
ผู้ปกครองโอด!แบกค่าติว
ผู้ปกครองโอด!แบกค่าติว หากใช้'โอเน็ต'ตัดเชือกเลื่อนชั้น โดย...สุพินดา ณ มหาไชย
นับเป็นครั้งแรกที่สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) จัดเสวนาเรื่อง "การนำใช้ผลการสอบ O-NET เป็นองค์ประกอบส่วนหนึ่งของการจบหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน" ที่โรงแรมปริ๊นซ์ พาเลซ โดย ดร.ชินภัทร ภูมิรัตน เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) กล่าวว่า สพฐ.ได้นำเสนอแนวทางการใช้คะแนนโอเน็ตมาเป็นส่วนหนึ่งในการประเมินจบช่วงชั้น ป.6 ม.3 และ ม.6 เป็น 2 แนวทาง
แนวทางแรก ใช้ในลักษณะของคะแนนขั้นต่ำที่นักเรียนต้องทำให้ได้ มิฉะนั้นจะไม่ได้รับการพิจารณาให้จบช่วงชั้น ซึ่ง สพฐ.เสนอให้กำหนดเกณฑ์ขั้นต่ำของคะแนนโอเน็ตอยู่ที่ 20.01 คะแนน ส่วนแนวทางที่ 2 จะเป็นการนำคะแนนโอเน็ตมาถ่วงน้ำหนักคะแนนเฉลี่ยสะสม หรือจีพีเอ ซึ่งสพฐ.เสนอให้ใช้สัดส่วนคะแนนจีพีเอต่อโอเน็ตที่ 80 ต่อ 20 อย่างไรก็ตาม ทั้ง 2 แนวทาง ยังไม่ใช่ข้อสรุป สพฐ.จะรับฟังความเห็นจากฝ่ายต่างๆ ก่อน
ศ.ดร.สมหวัง พิธิยานุวัฒน์ ประธานคณะกรรมการบริหารสถาบันทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติ (สทศ.)กล่าวว่า การนำคะแนนโอเน็ตซึ่งเป็นการทดสอบระดับชาติมาใช้ประกอบการพิจารณาจบช่วงชั้นนั้น เป็นสิ่งที่จำเป็นและก็ไม่ใช่เรื่องใหม่ ในอดีตช่วง พ.ศ.2478-2520 รวม 42 ปี เคยมีข้อกำหนดให้นักเรียนที่กำลังจะจบ ม.8 ต้องมาเข้าสอบการทดสอบระดับชาติและได้คะแนนเกิน 50 ขึ้นไปจึงจะจบ ม.8 ทั้งนี้เพื่อประกันว่า ผู้เรียนที่จบการศึกษานั้นมีความรู้อย่างแท้จริง
ศ.ดร.สมหวัง กล่าวต่อว่า การปฏิรูปการศึกษา พ.ศ.2517 หันไปยึดแนวทางการจัดการศึกษาตามแบบสหรัฐอเมริกา และได้ยุติการทดสอบดังกล่าวลงเมื่อปี 2521 เพราะเห็นว่าซ้ำเติมความเหลื่อมล้ำของสถานศึกษา อย่างรุ่นของตนมีคนสอบผ่านแค่ 18% ที่เหลืออีก 82% ต้องรออีก 1 ปีเพื่อมาสอบใหม่ จึงต้องการเปลี่ยนมาใช้ระบบของอเมริกา ถ้าเด็กเรียนไม่ผ่านในหน่วยใดก็ให้ครูซ่อมเสริมทันทีไปในระหว่างภาคเรียน ไม่ต้องตกซ้ำชั้น ตรงนี้เป็นจุดกำเนิดของระบบเลื่อนชั้นโดยอัตโนมัติที่ใช้มาถึงปัจจุบัน แต่ที่ต่างจากอเมริกา คือ เราให้เด็กเลื่อนชั้นโดยอัตโนมัติแต่ไม่ได้เน้นซ่อมเสริมให้เด็ก
"34 ปีที่เราไม่มีการทดสอบกลางก่อนจบการศึกษา เพราะฉะนั้น ควรมีการถ่วงดุลการประเมินผลของโรงเรียน ในส่วนของเด็กเอง เมื่อใช้คะแนนการประเมินระดับชาติมาพิจารณาการจบช่วงชั้น ก็จะทำให้เด็กมุ่งมั่นคิด ไม่ใช่คิดว่า เรียนอย่างไรก็ได้เพราะถึงยังไงก็จบ ผมเห็นด้วยกับแนวทางที่ 2 ของสพฐ." ศ.ดร.สมหวัง กล่าว
ขณะที่ ดร.ดิเรก พรสีมา ประธานคณะกรรมการคุรุสภา กล่าวว่า คุณภาพการศึกษาไม่ได้อยู่ๆ ก็เกิดขึ้น ต้องมีคนทำให้เกิด คือ ครู ผู้บริหารโรงเรียน เพราะฉะนั้น ผลสอบโอเน็ตต้องมีผลต่อครู ผอ.โรงเรียน และ ผอ.เขต ด้วย ถ้าไม่มีผลอะไร หรือมีผลแต่น้อยนิดต่อการประเมินความดีความชอบวิทยฐานะ จะไม่เป็นตัวกระตุ้นให้ดีขึ้น ครูจะสนใจเอาโอเน็ตมาพัฒนาผู้เรียน
ส่วน ดร.อุดมลักษณ์ กูลศรีโรจน์ ตัวแทนครูผู้สอน จาก ร.ร.สาธิตแห่งมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ กล่าวว่า ควรใช้โอเน็ตแค่ 5 กลุ่มสาระ เพราะอีก 3 กลุ่มต้องวัดจากการปฏิบัติของนักเรียน หากมีการนำมาใช้จริงอาจมีแรงต้านจากโรงเรียนและผู้ปกครอง โดยเฉพาะถ้าใช้สัดส่วนสูงถึง 50 ต่อ 50 โรเงรียนจำนวนหนึ่งอาจไม่เห็นด้วย เพราะโอเน็ตวัดความรู้อย่างเดียว แต่ระบบประเมินผลของโรงเรียนในปัจจุบัน วัดจากผลงาน และกิจกรรมต่างๆ ด้วย
ขณะที่ตัวแทนครูจากโรงเรียนดังติดท็อปเท็นอีกราย กล่าวว่า ไม่เห็นด้วยกับเรื่องนี้ เพราะจริงๆ แล้ว ข้อสอบโอเน็ตเองยังเป็นที่ถกเถียงถึงมาตรฐานข้อสอบ มีการออกข้อสอบเกินหลักสูตร หรือตรงตามตำราเรียนหรือไม่ จึงยังไม่ควรเอาข้อสอบดังกล่าวมาตัดสินเด็ก เพราะการสอบโอเน็ตก็เพื่อรักษาหน้าให้โรงเรียนเท่านั้น
นอกจากนั้น ระบบประเมินผลของโรงเรียนพัฒนาไปไกลแล้ว ใช้คะแนนจากการสอบแค่ร้อยละ 40 ที่เหลือเป็นการประเมินจากอื่นๆ เพื่อส่งเสริมให้นักเรียนมีคุณลักษณะที่พึงประสงค์ ให้เป็นเด็กเก่งและดี มีคุณธรรม จริยธรรม ซึ่งในเรื่องหลังนั้นยากที่จะวัดได้จากข้อสอบวิชาการ เพราะฉะนั้น ถ้าอยากจะตรวจสอบมาตรฐานการจัดการศึกษาของโรงเรียนจริง น่าจะใช้วิธีอื่นมากกว่า การกระทำอย่างนี้ เหมือนกับการบีบเด็ก บีบครู และบีบโรงเรียน
นายสุรพล ธรรมร่มดี ตัวแทนผู้ปกครอง ร.ร.รุ่งอรุณ กล่าวว่า ไม่เห็นด้วยกับเรื่องนี้ ถ้าต้องการให้ใช้โอเน็ตมาพัฒนาคุณภาพการศึกษา ทำไมไม่เอาไปใช้ย้อนไปพัฒนาหลักสูตร การจัดการการสอน ทำไมกลับมาลงที่เด็กอีก แทนที่จะมาจับเด็กสอบ น่าจะไปติดตามการสอนจริงของครูในชั้นเรียนเพื่อหาทางปรับปรุงคุณภาพครูมากกว่า ไม่ใช่มาแก้ปัญหาปลายทางโดยลงกับเด็ก มันไม่เป็นตรรกะ อยากเห็นนักเรียนจบมีคุณภาพ ทำไมไม่แก้ที่ครู
"ถ้าเอาโอเน็ตมาใช้ประเมินจบการศึกษาจริง เด็กจะต้องไปติวกันอีก และจะทำให้มีปัญหาเด็กออกกลางคันมากขึ้น พวกผมต้องเดือดร้อน ควักกระเป๋าจ่ายเงินค่าติวให้ลูก บริหารการศึกษาอย่างนี้ ผู้ปกครองไม่เห็นด้วย เพ่งเล็งเด็กอย่างเดียว ไม่ได้หาทางแก้ครูเลย" ผู้ปกครอง กล่าว
นายสิระ สิมมี ประธานคณะกรรมการนักเรียน ร.ร.สวนกุหลาบ กล่าวว่า การใช้คะแนนโอเน็ตร่วมประเมินจบการศึกษานั้น จะเกิดผลดีต่อการแก้ปัญหาเกรดเฟ้อ เพราะปัจจุบันการให้เกรดของโรงเรียนค่อนข้างต่างกันในแง่มาตรฐาน แต่สำหรับการวัดเรื่องอื่นๆ อย่างคุณธรรม จริยธรรมนั้น เด็กอาจตอบถูกทุกข้อ แต่ในชีวิตจริงเขาอาจไม่ทำจริง ตรงนี้ข้อสอบวัดไม่ได้ รวมถึงวิชาอย่างกีฬา ดนตรี สอนไม่เหมือนกัน ก็จะวัดได้ยากเช่นกัน ที่สำคัญคือ สำหรับนักเรียนบางรายที่คิดว่าสอบไม่ผ่านโอเน็ตแน่ๆ อาจไม่ยอมเรียนต่อ ออกกลางคัน กลายเป็นปัญหาสังคมต่อไป เพราะฉะนั้น ควรมีระบบช่วยเหลือด้านวิชาการให้นักเรียน โดยเฉพาะนักเรียนต่างจังหวัด นักเรียนที่ยากจนไม่มีเงินจะไปเข้าคอร์สติวได้
.................................
(ผู้ปกครองโอด!แบกค่าติว หากใช้'โอเน็ต'ตัดเชือกเลื่อนชั้น โดย...สุพินดา ณ มหาไชย )



