
การบริหารจัดการความโลภ (๑) เผชิญหน้ากับกิเลส
การบริหารจัดการความโลภ เป็นหัวข้อแรกในคอร์สเสวนา "กิเลส แมเนจเม้นท์ (Kilesa Management )" ที่จัดขึ้นเมื่อวันที่ ๓๑ สิงหาคม ๒๕๕๑ โดยวัตถุประสงค์ของ พระมหาวุฒิชัย วชิรเมธี ผู้อำนวยการ สถาบันวิมุตตยาลัย ที่เห็นว่า ในช่วงเวลากึ่งพุทธกาล ชีวิตของผู้คนยุคปัจจุบ
ผู้คนต่างเห็นแก่ประโยชน์ส่วนตน มากกว่าประโยชน์สุขแห่งส่วนรวม ต่างแก่งแย่งแข่งขันกันในทุกด้านอย่างรุนแรง การเอาเปรียบ ทุจริต คดโกง มีให้เห็นอย่างดาษดื่น
ด้วยเหตุนี้ คอร์สเสวนาเพื่อพรรษาที่เปี่ยมสุขนี้ จึงเกิดขึ้นในปี ๒๕๕๑ ที่ผ่านมา ณ สถาบันวิมุตตยาลัย เพื่อทำหน้าที่เป็นน้ำเย็นชะโลมใจให้จิตผ่อนคลาย จะได้มองเห็นกิเลสทุกชนิดที่เป็นแขกจรมา กระทั่งสามารถหาหนทางที่จะบริหารจัดการกับกิเลสเหล่านั้น ด้วยสติปัญญาที่ประกอบด้วย ความกรุณา
และด้วยงานบรรยายธรรมชุดนี้ ค่อนข้างยาว จึงแบ่งย่อยเป็นตอนๆ เพื่อให้ผู้อ่านสามารถนำเทคนิคย่อยๆ ในการบริหารจัดการความโลภไปใช้ ในชีวิตประจำวันได้ง่ายขึ้น
เจริญพร พุทธบริษัท ตลอดจนถึงท่านที่ไม่ใช่พุทธบริษัท เช่นอยู่ในบริษัทข้ามชาติก็ได้ บริษัทเอกชนก็ได้ บริษัทมหาชนก็ได้ ส่วนพุทธบริษัทนั้น เป็นบริษัทไม่จำกัด แล้วก็มหาชน ใครจะเข้ามาถือหุ้นก็ได้ทั้งหมด
ฉะนั้น ทุกท่านที่อยู่ที่นี่ ไม่จำเป็นต้องเป็นชาวพุทธ ขอแค่เป็น มนุษย์ ก็พอ กติกามีแค่นี้ แค่เป็นมนุษย์ก็พอ
ที่นี้ก่อนที่จะพูดเนื้อหาสาระในเบื้องต้น อาตมภาพขออนุโมทนาทุกท่านทุกคน ที่ได้แสดงความจำนง เข้ามาร่วมคอร์สบรรยายธรรม แล้วก็นำไปปฏิบัติในวันนี้
มาดูหัวข้อนี้กัน เมื่อกี้...คุณโยมไปคุกเข่า ถามอาตมา พระอาจารย์เจ้าค่ะ ทำไมชื่อมันยิ่งใหญ่เหลือเกิน kilesa management อาจารย์ได้มาจากไหนเจ้าคะ ถึงได้จัดคอร์สที่พิเศษมาก ฟังชื่อก็รู้แล้วว่า คนจัดจะต้องเป็นผู้ที่บริสุทธิ์ หลุดพ้น อยู่เหนือกิเลสแล้ว
เมื่อถามมาอาตมาก็จะตอบให้ ธรรมะในพุทธศาสนาทั้งหมด ๘๔,๐๐๐ พระธรรมขันธ์ มีเป้าหมายเรื่องเดียว คือ ดับทุกข์ management มีค่าเท่ากับ ดับทุกข์
แต่ถ้าอาตมาบอกว่า การปฏิบัติธรรม นำไปสู่การดับทุกข์ ก็คงจะนิ่งกันไปหมดเลย ไม่มีใครเงี่ยหูฟัง
พอบอกว่า จะจัดปฏิบัติธรรม บรรยายธรรม และนำปฏิบัติ ในชื่อ kilesa management มีแต่คนสอบถามเข้ามามากมาย
เพราะฉะนั้น การบริหารจัดการมาจากคำว่า การดับทุกข์ หรือคำว่า นิโรธ นั่นเอง
อาตมภาพปรับใหม่ ให้เป็นภาษาของคนร่วมยุคร่วมสมัย ไม่ได้หยิบคำที่ไหนมาใช้ โดยที่ไม่ได้ระมัดระวังเลย มีที่มาที่ไปอย่างนี้
และเจ้ากิเลสนี้เป็นใคร กิเลสโดยธรรมชาติพื้นฐาน เขาเป็นอาคันตุกะ คือ เป็นแขกที่จรมา ขอพำนักพักอาศัยอยู่ในใจของเรา ทีนี้พอพำนักพักอาศัยนานขึ้นๆ เราไม่เคยบริหารจัดการกิเลส กิเลสเขาเลยยึดเอาใจเราเป็นบ้าน
อยู่กันไปๆ เจ้าของบ้านตัวจริง คือ ธรรมะ ถูกต้อนไปอยู่ชายขอบ กิเลสที่จรมายึดพื้นที่สถาปนาตัวเอง เป็นเจ้าของบ้านตัวจริง นั่งอยู่ที่นี่ แทนที่จะเป็นกลุ่มก้อนแห่งความสุขเคลื่อนที่ เพราะดับทุกข์ได้แล้ว กลับกลายเป็นแต่ละคน คือ ก้อนแห่งกิเลส ดูซิ ที่นั่งอยู่นี้ก้อนแห่งกิเลสทั้งนั้น
ก้อนกิเลสหนึ่งก้อน ที่อยู่ในใจเรา แต่งงานกับก้อนกิเลสอีกหนึ่งก้อน มงคลสมรสของกิเลสแท้ๆ เลย แล้วเราแต่ละคนไปอยู่ใกล้ใคร อยู่กับคนสองคนก็เป็นกิเลสสองก้อน มากอดกัน มีลูกมาหนึ่ง คนไปอยู่ในบริษัท คนในบริษัทมี ๕๐๐ คนนั่นแหละ ก้อนกิเลสทั้งหมดเลย
คุณโยมเห็นหรือยัง เราอยู่กับกิเลส จนคิดว่ากิเลส คือส่วนหนึ่งของเรา แท้ที่จริงกิเลสเป็นแค่แขกแปลกหน้า
ถ้าเราบริหารจัดการได้ เขาจะไปจากเรา แต่ถ้าเราบริหารจัดการไม่เป็น เขาจะอยู่กับเรา และตามไปข้ามภพข้ามชาติ
"ว.วชิรเมธี"



