
สศก.หนุนเกษตรกรผลิต'ก๊าซชีวภาพ'
สศก.เผยการผลิตก๊าซชีวภาพจากของเสียในฟาร์มสุกรช่วยลดมลภาวะ-ลดต้นทุนการผลิต
11พ.ค.2555 นางนารีณัฐ รุณภัย รองเลขาธิการและโฆษกสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.)เปิดเผยถึงผลการศึกษาความคุ้มค่าในการผลิตก๊าซชีวภาพจากของเสียในฟาร์มสุกรภายใต้กลไกการพัฒนาที่สะอาดว่า การจัดทำกลไกการพัฒนาที่สะอาด (CDM)เป็นกลไกหนึ่งที่กำหนดขึ้นภายใต้พิธีสารเกียวโตเพื่อช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกโดยในเบื้องต้นได้กำหนดสัญญาซื้อขายคาร์บอนเครดิตเฉพาะปีที่ 1-2 ไว้ที่ราคา17 เหรียญสหรัฐต่อตัน (สำหรับ 253,500 ตันแรก)และหลังจากนั้นจะซื้อขายในราคาตลาด
อย่างไรก็ตามแม้ว่าฟาร์มสุกรที่เข้าร่วมโครงการจะได้รับรายได้จากการขายคาร์บอนเครดิตเพิ่มขึ้นแต่การลงทุนในโครงการดังกล่าวมีค่าใช้จ่ายในการลงทุนและการดำเนินการค่อนข้างสูงจึงมีความจำเป็นที่จะต้องมีการศึกษาถึงความคุ้มค่าของการลงทุนโดยศึกษาจากฟาร์มสุกรที่เข้าร่วมโครงการ CDM ของกรมปศุสัตว์ จำนวน 10 ฟาร์มและกำหนดให้อายุโครงการเท่ากับ 10 ปี มีอัตราคิดลดร้อยละ 7.00จากวิเคราะห์ทางการเงินของการลงทุนในการผลิตก๊าซชีวภาพจากของเสียในฟาร์มสุกรภายใต้กลไกการพัฒนาที่สะอาดที่เข้าร่วมโครงการของกรมปศุสัตว์ทั้งกรณีที่มีเงินอุดหนุนและไม่มีเงินอุดหนุนพบว่า มูลค่าปัจจุบันสุทธิ (NPV) มีค่า 188.16 และ 131.00 ล้านบาท อัตราส่วนผลประโยชน์ต่อต้นทุน (BCR) มีค่าเท่ากับ 1.56 และ 1.36และมีอัตราผลตอบแทนจากการลงทุน (IRR) เท่ากับร้อยละ 45 และ 25 ตามลำดับ
แสดงให้เห็นว่าการลงทุนในการผลิตก๊าซชีวภาพจากของเสียในฟาร์มสุกรภายใต้กลไกการพัฒนาที่สะอาดในภาพรวม(10 ฟาร์ม) ทั้งกรณีมีเงินอุดหนุนและไม่มีเงินอุดหนุนมีความคุ้มค่าต่อการลงทุนหากวิเคราะห์ถึงความอ่อนไหวของโครงการทั้ง 2 กรณีข้างต้น พบว่าการลงทุนในการผลิตก๊าซชีวภาพจากของเสียในฟาร์มสุกรภายใต้กลไกการพัฒนาที่สะอาดจะไม่คุ้มค่าหากผลตอบแทนของของโครงการลดลงมากกว่า ร้อยละ 63 และ 54 ตามลำดับและหากต้นทุนในการลงทุนของโครงการดังกล่าวเพิ่มขึ้นมากกว่าร้อยละ 56 และ 39ตามลำดับ
นอกจากนี้ จากการศึกษายังพบว่าราคาตลาดซื้อขายคาร์บอนเครดิตในปัจจุบันมีความผันผวนสูง ดังนั้นการก่อตั้งกองทุนคาร์บอนเครดิตจึงเป็นประเด็นที่ภาครัฐหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องควรนำมาพิจารณาในการส่งเสริมโครงการการผลิตก๊าซชีวภาพจากของเสียในฟาร์มสุกรภายใต้กลไกการพัฒนาที่สะอาดทั้งนี้ โครงการดังกล่าว นับว่ามีความคุ้มค่าในการลงทุนทั้งกรณีที่มีเงินอุดหนุนและไม่มีเงินอุดหนุน
อย่างไรก็ตามเงื่อนไขในการเข้าร่วมโครงการ เช่น ห้ามเพิ่ม/ลดจำนวนหรือขนาดเครื่องกำเนิดไฟฟ้า ห้ามขายไฟฟ้าห้ามนำน้ำเสียจากฟาร์มอื่นหรือน้ำเสียอื่นๆ มาบำบัดในระบบ ห้ามนำก๊าซชีวภาพที่ได้ไปใช้ประโยชน์อย่างอื่นๆนอกเหนือจากการผลิตไฟฟ้าและเผาทิ้งยังคงเป็นปัจจัยที่สำคัญปัจจัยหนึ่งที่มีผลต่อการตัดสินใจเข้าร่วมโครงการของเกษตรกรดังนั้น ภาครัฐหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องควรร่วมกันหาแนวทางในการลดขั้นตอนเงื่อนไข และระยะเวลาในการเข้าร่วมโครงการรวมถึงการส่งเสริมให้เกษตรกรผู้เลี้ยงสุกรขนาดเล็กมีการผลิตก๊าซชีวภาพจากของเสียในฟาร์มสุกร เพราะนอกจะช่วยลดปัญหาในเรื่องของมลภาวะและสิ่งแวดล้อมแล้วยังสามารถช่วยลดต้นทุนการผลิตได้อีกด้วย



