ไลฟ์สไตล์

เผือกร้อน 3 จี 'กสท-ทรู'ในมือ ป.ป.ช.

เผือกร้อน 3 จี 'กสท-ทรู'ในมือ ป.ป.ช.

13 พ.ค. 2555

เผือกร้อน 3 จี 'กสท-ทรู'ในมือ ป.ป.ช. 'สนิมเขรอะ'หรือวาระซ่อนเงื่อน (ตอนที่ 1) : โดย...เสกสรร ผินนารี

                      จากมติของอนุกรรมการ ป.ป.ช.ล่าสุดเมื่อ 23 เมษายน 2555 ยังคงเป็นประเด็นสุดฮอต เป็นทอล์ก ออฟ เดอะ ทาวน์ กับสัญญาการทำตลาดรูปแบบใหม่เพื่อให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ระบบ 3 จี บนโครงข่ายเดิม ระหว่าง บริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน) และกลุ่มบริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) สัญญาทำการตลาดอื้อฉาวที่หลากหลายหน่วยงาน/องค์กรล้วงลูกและยื่นมือเข้ามาตรวจสอบกันอย่างเข้มข้น

                      ล่าสุด มติของอนุกรรมการป.ป.ช.เมื่อวันที่ 23 เมษายน ที่ผ่านมา ซึ่งยังคงไม่สามารถชี้ขาดกรณีการไต่สวนสัญญา ทำการตลาดมือถือรูปแบบใหม่ฉบับนี้ได้ แม้อนุกรรมการจะประชุมเพื่อพิจารณาเรื่องนี้มากว่า 1 ปีแล้วก็ตาม ทำให้ต้องเลื่อนการประชุมชี้ขาดออกไปเป็นเป็นวันที่ 8 พฤษภาคม 2555 เป็นการเลื่อนชี้ขาดคำรบที่ 4

                      โดยประธานอนุกรรมการ ป.ป.ช. นายเมธี ครองแก้ว ออกมายอมรับว่า แม้อนุกรรมการส่วนใหญ่จะเห็นว่าสัญญาฉบับนี้มีพิรุธและเงื่อนงำหลายประการที่ไม่เป็นไปตามครรลองของกฎหมายหลายฉบับ แต่ก็ยังไม่สามารถสรุปฟันธงลงไปอย่างชัดเจนว่าผิด-ถูกอย่างไร ต้องขอเลื่อนการลงมติไปอีก 2 สัปดาห์

                      "เข้าใจดีว่า หลายคนตั้งความหวังกับ ป.ป.ช.มาก เพราะอยากเห็นเรื่องนี้เกิดความกระจ่าง แต่ต้องยอมรับว่า สัญญาฉบับดังกล่าวมีความซับซ้อน ทำให้คณะทำงานยังไม่สามารถหาข้อยุติได้ และยืนยันว่าอนุกรรมการ ป.ป.ช.ชุดนี้ ไม่ได้ประวิงเวลา แต่ยอมรับว่า เรื่องนี้อาจไม่จบง่ายๆ เพราะกรรมการทุกคนมีความเห็นเป็นของตัวเอง ในฐานะประธานก็ไม่สามารถไปเร่งรัดหรือกดดันอะไรได้ แม้จะเคยกำหนดกรอบเวลาว่า สัญญา กสท-ทรู จะได้ข้อสรุปภายในเดือนมีนาคม แต่จนถึงขณะนี้ ยอมรับว่าไม่รู้ว่าจะได้เมื่อไร"

                      การเลื่อนชี้ขาดสัญญาฉบับเจ้าปัญหาเป็นคำรบที่ 4 ดังกล่าว แน่นอนย่อมต้องสร้างความแคลงใจต่อสังคม ที่มีต่อการทำหน้าที่ขององค์กร ป.ป.ช.นี้ เหตุใด อนุกรรมการ ป.ป.ช.ถึงยังไม่สามารถสรุปผลไต่สวนได้ ทั้งที่จะว่าไปหากสัญญาทำการตลาด 3จี ดังกล่าวดำเนินการกันอย่าง "โปร่งใส" ไม่มีเงื่อนงำอันชวนให้สงสัยว่า เป็นสัญญาจำแลงหรือนิติกรรมอำพรางใดๆ แล้ว ก็ไม่น่าจะเป็นเรื่องที่เหนือบ่ากว่าแรงที่ ป.ป.ช.จะต้องใช้เวลานานถึงขนาดนี้ในการไต่สวนหรือชี้ขาด

                      และมีหรือที่ ป.ป.ช.ต้องใช้เวลาตรวจสอบกันข้ามปีและต้องเลื่อนชี้ขาดครั้งแล้วครั้งเล่าเช่นนี้ นอกจากสัญญาฉบับเจ้าปัญหานี้ จะมี "เงื่อนงำ" และ "วาระซ่อนเร้น" ที่แม้แต่ ป.ป.ช.เองก็ไม่กล้าชี้ขาดออกมา !

ย้อนรอยสัญญาเจ้าปัญหา "กสท-ทรู"

                      เมื่อตรวจสอบย้อนกลับไปดู เผือกร้อนสัญญาทำการตลาดรูปแบบใหม่เพื่อให้บริการมือถือ 3จี บนโครงข่าย CDMA เดิม นับตั้งแต่ บริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน) "รัฐวิสาหกิจ" ในสังกัดกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที) ไฟเขียวให้กลุ่มทรู ที่เหลือสัมปทานมือถือแค่ 2 ปี (สิ้นสุดปี 2556) เข้าฮุบกิจการฮัทช์ จากบริษัท ฮัทชิสันไวร์เลส ผู้ทำตลาด CDMA และ บริษัทลูก BFKT ผู้ให้เช่าโครงข่าย CDMA ในเขตกรุงเทพญ และ 25 จังหวัดภาคกลาง หลังจาก กสท ประสบความล้มเหลวในการเข้าซื้อกิจการมือถือดังกล่าวมาเป็นของรัฐ พร้อมให้มีการจัดทำสัญญาเช่า และทำการตลาดใหม่ขึ้นมา รวม 4 ฉบับ เมื่อวันที่ 27 ธันวาคม 2553

                      โดยรายละเอียดสัญญาที่ทำกันประกอบด้วย สัญญาฉบับที่ 1 สัญญาทำการตลาดโทรศัพท์เคลื่อนที่ ที่เดิม กสท ให้ฮัทช์ทำตลาดมือถือระบบ CDMA ครอบคลุมกรุงเทพฯ และ 25 จังหวัดในภาคกลาง โดยบริษัทต้องจ่าย ส่วนแบ่งให้รัฐ 20% เมื่อทรูเข้าซื้อกิจการ "ฮัทช์" จึงจัดทำข้อตกลงใหม่ในรูปแบบการทำตลาดค้าปลีก-ค้าส่ง (Wholesale-resale) ตามหลักเกณฑ์ กทช. (โดยอ้างว่า ไม่เข้าข่าย พ.ร.บ.ร่วมทุนปี 2535 เพราะไม่ได้ใช้ทรัพย์ สินของรัฐ/ใช้สิทธิของรัฐ) โดยคลื่นและเครือข่ายยังคงเป็นของ กสท แต่บริษัทจะดำเนินการรับเหมาความจุ (Capacity) ของบริการ 3จี มาขายต่อ ให้ลูกค้าอีกทอดหนึ่ง โดย กสท จะได้รับเงินจากการขายเหมา Capacity ในอัตรา 35%

                       สัญญาฉบับที่ 2 สัญญาจัดสร้างและดูแลโครงข่าย โดย กสท ยังคงเป็นเจ้าของโครงสร้างพื้นฐาน (เสา และจุดเชื่อมโยงสัญญา) ขณะที่บริษัท BFKT (บริษัทลูกของทรูมูฟ) จะเป็นผู้ลงทุนอุปกรณ์ สื่อสัญญาณ และปรับเปลี่ยนระบบ CDMA เดิมให้สามารถให้บริการระบบ 3จี ได้ภายในวงเงินลงทุน 9,000 ล้านบาท สัญญาฉบับที่ 3 เป็นสัญญาดูแลลูกค้า 8 แสนราย ในระยะ 2 ปี ที่จะปรับเปลี่ยนไปใช้ 3จี และสัญญาฉบับสุดท้าย ว่าด้วยคลื่น 850 ที่ กสท.จะต้องโอนให้บริษัท

                      โดยสรุปก็คือ ทรูมูฟจะลงทุนใน BFKT เพื่อปรับปรุงโครงข่าย CDMA เดิมให้สามารถบริการ 3จี ด้วยเทคโนโลยี HSPA และนำโครงข่ายที่ได้ลงทุนให้ กสท.เช่าใช้ ก่อนที่ กสท จะมอบให้บริษัทลูกของทรูอีกราย ทำการตลาดให้ โดยทั้ง กสท-ทรูมูฟ ต่างยืนยันว่า สัญญาที่จัดทำขึ้นไม่ใช่ระบบสัมปทาน แต่เป็นการเหมา ซื้อบริการเลขหมาย หรือ Capacity จาก กสท ในสัดส่วนไม่เกิน 80% มาดำเนินการทางการตลาดให้เท่านั้น

                      ก่อนหน้านี้ หลากหลายหน่วยงาน/องค์กรได้ยื่นมือเข้ามาตรวจสอบสัญญาฉบับนี้ ไม่ว่าจะเป็นคณะกรรมการ ตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) คณะกรรมาธิการศึกษา ตรวจสอบการทุจริตและสร้างธรรมาภิบาล วุฒิสภา ทีดีอาร์ไอ หรือแม้แต่ผลสอบของกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที) เอง ต่างก็ฟันธงว่าสัญญาฉบับนี้มีความไม่โปร่งใส มีการดำเนินการที่ขัดบทบัญญัติแห่งกฎหมายหลายฉบับ

                      บางองค์กรอย่างสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (ทีดีอาร์ไอ) ถึงกับระบุว่าเป็นสัญญาจำแลง หรือนิติกรรมอำพราง เสียด้วยซ้ำ!

.....................................
(เผือกร้อน 3 จี 'กสท-ทรู'ในมือ ป.ป.ช. 'สนิมเขรอะ'หรือวาระซ่อนเงื่อน  (ตอนที่ 1) : โดย...เสกสรร ผินนารี)