ไลฟ์สไตล์

รอ

รอ

16 พ.ค. 2552

หลายสิ่งหลายอย่าง ที่บางคนตั้งใจจะทำ แต่ยังไม่ได้ทำ หรือยังไม่สามารถกระทำให้สำเร็จได้

 บ้างก็เรียกปรากฏการณ์เช่นนี้ว่า การผัดวันประกันพรุ่ง บ้างก็ว่า ยังลังเลสงสัย หรือกระทั่งว่า เป็นเรื่องที่กำลังพิจารณา ไปจนถึงอยู่ในระหว่างที่จะดำเนินการ ฯลฯ

 จะเรียกขาน (หรือแก้ตัว) ด้วยถ้อยคำ หรือสำนวนเช่นไร ก็คงไม่มากไปกว่า ยังไม่ได้เริ่ม หรือยังไม่ได้ทำ และกำลังจะทำ ไปจนกระทั่งยังทำไม่สำเร็จ

 ที่มาของเรื่องราวความชักช้าทำนองนี้ มักมีอาการไม่แน่ใจอยู่ด้วยเสมอ และผลของการรีรอ หรือลังเล ก็มักเป็นเหตุให้ไม่เกิดความสมบูรณ์ หรือความสำเร็จอย่างที่ควรจะเป็น

 หลายต่อหลายคน ปล่อยปละละเลยอะไรต่อมิอะไร ไปจนสูญเสียโอกาส และความสำเร็จมาแล้ว มากต่อมาก ซึ่งมีไม่น้อยที่เป็นลักษณาการ ชนิดผ่านแล้วผ่านเลย โดยไม่หวนกลับมาอีก

 ในชั่วชีวิตหนึ่ง แต่ละคนจะมี “โอกาส” กันสักกี่ครั้ง
 และในชั่วชีวิตหนึ่ง จะมีสักกี่คนที่สามารถ “ไขว่คว้า” โอกาสนั้นๆ ได้สำเร็จ

 นี่มิใช่เรื่องราวของโชคเคราะห์ อันประกอบไปด้วยดวงชะตา ราศีเกิด บุญวาสนา หรือลักษณะหน้าตา ตลอดจนทำเลที่ตั้ง และวันเวลาที่เกี่ยวข้อง

 แต่กลับเป็นเรื่องของ สติ, ปัญญา, สัมปชัญญะ และ สมาธิ ทั้งในระดับปัจเจก และปัญหาเชิงโครงสร้าง เป็นทั้งผลผลิต และเหตุปัจจัย ของสรรพสิ่งที่คนนั้นๆ เกี่ยวข้อง รวมไปถึงตัวตนของเขา (หรือเธอ) เอง

 นี่ออกจะเป็นความจริงอันเจ็บปวด ที่ผสมปนเปไปกับความเชื่อ และศรัทธาของผู้เกี่ยวข้อง
 เป็นเรื่องราวของการกำหนดท่าที ที่ใครสักคนจะกระทำ (หรือต้องกระทำ) ต่อปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นตรงหน้า หรือที่เขา (และเธอ) มีส่วนร่วม รวมถึงผลกระทบที่จะตามมา หลังจากเหตุเกิดขึ้น ณ ขณะนั้น

 ในฐานะพุทธศาสนิก นี่มิใช่ความแปลกประหลาด หรืออุตริ-วิตถาร-มหัศจรรย์ แต่ประการใดทั้งสิ้น

 หากเป็นธรรมดาโลก อันธรรมชาติได้รังสรรค์ขึ้น ในห้วงยามของการเติบโต เรียนรู้ และเปลี่ยนผ่าน ในแต่ละจังหวะก้าวของความเป็นมนุษย์

 “มนุษย์” ที่ควรจะเป็นมากไปกว่า “สัตว์” หรือ “สิ่งมีชีวิตชนิดหนึ่ง” เพราะมีศักยภาพในการพัฒนาตนเอง และมีศักยภาพในการยกระดับทางจิตวิญญาณ

 ว่ากันว่า "พุทธธรรม" เป็นเพียงคู่มือ หรือแผนที่ที่มิอาจกำนัลเป้าหมายให้ใครได้ หากเขา (หรือเธอ) ไม่ยินยอม ที่จะยกย่างเท้า เพื่อก้าวเดินไปบน เส้นทางธรรม

 “ความพอดี” ดูจะเป็นเรื่องกำปั้นทุบดิน หากจะใช้เพื่อไขปัญหาว่า การเริ่มต้น ควรมีการพิจารณาอย่างรอบคอบ ครบถ้วน และรัดกุม สักเพียงใด

 เช่นเดียวกันกับการตัดสินว่า แค่ไหน คือเร็ว หรือช้า สำหรับจังหวะก้าวบนภาวนาวิถี ที่ทอดยาวไปสู่เป้าหมายอันยิ่ง ของชาวพุทธทั้งหลาย ซึ่งไม่น่าจะมีคำตอบใดสำเร็จรูป หรือตอบได้ครอบคลุมอย่างครบถ้วน

 ช้าๆ อาจไม่ได้พร้าเล่มงาม และความรีบเร่ง ลุกลี้ลุกลน ก็อาจมิใช่วิธีสำหรับการได้มาซึ่งชัยชนะ ที่หมายถึงการหลุดพ้นจากกับดักของกิเลส ตัณหา และอัสมิมานะในกมลสันดาน

 จะ “รอ” แค่ไหน หรือ “รอ” อย่างไร จึงจะ “พอดี” เป็นความ “ท้าทาย” อีกประการหนึ่ง ของการปฏิบัติธรรม

 และเป็นอีกเรื่องหนึ่งใน ภาวนาวิถี ที่จำต้อง รู้ได้ด้วยตนเอง

"พระกิตติศักดิ์ กิตติโสภโณ"