
'เก้ารอก้าว'ปล่อยแสงแสดงพลังคิด
ศิลปวัฒนธรรม : 'เก้า รอ ก้าว' ปล่อยแสงแสดงพลังคิด
ก้าวที่ว่าเก๋าในโลกมหาวิทยาลัย จะยังก้าวไกลไปได้ดังใจหมายหรือไม่ ขึ้นอยู่กับความกล้าและความมุ่งมั่นที่จะออกไปเรียนรู้ชีวิตบนโลกใบใหญ่ ซึ่งไม่มีรั้วมหาวิทยาลัยคอยโอบอุ้มอย่างเคย ศูนย์สร้างสรรค์งานออกแบบ (TCDC) ต่อยอดให้ ก้าวเล็กๆ ของบัณฑิตหน้าใหม่ "ให้ก้าวไกล" ไปสู่ฝันอีกครั้งในเทศกาล "ปล่อยแสง ครั้งที่ เก้า ตอน เก้า รอ ก้าว" เพื่อร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการผลักดันและสนับสนุนเยาวชนของชาติให้มีโอกาสค้นหาและพัฒนาศักยภาพที่มีอยู่
ผู้ใหญ่ใจดี อภิสิทธิ์ ไล่สัตรูไกล ผอ.ศูนย์สร้างสรรค์การออกแบบ เปิดพื้นที่ให้น้องๆ ได้ปล่อยแสงแห่งความคิดกันอย่างเต็มสรรพกำลัง กล่าวว่า จุดมุ่งหมายสำคัญของกิจกรรมครั้งนี้ คือการกระตุ้นเยาวชนไทยให้เชื่อมั่นและสร้างสรรค์ไอเดียให้เป็นดั่งฝน ซึ่งได้จัดมาอย่างต่อเนื่อง 4 ปี โดยกลุ่มเป้าหมายเป็นบัณฑิตหน้าใหม่ที่กำลังจะก้าวสู่การเป็นผู้ประกอบการหน้าใหม่ในตลาด และกลุ่มผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมสร้างสรรค์หลากแขนงวิชาชีพ
"เทศกาลปล่อยแสงซึ่งมีไอเดียตั้งต้นมาจาก คิด-ทำ-กิน เป้าหมายหลักคือ การนำเสนอผลงานตั้งแต่สาเหตุในการคิดไอเดียตอบโจทย์ พร้อมด้วยกรรมวิธีหรือกระบวนการผลิตที่ทำได้จริง ก่อนงอกเงยเป็นผลงาน ซึ่งเปิดพื้นที่ให้กับนักศึกษา ระดับปวช. ปวส. ป.ตรี และ ป.โท ทุกสาขาอาชีพทั่วประเทศได้มีโอกาสนำเสนอผลงานจบการศึกษา บนพื้นที่อิสระที่ไม่จำกัดแวดวงและชนิดของผลงานมากถึง 120 ผลงานจากจำนวนทั้งสิ้น 400 คน ในประเภทมัลติมีเดีย เครื่องแต่งกาย เครื่องประดับ โฆษณา ภาพยนตร์ ภาพถ่าย กราฟิก และสถาปัตยกรรม ฯลฯ ที่ผลิตมาจากมันสมองและสองมือของน้องๆ บัณฑิตหน้าใหม่จากกว่า 17 สถาบัน มาจุดประกายความคิดให้กับสาธารณชนและเยาวชนรุ่นใหม่ได้เจริญรอยตาม เพื่อเป็นการสนับสนุนให้ก้าวแรกของเยาวชนไทยเป็นก้าวที่มั่นคง" ผอ.ทีซีดีซี กล่าว
ภายในลานปล่อยแสง....ผลงาน "อีโค คิด คิต" (ECO KID KIT) ของ วีรญา ตั้งพจน์ทวีพร ครุศาสตร์บัณฑิต คณะศิลปศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย แสดงพลังไอเดียหลังจากอาจารย์ที่ปรึกษาให้โจทย์มาในหัวข้อ "เปลี่ยน" ด้วยความตั้งใจอยากเปลี่ยนความคิดของเด็กๆ วัยประถมต้นผ่านสื่อการเรียนการสอนวิชาศิลปะ
"เปลี่ยนในที่นี้หมายถึงเปลี่ยนทัศนคติของเด็กๆ ว่าไม่ควรยึดติดกับของใหม่ๆ ขณะเดียวกันก็ยังต้องการปลูกฝังให้เขาหันมาสนใจเรื่องสิ่งแวดล้อมโดยเฉพาะการลดโลกร้อนผ่านวัสดุใช้แล้ว อาทิ หนังสือ บล็อคเซ็ต เปลือกไข่ หลอดดูดน้ำ แก้วน้ำ แกนกระดาษทิชชู หรืออุปกรณ์ใกล้ตัวที่หยิบใช้ได้ง่ายๆ โดยไม่ต้องเสียเงินซื้อของใหม่ ซึ่งเด็กๆ สามารถนำไปต่อยอดทางความคิดได้เรื่อยๆ " (ว่าที่) คุณครูสาว เล่าให้ฟัง
ส่วน สัญชัย ดวงแก้ว บัณฑิตคณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา เลือกหยิบนิทานชาดกเป็นช่องทางปล่อยแสงแห่งไอเดียของตัวเองผ่าน "หนังสือภาพป๊อปอัพ เรื่อง พระมหาชนก" เป็นการเรียกร้องความสนใจจากคนรุ่นใหม่ซึ่งส่วนใหญ่หันหลังให้นิทานธรรม และในเวลาเดียวกันก็อยากกู่ก้องให้ทุกคนเข้าใจว่านิทานธรรมไม่ใช่เรื่องน่าเบื่อ
"การ์ตูนถือเป็นสื่อที่สามารถช่วยให้เด็กได้ศึกษาและเรียนรู้เรื่องราววรรณกรรมไทยได้อย่างสนุกสนาน ผมจึงผลิตหนังสือป๊อปอัพเรื่อง 'พระมหาชนก' ขึ้นเพื่อปลูกจิตสำนึกที่ดีให้กับเยาวชนรุ่นใหม่ โดยรวบรวมโบราณราชประเพณีทั้งหมด 8 หน้า เช่น พิธีพระราชทานเพลิงศพ, การขึ้นครองราชย์ของพระมหากษัตริย์ ฯลฯ ซึ่งในขั้นแรกก็ต้องศึกษาเนื้อหาก่อนจะนำมาแยกเป็นฉาก" นักศึกษาหนุ่ม เอ่ยถึงผลงานชิ้นโบแดงด้วยความภาคภูมิใจ
ขณะที่ พิชฐญาณ์ โอสถเจริญผล บัณฑิตสาขาออกแบบผลิตภัณพ์ จาก ราฟเฟิลส์ อินเตอร์เนชั่นแนล คอลเลจ ขอเลือกปล่อยแสงแห่งพลังสร้างสรรค์ช่วยปกป้องพลังงานและสิ่งแวดล้อมผ่านเตาเผาไหม้สมบูรณ์แบบ นามว่า "เตาวายุบุตร" หรือ "เตาชีวมวล"
"ที่มาของถ่านแต่ละก้อนหมายถึงการตัดไม้ทำลายป่า ยังไม่นับขั้นตอนการผลิตกระทั่งนำมาใช้ ล้วนก่อให้เกิดมลภาวะทั้งสิ้น แต่สำหรับ 'เตาชีวมวล' ซึ่งได้ถูกคิดค้นให้มีการเผาไหม้ด้วยระบบเตา 2 ชั้น ขณะที่เชื้อเพลิงก็ได้มาจากขยะทางการเกษตรทั้งสิ้น เช่น ขี้เลื่อย แกลบ ใบยูคาลิปตัน เม็ดลำไย เปลือกแมคคาเดเมีย ฯลฯ" บัณฑิตสาวสาขาออกแบบผลิตภัณฑ์ ขายฝันพร้อมแสดงความเชื่อมั่นว่า ในไม่ช้าคนไทยจะมีโอกาสได้ใช้เตาวายุบุตร เพราะอยู่ในช่วงการพัฒนาเพื่อความสมบูรณ์แบบอีกเพียงเล็กน้อยเท่านั้น
เก้า รอ ก้าว...จะยังเปิดให้เข้าชมพลังไอเดียสุดเจ๋งของเด็กรุ่นใหม่แบบไม่คิดตังค์ ตั้งแต่วันนี้ไปจนถึง 17 มิถุนายน ห้องนิทรรศการ 2 ศูนย์สร้างสรรค์งานออกแบบ ชั้น 6 ห้างดิ เอ็มโพเรี่ยมฯ



