ไลฟ์สไตล์

กลัวไม่ได้บ้าน

กลัวไม่ได้บ้าน

07 พ.ค. 2555

พี่สาวดิฉันเลิกกับสามีเก่า แล้วมีแฟนใหม่ ไม่ได้จดทะเบียนสมรสด้วยกัน พี่สาวได้ซื้อบ้านโดยผ่อนกับธนาคารอาคารแห่งหนึ่งไว้ โดยใช้ชื่อของสามีใหม่กู้ผ่านแบงก์ และพี่สาวมีชื่อร่วมอยู่ในโฉนดที่ดิน โดยที่พี่สาวเป็นคนออกค่าใช้จ่ายส่งธนาคารทุกเดือน สามีใหม่ไม่เคยได

 ปัจจุบันแม่ได้ปิดค่างวดบ้านเรียบร้อยแล้ว และในอดีตพี่สาวเคยมีหนี้สินกับสามีเก่า
 หลังจากกรมบังคับคดีเห็นว่า พี่สาวมีทรัพย์สิน จึงมายัดยึดบ้าน เพื่อให้พี่สาวจ่ายหนี้เดิม พี่สาวได้ติดต่อกับกรมบังคับคดี พบว่า มีหนี้สินเดิมรวมต้นและดอกเบี้ยประมาณ 3 แสนกว่าบาท แต่ประนอมหนี้ได้ เหลือแสนกว่าบาท ถ้าจ่ายเรื่องหนี้ก็จบ
 ที่หนูกังวลก็คือ สามีใหม่ของพี่สาว ไม่ยอมเซ็นชื่อโอนบ้านให้ หากสู้กันจริงๆ พี่สาวจะมีทางได้บ้านหลังนี้คืนไหมคะ ควรทำอยางไรดี 
 พุด
 ตอบ
 ศูนย์ปรึกษากฎหมายชุมชน ผู้ช่วยศาสตราจารย์ยศศักดิ์ โกไศยกานนท์ คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษมบัณฑิต แนะนำเรื่องนี้ว่า กรณีเรื่องบ้าน ถ้ามีหนี้สิอยู่ก่อน แล้วเจ้าหนี้ตามเจอ เช่นที่กรมบังคับคดีตามจนทราบว่า พี่สาวคุณมีทรัพย์สินที่จะยึดได้ เมื่อตามมายึด ก็ต้องชำระหนี้กันไป การที่เจรจากันเพื่อใช้หนี้ ก็ทำถูกต้องแล้ว
 ส่วนเรื่องที่บ้านที่แม่เป็นคนจ่ายเงินนั้น ในความเป็นจริงแล้ว หากลงชื่อร่วมกัน ไม่ว่าจะเป็นใครก็ตามที่เป็นคนจ่ายเงิน สิทธิที่มีร่วมกันคนละครึ่ง
 กรณีที่อยากจะได้บ้านคืนเป็นชื่อพี่สาวเพียงคนเดียว แล้วสามีใหม่ไม่ยอมเซ็นโอนให้ ก็ต้องพึ่งศาล โดยฟ้องเรียกร้อง แต่ก่อนที่จะฟ้อง อยากให้คิดในเรื่องที่พี่สาวโดนบังคับคดีเรื่องเกี่ยวกับการยึดบ้านจากหนี้สินเก่าด้วย เนื่องจากว่า ขณะนี้บ้านยังเป็นกรรมสิทธิ์ร่วมสองคน คือพี่สาว กับแฟนใหม่ ถ้ามีการบังคับคดีเอาบ้านมาชดใช้หนี้ที่พี่สาวเคยมีอยู่ ก็จะถูกบังคับเฉพาะในส่วนของพี่สาวเท่านั้น
 แต่ถ้าเมื่อไหร่ตามที่โอนบ้านเป็นชื่อของพี่สาวเรียบร้อยแล้ว การบังคับหนี้ก็จะบังคับบ้านทั้งหลังที่เป็นสิทธิของพี่สาวเพียงคนเดียว 
 ทางที่ดี จัดการทีละเรื่อง จัดการเรื่องหนี้สินเก่าให้จบก่อน เพื่อจะได้ไม่ถูกบังคับเอาบ้านไปทั้งหลัง หลังจากนั้น ค่อยเจรจากับสามีใหม่เรื่องโอนบ้านให้เป็นชื่อของพี่สาว
 ลุงแจ่ม