ไลฟ์สไตล์

เชียงใหม่พร้อมรับนักกีฬายกน้ำหนักยุวชนชิงแชมป์โลก

เชียงใหม่พร้อมรับนักกีฬายกน้ำหนักยุวชนชิงแชมป์โลก

15 พ.ค. 2552

กรมควบคุมโรค เตรียมพร้อมรับคณะนักกีฬายกน้ำหนักยุวชนชิงแชมป์โลก เน้นอำนวยความสะดวกแต่เข้มการคัดกรอง ป้องกันควบคุมโรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 วัดอุณหภูมิร่างกายทุกวันระหว่างอยู่ในประเทศไทย พิษณุโลกเฝ้าระวังผู้เดินทางกลับจากฮ่องกง1รายแต่ยังไม่พบเป็นไ

 บ่ายวันนี้(15 พฤษภาคม  2552) ณ  ด่านควบคุมโรคติดต่อระหว่างประเทศ ท่าอากาศยานเชียงใหม่นายแพทย์ หม่อมหลวง สมชาย  จักรพันธุ์  อธิบดีกรมควบคุมโรค   ให้สัมภาษณ์เกี่ยวกับการเตรียมพร้อมป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่  2009   ในการแข่งขันกีฬายกน้ำหนักยุวชนชิงแชมป์โลก   ณ    จังหวัดเชียงใหม่  ระหว่างวันที่ 19-24 พฤษภาคม 2552   ซึ่งจะมีนักกีฬาแข่งขันยกน้ำหนัก  และเจ้าหน้าที่ประมาณ 700 คน  จาก 60 ประเทศทั่วโลกเดินทางมาประเทศไทยเพื่อแข่งขันยกน้ำหนักยุวชนชิงแชมป์โลก   ในกลุ่มนี้มีนักกีฬาจากประเทศที่มีการแพร่ระบาด   และยังมีรายงานผู้ป่วยโรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009  เพิ่ม 5ประเทศได้แก่  สหรัฐอเมริกา  อังกฤษ  เม็กซิโก แคนาดา และสเปน  โดยจะทยอยเดินทางมาจังหวัดเชียงใหม่ระหว่างวันที่ 16-19  พฤษภาคม  2552  และพักที่โรงแรมโลตัส ปางสวนแก้ว

 มาตรการป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 ในนักกีฬาชุดนี้  ประเทศไทยจะใช้มาตรการเดียวกันกับผู้โดยสารที่มาจากต่างประเทศทั่วไป  โดยทุกคนต้องกรอกประวัติ   รับบัตรคำเตือน   และผ่านเครื่องเทอร์โมสแกน  เพื่อตรวจวัดอุณหภูมิ  ร่างกายที่สนามบิน  นอกจากนี้ยังขอความร่วมมือนักกีฬาให้แสดงบัตรตรวจสุขภาพที่ตรวจมาจากต้นทาง นักกีฬาส่วนใหญ่ร้อยละ 90  มาลงที่สนามบินสุวรรณภูมิซึ่งมีความพร้อมในการคัดกรองผู้โดยสาร  ยกเว้นนักกีฬาที่มาจากประเทศเกาหลี   ลาว  มาเลเซีย  และสิงคโปร์   จะบินตรงมาลงที่ท่าอากาศยานนานาชาติเชียงใหม่ ซึ่งทางจังหวัดเชียงใหม่ได้มีการประชุมเตรียมความพร้อมด้านสาธารณสุขเพื่อรับทีมนักกีฬายกน้ำหนักยุวชนชิงแชมป์โลกเมื่อวันที่ 13  พฤษภาคม 2552 

ประกอบด้วยการอำนวยความสะดวก  การเฝ้าระวังโรค  การเตรียมทีมสอบสวนโรค  การจัดทีมแพทย์  พยาบาลดูแลตลอดการแข่งขัน ทั้งในโรงแรมที่พัก โรงพยาบาล  สนามแข่งขัน สนามฝึกซ้อม ตลอด 24 ชั่วโมง นักกีฬา และเจ้าหน้าที่ทุกคนระหว่างอยู่ที่จังหวัดเชียงใหม่จะต้องตรวจวัดอุณหภูมิทุกเช้าโดยแพทย์ประจำทีมของตนเอง ถ้ามีไข้ต้องเข้าสู่ระบบการป้องกันควบคุมโรคของทางจังหวัดเชียงใหม่   ซึ่งจะมีทีมแพทย์เคลื่อนที่ประจำอยู่ทุกจุดที่มีการแข่งขัน  และการซ้อม รวมทั้งที่พัก  ถ้าเป็นผู้ป่วยสงสัยจะส่งต่อไปที่โรงพยาบาลนครพิงค์เพื่อให้การดูแลรักษาต่อไป

 ด้านนายแพทย์ทรงวุฒิ หุตามัย  ผู้อำนวยการสำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 10 เชียงใหม่  กล่าวเพิ่มเติมว่า    ในภาคเหนือตอนบนยังไม่พบผู้ป่วยไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009  แต่เพื่อความไม่ประมาทได้มีมาตรการเข้ม  โดยเฝ้าระวังป้องกันโรคทุกด่าน   ทั้งด่านป้องกันควบคุมโรคติดต่อระหว่างประเทศที่ท่าอากาศยานนานาชาติเชียงใหม่  และด่านทางบก  ทางเรือที่อำเภอแม่สาย เชียงของ  เชียงแสน  จังหวัดเชียงราย  และด่านอำเภอห้วยโกร๋น  จังหวัดน่าน  นอกจากนี้ยังให้ความรู้แก่ประชาชนโดยผ่านสื่อทุกประเภท  ทั้งภาษาไทยอังกฤษ  ไทยใหญ่  จีน  และ ลาว  ส่วนการรักษาได้มีการเตรียมทีมสอบสวนโรค  ทีมรักษาพยาบาลพร้อมรับสถานการณ์หากมีผู้ป่วยเกิดขึ้น โดยเฉพาะในการแข่งขันกีฬายกน้ำหนักยุวชนชิงแชมป์โลกในครั้งนี้มีมาตร การเฝ้าระวังป้องกันโรคค่อนข้างเข้ม  แต่ไม่น่าหนักใจเนื่องจากทุกคนเป็นนักกีฬาต้องดูแลสุขภาพตนเองเป็นอย่างดี

 "ผลการตรวจวัดอุณหภูมิผู้โดยสารขาเข้าจากทุกประเทศ ที่ท่าอากาศยานนานาชาติเชียงใหม่ (ข้อมูล ณ วันที่  14  พฤษภาคม  2552)   คัดกรอง 176 ราย   ยอดสะสมตรวจทั้งหมดตั้งแต่วันที่ 28 เมษายน - 14 พฤษภาคม 2552  จำนวน 51 เที่ยวบิน  รวมทั้งสิ้น 4,019  ราย พบผู้มีอาการไข้รวม 12 ราย  แต่ไม่เข้าข่ายผู้ป่วย  หรือต้องสงสัย"  นายแพทย์ทรงวุฒิกล่าว

พิษณุโลกเฝ้าระวังผู้เดินทางกลับจากฮ่องกง1รายแต่ยังไม่พบเป็นไข้

 เมื่อเวลา 13.30 น . ที่สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดพิษณุโลก นายนริศ ปิยพฤทธิ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดพิษณุโลก เป็นประธานประชุมคณะกรรมการเฝ้าระวังการแพร่ระบาดไข้หวัด 2009 ของจังหวัดพิษณุโลก ที่ประกอบด้วยหน่วยงานด้านสาธารณสุข ปศุสัตว์ ความมั่นคงและการศึกษา เพื่อเตรียมพร้อมรับมือและป้องกันในส่วนของจังหวัดพิษณุโลก

 ในที่ประชุมได้มีการรายงานการเฝ้าระวังการแพร่ระบาดในจังหวัดพิษณุโลก ซึ่งจากภาพรวมของทั่วประเทศตั้งแต่วันที่ 28 เมษายน -14 พฤษภาคม 2552 มีผู้ป่วยเฝ้าระวังต้องสงสัยติดเชื้อของประเทศไทย 113 ราย มีผู้ป่วยติดเชื้อ 2 ราย ส่วนพิษณุโลกนั้น มีผู้เดินทางไปต่างประเทศแล้วกลับมา เป็นบุคคลเฝ้าสังเกต มีคนจากอ . บางระกำ 1 รายไปประเทศเม็กซิโก แต่เฝ้าระวังและพ้นยะยะเวลาพักตัวของเชื้อแล้วไม่พบ ทีมสาธารณสุขร่วมกับรพ . พุทธชินราช ทุกวัน ขณะนี้อยู่พ้นระยะเฝ้าระวังแล้ว ไม่เจ็บป่วยใด ๆ ส่วนหญิงที่เดินทางไปประเทศจีนตรวจที่ศูนย์วิทยาศาสตร์การแพทย์แล้ว แล้วไม่ใช่หวัด 2009 ล่าสุด 14 พฤษภาคม 2552 ได้ข้อมูลจากสำนักระบาดว่า มีผู้เดินทางไปฮ่องกง 1 ราย ซึ่งยังไม่มีอาการเป็นไข้หวัด แต่ก็มีมาตรการเฝ้าระวังการเป็นไข้ต่อไปอีกระยะเวลา 14 วัน โดยจะจัดทีมสาธารณสุขไปตรวจสอบเฝ้าระวังทุกวัน

 นายนริศ ปิยพฤทธิ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดพิษณุโลกกล่าวว่า ยังไม่สามารถประมาทได้ ทีมงานยังต้องดำเนินมาตรการเฝ้าระวังอย่างเข้มงวด เพราะพิษณุโลกก็มีผู้ที่เดินทางไปต่างประเทศ และมีนักท่องเที่ยวเข้ามา ถ้ามีผู้เข้าข่ายต้องสงสัย หรือ ผู้ที่เดินทางไปต่างประเทศแล้วกลับมา จะมีทีมเข้าไปติดตามข้อมูลตลอดระยะเวลา 14 วัน พิษณุโลกยังดีที่มีประสบการณ์การเฝ้าระวังของโรคไข้หวัดนก นอกจากนี้ ในสถานศึกษาได้กำชับให้เข้มงวดเป็นพิเศษ ในการให้ความรู้นักเรียนเกี่ยวกับโรคหวัด 2009 การสังเกตอาการป่วยของนักเรียน

รามาฯเปิดตัวชุดตรวจหวัดใหญ่คลุมทุกสายพันธุ์

 รศ.ดร.วสันต์ จันทราทิตย์ คณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลรามาธิบดี เผยผลสำเร็จในการพัฒนาชุดตรวจเชื้อไข้หวัดใหญ่แบบออล-อิน-วัน โดยครอบคลุมทุกสายพันธุ์ที่ระบาดอยู่ในปัจจุบันได้พร้อมกันในครั้งเดียว ทั้งเชื้อไข้หวัดใหญ่ตามฤดูกาล ไข้หวัดนก(เอช5เอ็น1) ไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 (เอช1เอ็น1) รวมถึงเชื้อไวรัสที่ดื้อยา โดยรู้ผลภายใน 4 ชั่วโมง สำหรับคัดกรองผู้ติดเชื้อเข้าสู่การรักษาได้อย่างรวดเร็ว

 ทีมวิจัยได้รับทุนสนับสนุน 2 แสนบาทจากสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) และใช้เวลาพัฒนาประมาณ 1 สัปดาห์ โดยประยุกต์ใช้ความรู้และประสบการณ์ในการพัฒนาชุดตรวจโรคระบบทางเดินหายใจเฉียบพลันร้ายแรง หรือ โรคซาร์ส เมื่อครั้งที่มีการระบาดใหญ่ ส่วนตัวอย่างเชื้อไวรัสไข้หวัดสายพันธุ์ใหม่ 2009 ที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้ ได้รับจากกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข เป็นเชื้อที่เก็บมาจากผู้ป่วย 2 รายแรกที่พบการติดเชื้อในประเทศไทย

 “ชุดตรวจที่พัฒนาขึ้นนี้ออกแบบเพื่อใช้ในห้องปฏิบัติการ สามารถค้นหาตำแหน่งยีนที่มีการเปลี่ยนแปลงไป จึงระบุได้ว่าเป็นเชื้อไข้หวัดใหญ่ชนิดใด และดื้อต่อยาต้านไวรัส โอเซลทามิเวีย หรือไม่”รศ.ดร.วสันต์ กล่าว

 เทคนิคนี้ต่างจากชุดตรวจที่มีอยู่ในปัจจุบัน เนื่องจากพัฒนาขึ้นโดยใช้เทคนิคแตกต่างกัน เช่น การตรวจสอบแบบแยกสายพันธุ์ หรือ Rapid test และ Strip Test มีประสิทธิภาพในการตรวจหาเชื้อ 50 - 70% จากไวรัสที่มีกว่า 20 ชนิด โดยทั้งสองเทคนิคต้องยืนยันด้วยเครื่องพีซีอาร์ จึงจะสามารถระบุว่าเชื้อที่แยกได้มาจากเชื้อไวรัสชนิดใด และรู้ผลภายใน 14 ชั่วโมง

 ส่วนการทดสอบใช้งานชุดตรวจออลอินวัน ได้ทดสอบเปรียบเทียบกับการตรวจในห้องปฏิบัติการ พบว่าชุดตรวจที่พัฒนาขึ้นมีประสิทธิภาพเป็นที่น่าพอใจ สามารถนำไปผลิตและใช้งานได้ทันที โดยค่าใช้จ่ายในการตรวจประมาณ 500 บาทต่อครั้ง

 "ไวรัสสายพันธุ์ใหม่สามารถแพร่เชื้อออกไปในวงกว้างได้อย่างรวดเร็ว การรักษาผู้ป่วยโดยให้ยาต้านเชื้อไวรัสจะต้องทำภายใน 48 ชั่วโมง ดังนั้น การตรวจพบเชื้อให้เร็วที่สุดจะช่วยรักษาชีวิตของผู้ป่วยไว้ได้" นักไวรัสวิทยา กล่าว

จุฬาฯพบสัญญาณไวรัสไข้หวัด2009ส่อกลายพันธุ์

 กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี จัดเสวนาวิชาการ เรื่อง ไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 ศ.นพ.ธีระวัฒน์ เหมะจุฑา ผู้อำนวยการศูนย์ความร่วมมือองค์การอนามัยโลกไวรัสสัตว์สู่คน คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า ล่าสุดได้ศึกษาการเปลี่ยนแปลงของไวรัสไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 พบมีการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างอย่างรวดเร็วภายในระยะเวลา 2 เดือนจากปกติต้องใช้เวลานานเป็นปี

 การศึกษาดังกล่าวได้ร่วมกับ ดร.เจษฎา เด่นดวงบริพันธ์ คณะวิทยาศาสตร์ โดยรวบรวมข้อมูลรหัสพันธุกรรมของผู้ป่วยที่ติดเชื้อไวรัสดังกล่าวจากทั่วโลก ซึ่งเป็นข้อมูลของสถาบันสุขภาพแห่งอเมริกา (NIH) จากนั้นนำมาสร้างแผนภูมิวงวานวิวัฒนาการ หลังจากมีการแพร่ระบาดตั้งแต่เดือนมีนาคมจนกระทั่งปัจจุบัน

 การเปลี่ยนแปลงของไวรัสไข้หวัด 2009 นั้น นักวิจัยพบการแยกตัวออกเป็น 2 กลุ่มจากเดิมโครงสร้างไวรัสจะรวมตัวเพียงกลุ่มเดียวเท่านั้น แสดงให้เห็นว่าไวรัสชนิดนี้มีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา ดังนั้น หากไม่เตรียมพร้อมเรื่องยา หรือวัคซีน โอกาสการดื้อยาและกลายพันธุ์มีความเป็นไปได้เช่นกัน โดยเบื้องต้นงานวิจัยดังกล่าวยังไม่ได้รับการตีพิมพ์ ยังต้องติดตามโครงสร้างของไวรัสชนิดนี้ต่อไป
 
 อย่างไรก็ตาม เชื่อว่าโรคไข้หวัดใหญ่2009 จะแพร่ระบาดจากคนสู่คนมากขึ้น และจะรุนแรงเข้าสู่ระลอก 2 ในอีกไม่นาน เนื่องจากมีปัจจัยเสริม ทั้งเป็นเชื้อใหม่ ติดต่อง่าย และแพร่กระจายอย่างรวดเร็วในอัตรามากกว่า 1 ต่อ 1 ที่สำคัญช่วงอายุที่ติดเชื้อมีการเปลี่ยนแปลงอย่างเห็นได้ชัด โดยไวรัสชนิดนี้พบในผู้ป่วยอายุระหว่าง 10-50 ปี ขณะที่ไข้หวัดสเปนพบในผู้ป่วยอายุ 20-45 ปี

 “ไม่อยากให้ประชาชนตื่นตระหนก แต่อยากให้มีการระมัดระวังในการดูแลตัวเองมากขึ้น เพราะช่วยป้องกันได้ถึงร้อยละ 50 ขณะที่ภาครัฐต้องมีมาตรการเข้มในการเฝ้าระวังและควบคุมการระบาดให้ดีที่สุด รวมทั้งมาตรการเตรียมความพร้อมกรณีหากเกิดปัญหาการดื้อยาด้วย” ศ.นพ.ธีระวัฒน์ กล่าว

มาเลเซียพบผู้ติดเชื้อหวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่รายแรก

มาเลเซียยืนยันวันนี้ว่า พบผู้ติดเชื้อไวรัสไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 รายแรกของประเทศ เป็นนักศึกษาชายอายุ 21 ปี โดยแถลงการณ์ของกระทรวงสาธารณสุขระบุว่า ผู้ติดเชื้อรายนี้เข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลเมื่อวาน เนื่องจากมีไข้ เจ็บคอ และปวดเมื่อยตามร่างกาย หลังเดินทางกลับจากสหรัฐเมื่อวันพุธ และผลการทดสอบยืนยันการติดเชื้อ ตอนนี้อาการของผู้ป่วยคงที่และได้รับยาต้านไวรัสแล้ว ทางกระทรวงได้ประสานไปยังครอบครัวของชายคนนี้ เพื่อเข้ารับการตรวจยืนยันว่าได้รับเชื้อด้วยหรือไม่ แต่ยังไม่ถึงขั้นต้องสั่งกักบริเวณ นอกจากนี้ยังติดต่อไปไปยังผู้โดยสารสายการบิน มาเลเซีย แอร์ไลน์ ทุกคนที่เดินทางในเที่ยวบินเดียวกับชายคนนี้ ให้มารายงานตัวกับทางกระทรวงเฝ้าระวังการแพร่ระบาดของโรคแล้ว

จนถึงขณะนี้ มีผู้เสียชีวิตจากไวรัสไข้หวัดใหญ่ 2009 ทั่วโลกแล้ว 70 ราย แบ่งเป็นในเม็กซิโก 64 ราย/ ในสหรัฐ 4 ราย / แคนาดาและคอสตาริก้า ที่ละ 1 ราย ส่วนผู้ติดเชื้อที่ยืนยันแล้ว ตามรายงานขององค์การอนามัยโลก มีประมาณ 6,672 คนใน 33 ประเทศ