันตระหนักรู้ถึงคุณค่าความรัก ความเมตตาของความเป็นเพื่อนมนุษย์ว่าล้ำค่า งดงามเพียงไร...”

                       อรสม สุทธิสาคร-ผมคัดบางส่วนจากคำนำหนังสือเล่มที่เธอมีส่วนผลักดันออกมาในนาม “โครงการเรื่องเล่าจากแดนประหาร” ดังที่ได้เล่าผ่านพื้นที่นี้ไปแล้วหลายวาระ

                       ชีวิตนักเขียนสารคดีหญิง-การเรียนการสอน-นักเรียนหลังกำแพง-ครูและศิษย์-นั่นคือฉากชีวิตที่ผมได้ประสบทั้งในตัวอักษรและบางโอกาสชีวิตจริง ไม่ว่าวันศุกร์หรือวันจันทร์  เธอทำงานทั้งในนามนักเขียน ในนามครู กระทั้งในนามศิษย์ อันเป็นการเรียนรู้เพื่อนมนุษย์ในต่างสถานะ อย่างตระหนักในความรักและความเมตตา แม้การเดินเข้าออกเขตเรือนจำจะเป็นแบบไปแล้วกลับ แต่การที่เธอเข้าไปบ่อยๆ เหมือนการเข้าไปฝังตัวทำงาน เธอหยอกล้อศิษย์ทุกคน ศิษย์ทุกคนเคารพนับถือเธอ เธอเป็นครูใหญ่ใจดีของห้องเรียน แบบ “ความคุ้นเคยเป็นญาติอย่างยิ่ง” แทบจะดูไม่ออกว่าครูกับศิษย์นั้นมีพื้นที่ชีวิตที่แตกต่างกันมาก

                       ตัดฉากไปยังเรือนจำกลาง ราชบุรี ที่นั่นพวกเราไปพบผู้ต้องขังหญิง ตอนทำงานเสร็จ เตรียมจะเดินทางกลับ ผมเห็นภาพหนึ่งถึงกับน้ำตาซึม เมื่อผู้ต้องขังหญิงคนหนึ่งโผเข้าสวมกอด อรสม สุทธิสาคร แล้วเปล่งเสียงสั่นเครือเรียกว่า “แม่...” ผมไม่รู้-ครูอรสมรู้สึกอย่างไรในตอนนั้น ด้วยลึกๆ คงจะสุดบรรยายแน่ๆ

                       2.ในเรือนจำกลาง ราชบุรี เราได้นั่งร่วมมื้ออาหารเที่ยงกับ คุณสุรชัย พุ่มแก้ว ผู้บัญชาการเรือนจำ บุคลิกท่านเป็นแบบสายเพื่อชีวิต ใช้ผ้าเช็ดหน้าโพกหัว พูดคุยสนุก รู้เรื่องศิลปะดนตรี  เป็นคนรุ่น 14 ตุลาฯ เอ่ยชื่อศิลปินคนไหนท่านก็รู้จัก  เล่าเรื่องเก่าๆ ให้ฟังได้ด้วย โดยเฉพาะศิลปินสายโคราช เพราะท่านเคยเรียนที่นั่น “เป็นไงครับ...สนใจมาฝังตัวเขียนหนังสือที่นี่ไหม”

                       ผมหัวเราะ เมื่อ ผบ. เรือนจำทักเช่นนั้น โอ-มันเป็นอะไรที่น่าสนใจทีเดียวแหละท่าน ถ้าผมมีลูกบ้าพอ อยากเขียนนวนิยายเรื่องผู้ต้องขังหญิง เรื่องยาเสพติด ผมอาจขอท่าน ผบ. เข้าไปฝังตัวเช่นนั้น แต่ถึงอย่างไรผมก็คงไม่มีวันเกิดลูกบ้าพอแน่ๆ เพราะในนั้นตัดขาดทั้งคลื่นโทรศัพท์และคลื่นอินเทอร์เน็ต หากต้องหย่าขาดจากเฟซบุ๊ก และเหล้ายาปลาปิ้งสารพัด ผมลงแดงตายแน่ๆ-ฮา

                       3.นึกถึงนักเขียนสารคดีอย่าง อรสร สุทธิสาคร, ธีรภาพ  โลหิตกุล, นิพัทธ์พร  เพ็งแก้ว, วีระศักดิ์ จันทร์ส่งแสง ฯลฯ เขาน่าจะมีวิธีการทำงานที่ทั้งฝังตัวและเทียวไปเทียวมา  และคงไม่เพียงตามเก็บข้อมูลให้ได้มากๆ เข้าไว้เท่านั้น ผมเชื่อว่าพวกเขาและเธอต่างมีหัวใจศิลปิน ที่จะสร้างสรรค์วรรณศิลป์ในนามสารคดี

                       หลายครั้งอ่านสารคดีดีๆ แล้ว ได้ความรู้อารมณ์รู้สึกนึกคิด ไม่ด้อยกว่าวรรณกรรมเรื่องแต่ง ผมนำบางฉากชีวิตนักเขียนสารคดีหญิงคนหนึ่ง หรือ “ครูอรสม” มาเล่า ก็ด้วยนับถือในพลังรักและเมตตาของเธอ ที่อุทิศตัวเองแก่การทำงานในสถานที่ซึ่งดูเหมือนต้องเสี่ยงไม่น้อย เธอคือนักเขียนสารคดีหญิง ที่เดินเข้าออก “คุก” เพื่อเรียนรู้เรื่องราวดีๆ-ด้วยพลังชีวิตและหนังสือ

---------------------------

(หนังสือที่เธอถือมา : ฝังตัวทำงาน : ไพวรินทร์ ขาวงาม)