
เดินใต้ร่มเงาเทือกเขาคอเคซัสที่'ทบิลิซี'
เดินใต้ร่มเงาเทือกเขาคอเคซัส ที่'ทบิลิซี' : คอลัมน์เที่ยวนี้ขอเล่า : โดย...กาญจนา หงษ์ทอง
เป็นอีกเที่ยวของการเดินทาง ที่ฉันออกเดินทางโดยมีภาพของจุดหมายปลายทางแบบยังเบลอๆ พร่าๆ
พูดง่ายๆ คือ แทบไม่มีความรู้เกี่ยวกับประเทศจอร์เจีย(Georgia)สักเท่าไหร่ อย่างเดียวที่รู้คือ นี่เป็นดินแดนที่อยู่ใต้ร่มเงาของเทือกเขาคอเคซัส อย่างสองคือ เพิ่งเป็นอิสระจากรัสเซียมาได้ 20 ปีเศษๆ
นั่นเป็นเหตุผลให้ฉันเตรียมใจไปรับมือกับความยาก
คะเนดูแล้ว ยากที่สุดคงเป็นเรื่องภาษา ภาษารัสเซียยังพอได้คำสองคำ แต่ภาษาจอร์เจียซึ่งเก่าแก่ที่สุดภาษาหนึ่งของโลกแทบไม่กระดิกหู แต่บังเอิญฉันเป็นคนหนึ่งที่รู้สึกเสมอว่า การไม่รู้ภาษา คือการผจญภัยอย่างหนึ่ง ที่ทำให้การเดินทางเที่ยวนั้นมีรสชาติแน่ๆ
ทีแรกก็งงๆ อยู่ว่า จากกรุงเทพฯ จะบินไป ทบิลิซี ควรจะเลือกสายการบินอะไรดี เพราะไม่ใช่ทุกสายการบินที่มีเที่ยวบินไปที่นั่น ค้นไปคลิกมา ก็พบว่าสายการบินแอร์อัสตานา(0-2634-2552-3) นี่เองที่มีเที่ยวบินไปทบิลิซีสัปดาห์ละ 3 วัน แต่จากกรุงเทพฯ ต้องบินไปแวะเปลี่ยนเครื่องที่เมืองอัลมาตี้ ประเทศคาซัคสถานกันก่อน เพราะแอร์อัสตานาเป็นสายการบินประจำชาติของคาซัคสถาน จากนั้นถึงจะบินต่อไปทบิลิซี
และเป็นภารกิจทุกครั้งก่อนเดินทาง ที่ต้องทำการบ้านเรื่องที่หลับที่นอนมาให้เรียบร้อยก่อน เที่ยวนี้ถึงจะรู้ว่าทบิลิซีเป็นเมืองหลวงที่ไม่ได้ใหญ่โตอะไรมาก แต่ก็ขอสำรวจทำเลจากเว็บไซต์อโกดา(www.agoda.co.th) ไว้ก่อนดีกว่า ผลจากการคลิกเข้าไปสแกนทำให้รู้ว่า พักแถวย่านเมืองเก่าน่าจะเดินเที่ยวในตัวเมืองได้สะดวกสุด พูดถึงอโกดายิ่งใช้บริการยิ่งค้นพบว่าสะดวกสุดๆ ยิ่งใครใช้พวกสมาร์ทโฟนยิ่งสบายใหญ่ โหลดแอพพลิเคชั่นเอาไว้ แล้วคลิกเข้าไปจองได้เลย
แรกเห็นทบิลิซีก็ต้องบอกว่าแจ่มใช่ย่อย แค่มองจากหน้าต่างเรือนพักก็เห็นเมืองสวยๆ ทอดตัวเลื้อยไล่ไปตามเนินเขา พูดถึงโรงแรมที่นี่ถ้าสร้างในย่านเมืองเก่า โดยมากก็จะเป็นเรือนไม้ที่มีระเบียงยื่นออกมาให้นั่งกินลมชมวิวของเมืองได้
ฉันนั่งผึ่งแดดเช้าจนหนำใจนั่นแหละ ถึงค่อยขยับตัวสะบัดแข้งสะบัดขา ตั้งท่าออกไปทำความรู้จักกับทบิลิซีซะที
ยังไม่รู้ทบิลิซีจะเป็นยังไง รู้แต่ว่าถ้าคนไทยคิดจะมาเที่ยวที่นี่สบายเลย เพราะเป็นประเทศที่อยู่ได้นานเกือบปี โดยไม่ต้องขอวีซ่า แถมตอนผ่านจุดตรวจคนเข้าเมือง ยังสะดวกง่ายดายไม่ต้องลุ้นเหมือนบางประเทศ
ช่วงสายฉันยังคงเดินป้วนเปี้ยนอยู่แถวเมืองเก่า ดูบ้านช่องห้องหับของผู้คน เรื่อยไปจนถึงโบสถ์เมเตคี (Metekhi Church)ที่อยู่ในย่านเมเตคี ตัวโบสถ์ว่าเก่าแก่น่าสนใจแล้ว แต่วิวทิวทัศน์ที่มองจากมุมนี้ดูเหมือนจะเด็ดกว่า
อยู่ตรงมุมนี้แล้วมองไม่ออกเลยว่า ทบิลิซีเป็นเมืองหลวงเก่าแก่อายุมากกว่าพันปี เพราะเมืองในหุบเขาแห่งนี้ดูใหม่เหลือเกิน นี่ยังไม่พูดถึงประเทศจอร์เจีย เขาว่าประวัติศาสตร์ของประเทศนี้ยาวนานกว่า 2,500 ปี และภาษาจอร์เจียก็ว่ากันว่าเป็นหนึ่งในภาษาเก่าแก่ที่สุดในโลก
ถ้าสืบสาวประวัติศาสตร์ของจอร์เจีย ก็จะพบว่าเคยถูกยึดครองโดยพวกเปอร์เซีย ตุรกี อาหรับและมองโกลในช่วงศตวรรษที่ 7 ถึง 18 และมีอยู่ช่วงหนึ่งที่ รัสเซียเข้ามาครอบครองและยึดจอร์เจียเป็นส่วนหนึ่งของรัสเซีย
จนเมื่อต้นศตวรรษที่ 19 รัสเซียก็ได้เนรเทศราชวงศ์จอร์เจียออกจากประเทศ เป็นเมืองขึ้นของรัสเซียอยู่พักใหญ่ จากนั้นกลุ่มต่อต้านก็นำจอร์เจียประกาศอิสภาพ แต่ก็เป็นอิสระอยู่แค่ช่วงเวลาสั้นๆ สหภาพโซเวียตก็ได้เข้ายึดครองจอร์เจียอีกครั้งหนึ่ง ทำให้จอร์เจียเป็นสาธารณรัฐหนึ่งของสหภาพโซเวียต ก่อนจะมาได้อิสรภาพครั้งล่าสุดเมื่อ 21 ปีที่ผ่านมานี้เอง
แต่ถึงจะได้ดอมดมกลิ่นหอมของอิสรภาพมากว่า 20 ปี จอร์เจียก็ยังประสบปัญหาความขัดแย้งทางเชื้อชาติที่มีหลากหลาย และบางกลุ่มต้องการแยกตัวออกจากจอร์เจีย ทำให้มีการต่อสู้เพื่อแบ่งแยกดินแดนจากคนต่างเชื้อสายในประเทศเดียวกันเองอยู่เสมอ ที่นี่จึงยังมีความคุกรุ่นอยู่ในประเทศตลอดเวลา
ในทัศนะของนักท่องโลกหลายคน จึงรู้สึกว่าที่นี่คือประเทศที่ยังมีความน่ากลัวอยู่บ้าง แต่เท่าที่ฉันทอดน่องท่องเมืองเก่าของทบิลิซี เลื้อยไปจนถึงตลาดนัดกลางแจ้ง ย่านสะดือเมืองอย่างจัตุรัสอิสรภาพ ย่านโรงอาบน้ำสาธารณะ ถนนสายศิลปะ และโบสถ์ประจำเมือง พบว่า แทบไม่มีกลิ่นอายของสงครามและความไม่ปลอดภัยแทรกตัวอยู่ในทบิลิซี ตรงกันข้ามเมืองหลวงของจอร์เจียแห่งนี้ งดงามและยังไม่เห็นร่องรอยความบอบช้ำ
นี่จึงเป็นอีกหนึ่งประเทศในใต้ร่มเงาแห่งเทือกเขาคอเคซัส ที่เดินเที่ยวได้อย่างไม่รู้สึกเบื่อหน่ายหรือหวาดกลัว หากแต่สัมผัสได้ซึ่งความอบอุ่นในมิตรไมตรีของผู้คน
..............................
(เดินใต้ร่มเงาเทือกเขาคอเคซัส ที่'ทบิลิซี' : คอลัมน์เที่ยวนี้ขอเล่า : โดย...กาญจนา หงษ์ทอง)



