ไลฟ์สไตล์

ปัญหาหญิงซดน้ำเมา

ปัญหาหญิงซดน้ำเมา

11 พ.ค. 2555

ปัญหาหญิงซดน้ำเมา

                     ผลสำรวจของมูลนิธิขวัญชุมชน ระบุชัดหญิงชนบทซดน้ำเมาเกินครึ่ง เริ่มดื่มอายุ 16 ปี ชี้ร้านค้าหน้าหมู่บ้านกลายเป็นสถานที่ยอดฮิต ร้อนถึงกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ต้องจัดเสวนา "สานพลังชุมชนเพื่อลดการดื่มแอลกอฮอล์ของประชากรกลุ่มผู้หญิง" เมื่อเร็วๆ นี้ที่บ้านราชวิถี

                     สุภาพร ทองสุข ผู้อำนวยการมูลนิธิขวัญชุมชน เผยถึงผลสำรวจการดื่มแอลกอฮอล์ของกลุ่มผู้หญิงในชุมชน ช่วงอายุ 25-60 ปี จาก 5 ตำบล 5 จังหวัดในภาคอีสานจำนวน 400 ราย พบว่าผู้หญิงดื่มเหล้ามีถึงร้อยละ 59.3 เคยดื่มแต่เลิกได้ร้อยละ 14.6 และไม่เคยดื่มเลยร้อยละ 26.1 สาเหตุมาจากการอยากเข้าสังคม อยากลอง เพื่อนชวน และปัจจัยภายนอก คือหาซื้อได้ง่าย ทุกหมู่บ้านไม่จำกัดเวลาในการซื้อขาย

                     "กลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่นิยมดื่มเบียร์ และเหล้าขาว โดยเฉพาะในงานเลี้ยง และเทศกาลงานบุญต่างๆ เช่น ปีใหม่ สงกรานต์ บุญบั้งไฟ นอกจากนี้ยังพบร้อยละ 95.4 หาซื้อสุราจากร้านค้าในหมู่บ้าน ส่วนสถานที่ดื่มคือบ้านตัวเอง บ้านญาติ และที่ร้านค้า ตามลำดับ ส่วนช่วงเวลาการดื่มคือ ตั้งแต่ 6 โมงเย็นถึง 3 ทุ่ม และที่น่าตกใจ คือ กลุ่มสูงอายุระหว่าง 50-60 ปี จะดื่มประจำเช้าเย็นโดยไม่ห่วงสุขภาพ โดยนิยมดื่มมากที่สุด คือ สุราขาว 40 ดีกรี ร้อยละ 63 และเหล้าดองยาร้อย 12

                     ในทางวิชาการพบว่า ปริมาณที่ร่างกายรับเอทานอลเข้าไปประมาณ 9.6 กรัมต่อวัน หรือคิดเป็นเอทานอล 3.5 กิโลกรัมต่อปี จะส่งผลกระทบต่อสุขภาพในระยะยาว มีโอกาสเป็นโรคสุราเรื้อรัง และคนที่ดื่มเฉลี่ย 1-2 ขวดต่อวัน จะเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุสูงสุด ส่วนผลกระทบที่มาจากแอลกอฮอล์ คือ เกิดความรุนแรงในครอบครัวมากที่สุดถึงร้อยละ 47.7 เช่น ทะเลาะ ทำร้ายร่างกายกัน รองมาคือผลกระทบด้านสุขภาพ" สุภาพร กล่าว

                     ด้าน จะเด็จ เชาวน์วิไล ผู้อำนวยการมูลนิธิหญิงชายก้าวไกล กล่าวว่า การติดสุราของผู้หญิงส่วนใหญ่เกิดจากปัญหาครอบครัวที่ผู้หญิงในชนบทไม่มีพื้นที่ในการแสดงออก การดื่มในช่วงเทศกาลต่างๆ จึงเหมือนเป็นพื้นที่ปลดปล่อย ซึ่งจะพบว่ามีการแสดงออกอย่างเต็มที่ ในขณะที่ผู้หญิงในเมืองก็มีแนวโน้มดื่มสุรามากขึ้น ทั้งนี้ การตอบโจทย์การแก้ปัญหาผู้หญิงกับการดื่มสุราควรนำเอางานวิจัยมาเป็นเครื่องมือที่นำไปสู่ข้อเท็จจริงของปัญหา และสร้างเครือข่าย เพื่อการเข้าถึงปัญหาที่จะนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงในทางที่ถูกเหมือนที่เคยรณรงค์เลิกเหล้าในผู้ชาย ทั้งนี้ การแก้โจทย์เพื่อหาพื้นที่บำบัดการติดสุราของผู้หญิงนั้น หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ กระทรวงการพัฒนาสังคมฯ กระทรวงสาธารณสุข จะต้องมีพื้นที่รับฟังและสร้างสรรค์ให้แก่กลุ่มผู้หญิงโดยเฉพาะ และควรนำเรื่องกองทุนสตรีมาเป็นตัวช่วยหรือร่วมบูรณาการการแก้ไขปัญหาผู้หญิงกับการดื่มสุราไปพร้อมกับการสร้างอาชีพ นอกจากนี้ โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล ก็ควรเข้าไปสร้างพื้นที่ให้แก่ผู้หญิงได้ระบายทุกข์ด้วย