
หอมกลิ่นกล้วยไม้:การเรียนรู้ให้ถึงความจริง(6)
คอลัมน์ หอมกลิ่นกล้วยไม้ : การเรียนรู้ให้ถึงความจริง (6) ต้องกล้าสู้ทั้งสองด้าน : โดย ... ศ.ระพี สาคริก
ทั้งนี้เพราะแต่ละฝ่ายต่างก็เล่นเกมที่เรียกกันว่า “โดมิโน” โดยเฉพาะแผนการผสมพันธุ์หวายลูกผสมซึ่งฉันจะต้องสั่งซื้อหวายลูกผสมของฮาวายซึ่งขายในราคา 2 ลำเล็กๆ ถึง 275 ดอลลาร์สหรัฐ และในขณะนั้นตัวฉันเองก็มีเงินเดือนเพียง 1,500 บาท
ช่วงที่ฉันยังทำงานอยู่แม่โจ้ ราชการได้มอบให้ฉันทำงานวิจัยเกี่ยวกับข้าว พืชผัก ยาสูบ และไม้ผล ส่วนกล้วยไม้นั้นมันไม่มีอยู่ในจิตวิญญาณของราชการ เพราะยังคงต่อต้านโดยกล่าวหาว่า กล้วยไม้เป็นของฟุ่มเฟือย คงตกเป็นจำเลยอยู่ตลอดเวลา
เธอเชื่อไหมว่ามีเจ้านายชั้นผู้ใหญ่เดินทางมาตรวจงานถึงสถานีทดลอง ก่อนที่จะผ่านเมืองเชียงใหม่เข้ามา ท่านผู้นี้ได้พูดกับเจ้าหน้าที่ว่า “หาซื้อกล้วยไม้ฟ้ามุ่ยมาฝากระพีเขาสักเข่งนึงคงจะดีนะ” เรื่องนี้คงสะท้อนให้เห็นว่าฉันทำงานเอาชนะใจผู้ใหญ่ที่มีอำนาจได้แล้ว นี่แหละที่เขาเรียกกันว่า “เอาชนะใจคนด้วยความดี” ซึ่งตัวฉันเองปฏิบัติได้ตั้งแต่อายุยังเพิ่งเริ่มรับงานในราชการ ดังเช่นการที่ฉันนำเอาวิชาสถิติมาใช้ในการวิจัยการเกษตรเป็นคนแรกของเมืองไทย วิถีการเรียนรู้ภายในจิตวิญญาณของฉัน
หวนกลับไปนึกถึงช่วงซึ่งพ่อได้เลี้ยงฉันมาแต่เล็กแต่น้อยให้เป็นคนมีนิสัยอดทน อีกทั้งยังสามารถต่อสู้กับกิเลสที่มันอยู่ในใจตนเองได้อย่างเข้มแข็ง ดังนั้นต่อมาภายหลังไม่ว่าชีวิตจะต้องลำบากมากแค่ไหนฉันก็รู้สึกว่ามันท้าทายที่จะต่อสู้กับเงื่อนไขที่มันอยู่ในใจตัวเราเองให้ได้ อีกทั้งยังสามารถรู้ทันต่ออิทธิพลของสิ่งซึ่งอยู่ภายนอก ดังนั้น แม้แต่ครูที่สอนอยู่ในโรงเรียนฉันก็ไม่ยอมเชื่อฟัง เพราะภายในจิตใต้สำนึกฉันรำลึกได้แล้วว่า ครูที่ดีนั้นอยู่ในใจเราเองนี่แหละ
ฉันเริ่มหนีโรงเรียนตั้งแต่อายุยังไม่เท่าไหร่ แม้แต่เรียนอยู่ชั้นมัธยม 1 แล้วครูให้ข้ามชั้นเพราะเห็นว่าเรียนเก่งฉันก็ยังรู้สึกไม่พอใจ ดังจะเห็นได้ว่า ฉันเรียนมัธยมบริบูรณ์ 3 ปีซ้อนๆ โดยไม่ยอมขึ้นชั้น ดังจะพบบทความเรื่องหนึ่งซึ่งเขียนฝากไว้ว่า “ฉันไม่ยอมขึ้นสู่ที่สอง”
เมื่อปี พ.ศ.2486 มีครูมาจากสหรัฐอเมริกามาสอนให้เรียนวิชาสถิติเป็นครั้งแรก แต่ฉันก็นั่งหลับเพราะรู้สึกไม่ชอบใจจนกระทั่งถึงปี พ.ศ.2491 ฉันกลับมาเรียนวิชานี้ด้วยตัวเองโดยไม่ยอมให้มีครูสอน ฉันรู้สึกประหลาดใจมากเพราะหลายคนบ่นว่ามันยากแสนยาก แต่นอกจากเรียนเองได้แล้วยังถูกพิจารณาให้มาเป็นครูสอนวิชานี้ต่อมาอีก 5 ปี การสอนวิชาสถิติก็ได้ขยายขอบเขตออกไปกลายเป็นสำนักงานสถิติแห่งชาติ อีกทั้งยังมีการขยายต่อมาถึงสถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์
ครูของฉันตั้งแต่ช่วงเริ่มแรกได้กล่าวไว้ว่า “เธอสอนเก่งกว่าฉันจึงขอให้เอาไปสอนเองทั้งหมด”
ฉันถูกมูลนิธิร็อกกี้เฟลเลอร์คัดให้ไปเป็นครูสังเกตการณ์ที่สอนวิชานี้ที่สหรัฐอเมริกา แถมยังเขียนตำราคู่มือการสอนช่วยให้ 5 คนที่ไปศึกษาวิชานี้ผ่านได้สำเร็จ ทั้งนี้เพราะเหตุว่า พอฉันเห็นสูตรยาวๆ แล้วสามารถอธิบายได้จนถึงรากเหง้าของมัน ทำให้การเรียนการสอนเป็นไปได้ง่ายอย่างไม่มีใครคาดคิดมาก่อน
ที่ฉันกล่าวมาแล้วนี้เองไม่ใช่คุยโวหรืออวดตัวเอง หากใครอยู่ใน 5 คนนั้นมาถึงบัดนี้น่าจะรำลึกได้เองว่าช่วงนั้นมันเกิดอะไรขึ้น
----------
(หมายเหตุ : การเรียนรู้ให้ถึงความจริง (6) ต้องกล้าสู้ทั้งสองด้าน : คอลัมน์ หอมกลิ่นกล้วยไม้ : โดย ... ศ.ระพี สาคริก <[email protected]>)
----------



