
ใช้เงิน 1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ฟื้น นาลันทา
รัฐบาลไทยแลนด์แดนสยามได้มอบเงิน 1 แสนดอลลาร์สหรัฐ และเอกชนยักษ์ใหญ่ บริษัทในเครือเจริญโภคภัณฑ์ สมทบทุนบริจาคอีก 5 พันดอลลาร์สหรัฐ เพื่อสมทบทุนโครงการฟื้นฟูมหาวิทยาลัยนาลันทา เมื่อปลายเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา โดยทูตไทยประจำอินเดียเป็นผู้แทนฝ่ายไทยมอบให้ผู
ไทยนับเป็นประเทศที่สองที่สนับสนุนอย่างเป็นรูปธรรม (จีนบริจาคเงินเป็นชาติแรก) เรียกว่ามีผลงานจับต้องได้ และเป็นประเทศแรกที่ส่งเสริมให้เอกชนเข้ามามีส่วนร่วมโครงการนี้
คนไทยส่วนใหญ่รู้จักชื่อนาลันทามานานแล้ว เพราะเป็นส่วนหนึ่งในเส้นทางการจาริกของพุทธศาสนิกชนไทยที่มาเยือนสังเวชนียสถาน เป็นมหาวิทยาลัยแห่งแรกๆ ของโลก
ในปี 2549 ท่าน เอ.พี.เจ. อับดุล คาลัม ประธานาธิบดีอินเดียในขณะนั้นได้เสนอแนวคิดการฟื้นฟูมหาวิทยาลัยนาลันทาขึ้นใหม่ต่อสภารัฐพิหาร ทั้งที่ท่านเป็นชาวมุสลิม และประธานาธิบดีคนปัจจุบันได้ลงนามในกฎหมายดังกล่าว ซึ่งเป็นรัฐบัญญัติว่าด้วยมหาวิทยาลัยนาลันทา ค.ศ. 2010 ส่งผลให้มหาวิทยาลัยนาลันทาได้ถือกำเนิดขึ้นอีกครั้งหนึ่งเมื่อเดือนพฤศจิกายนของปีนั้นเอง
ต่อมาในปี 2550 รัฐบาลอินเดียได้แต่งตั้งคณะที่ปรึกษาชุดแรกขึ้น ซึ่งประกอบปราชญ์และผู้เชี่ยวชาญด้านโบราณคดีจากหลายประเทศ เพื่อกำหนดกรอบความร่วมมือระหว่างประเทศ เพื่อส่งเสริมให้มหาวิทยาลัยนาลันทาเป็นศูนย์การเรียนรู้ในระดับสากล คนไทยเราต้องภูมิใจที่หนึ่งในคณะที่ปรึกษาชุดแรกนี้คือ อาจารย์ประพจน์ อัศววิรุฬหการ คณบดีคณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ซึ่งได้ทำหน้าที่จนถึงก่อนสิ้นปี 2553 เมื่อมีการเลือกคณะที่ปรึกษาชุดใหม่ขึ้นมาทำหน้าที่แทน
ขั้นตอนต่อไปก็คือการหาทุนมาก่อสร้าง คาดกันว่าจะต้องใช้เงินสูงถึง 1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยแบ่งเป็นสร้างอาคารเรียนครึ่งหนึ่งและระบบสาธารณูปโภคอีกครึ่งหนึ่ง
คนไทยใจดีมีบุญกุศล นอกจากเครือซีพีแล้ว ยังมีอีกหลายรายที่ส่งเงินเข้าสมทบบัญชีของรัฐบาลไทย ได้แก่ ปตท.สผ. ธ.กรุงไทย ธ.กรุงเทพ และศรีไทยซุปเปอร์แวร์ รวมเป็นเงินของภาคเอกชนกว่า 3 หมื่นดอลลาร์สหรัฐ และคาดว่าจะมีบริษัทไทยอื่นๆ บริจาคเพิ่มอีกในอนาคต
อีก 2-3 ปีข้างหน้า มหาวิทยาลัยนาลันทาเปิดรับนักศึกษาและทำการสอนแล้ว
กิตินัย นุตกุล
รายงานจากอินเดีย
http://www.thaiemb.org.in/th/narrative/detail.php?ID=1788



