ไลฟ์สไตล์

'อึ่งโกก'สองแควขายดีกก.ละ150บ.

'อึ่งโกก'สองแควขายดีกก.ละ150บ.

08 พ.ค. 2555

ชาวบ้านเมืองสองแคว อาศัยช่วงฝนตกหนัก ออกจับ 'อึ่งโกก' และ 'กบนา' จากท้องทุ่งท้องนา นำมาขายสร้างรายได้ ราคากิโลกรัมละ 150 บาท กำแพงเพชรอึ่งอ่างก็ขายดีหลังฝนตก

          ผู้สื่อข่าวรายงานว่า  เมื่อวันที่ 8 พ.ค. 55 ที่ตลาดร่วมใจ ตลาดเทศบาล 6 เทศบาลนครพิษณุโลก มีชาวบ้านจากต่างอำเภอได้จับอึ่งโกก และกบนา มาวางขายให้กับประชาชนทั่วไปผู้นิยมบริโภคอาหารจากทุ่งนา โดยตั้งราคาขายทั้งสองชนิดกิโลกรัมละ 150 บาท ซึ่งถือว่าเป็นราคาที่สูง เมื่อเทียบกับกบที่เลี้ยงจากฟาร์ม ที่ขายในราคากิโลกรัมละ 120 บาท ด้วยผู้บริโภคนิยมในรสชาติของอึ่งโกก และกบนา ที่จับมาจากท้องนาธรรมชาติว่ารสชาติดีกว่ากบฟาร์ม ไม่มีกลิ่นสาบมากเหมือนกบที่เพาะเลี้ยงในฟาร์ม

          แม่ค้าที่จำหน่ายอึ่งโกก เปิดเผยว่า มีชาวบ้านจากอำเภอต่าง ๆ ออกจับอึ่งโกกและกบนาในช่วงกลางคืน และนำมาส่งให้แม่ค้าตลาดร่วมใจวางขายในราคากิโลกรัมละ 150 บาท ช่วงนี้เริ่มจับได้ในปริมาณมาก เนื่องจากเป็นช่วงเริ่มต้นฤดูฝน พิษณุโลกมีฝนตกชุกสองสามวันที่ผ่านมา ทำให้อึ่งโกกออกมาจากที่ซ่อน จึงจับได้ในปริมาณมาก ผู้ซื้อนิยมนำไปประกอบอาหารหลากหลาย ทั้งแกง ผัดเผ็ด ต้มยำ 

          อึ่งโกก มีชื่อเรียกหลายชนิดตามแต่พื้นที่ อาทิ อึ่งเผ้า , อึ่งดำ , อึ่งปากขวด , อึ่งโกก , อึ่งกระโดน กระจายพันธุ์ทั่วประเทศไทย ลักษณะ มีขนาดตัวค่อนข้างใหญ่ ลำตัวป้อม ปากเล็ก ขาสั้น ความยาวประมาณ 75 มม. ชอบขุดโพรงอยู่ตามพื้นล่างของป่าหรืออ่างเก็บน้ำ พื้นดินที่มีความร่วน โดยเฉพาะฤดูแล้งจะอาศัยในโพรงดินตลอดเวลา แต่ระหว่างฤดูฝนจะขึ้นมาหากินบนพื้นดินในเวลากลางคืน ผสมพันธุ์และวางไข่ในคืนที่ฝนตกหนักมากในช่วงแรกของฤดูฝน ซึ่งอึ่งโกก ไม่ได้เป็นสัตว์ป่าตาม พรบ.คุ้มครองและสงวนสัตว์ป่า พ.ศ.2535 ถูกชาวบ้านจับบริโภคและเพื่อขายจำนวนมากในแต่ละปี


กำแพงเพชรอึ่งอ่างก็ขายดีหลังฝนตก

          ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พื้นที่จังหวัดกำแพงเพชรมีฝนตกหนักติดต่อกัน 2 วัน 2 คืน พื้นที่ บริเวณลำห้วย หนอง คลองบึง ในอำเภอพรานกระต่าน มีอึ่งโกรก ออกหากินและออกมาผสมพันธุ์ในช่วงตอนเวลากลางคืน จึงเป็นโอกาสของชาวบ้านด้วยการจับนำมาประกอบเป็นอาหารและขายให้กับแม่ค้าคนกลาง สร้างรายได้ให้แก่ชาวบ้านที่นี่อย่างเป็นกอบเป็นกำ  โดยที่ตลาดกลางเมืองกำแพงเพชร พ่อค้าแม่ค้าต่างนำอึ่งที่รับซื้อจากชาวบ้านกิโลกรัมละประมาณ 70-80 บาท มาขายให้กับนักชิมกิโลกรัมละ 100 -120 บาท ซึ่งราคานี้เป็นราคาของอึ่งข้างลาย ส่วนอึ่งโกกนั้น จะมีราคาสูงกว่า ซึ่งถ้าเป็นอึ่งไข่จะมีราคาสูงถึงกิโลกรัมละ 250-300 บาทซึ่ง ก็มีนักชิมคนเดินทางมาซื้อไปปรุงอาหารกันอย่างไม่ขาดสาย 
 
          ส่วนที่ริมถนนสายกำแพงเพชร - อำเภอพรานกระต่าย มีชาวบ้านนำอึ่งมาเสียบไม้ วาง ขายกันทั้ง 2 ฝากทาง มีทั้งอึ่งสดและอึ่งย่าง อึ่งที่ผู้บริโภคนิยมรับประทาน ได้แก่ อึ่งโกรก และอึ่งข้างลาย ที่เพิ่งออกมาเป็นชุดแรกปรากฏว่ากำลังมีไข่เต็มท้อง ซึ่งผู้ที่นิยมบริโภคบอกว่าเป็นช่วงที่อึ่งโกรกมีรสชาติอร่อยมาก 
 
          อย่างไรก็ตาม เนื่องจากฝนตกเป็นน้ำฝนแรก อึ่งออกไม่มากทำให้มีราคาสูง อึ่งโกรกขายสดกิโลกรัมละ 170- 220 บาท ส่วนอึ่งข้างลาย อยู่ที่กิโลกรัมละ 150 - 200 บาท และนำอึ่งลวกเสียบไม้ย่างเตาถ่าน ไม้ละ4ตัว อึ่งโกรกย่าง ขาย 3 ไม้ ราคา 100 บาท ส่วนอึ่งข้างลาย 4 ไม้ ราคา 100 บาท นอกจากนี้อึ่ง ยังสามารถนำไปปรุงเป็นอาหารได้หลายอย่าง เช่นนำไปยำ ต้มยำ แกงเผ็ด ผัดเผ็ด เป็นต้น และเป็นอาหารยอดนิยมของคนพื้นบ้านชาวกำแพงเพชร

 

 พร้อมจับแมงนูนขายตัวละ2บาท

               นอกจากอึ่งแล้วช่วงเดือนพฤษภาคมของทุกปี ที่จังหวัดกำแพงเพชรจะมีแมงชนิดหนึ่งที่ชาวบ้านเรียกกันว่า แมงอีนูน หรือแมงนูน ออกจากที่ซ่อนเพื่อออกมาจับคู่ผสมพันธุ์ แมงนูนเป็นแมงปีกแข็งตัวสีน้ำตาล ลำตัวกลมขนาดหัวแม่มือ มีขา 6 ขา อาศัยอยู่ใต้ดินทราย สามารถนำไปประกอบเป็นอาหารได้หลายอย่าง เช่น นำไปผัดฉู่ฉี่ ต้มหรือคั่ว รวมไปถึงทอดในน้ำมันเดือดๆ เนื่องจากในช่วงนี้แมงอีนูนจะมีไข่เต็มท้อง ดังนั้น ในช่วงเย็น ๆ ใกล้ค่ำ ชาวบ้านที่ ม.ที่ 6 ต.นครชุม อ.เมือง จ.กำแพงเพชร ทั้งเด็กและผู้ใหญ่จะพากันนำอุปกรณ์การดักแมงนูน ไปที่บริเวณทุ่งหญ้า ป่ามัน และสวนมะลิ ติดกับคลองสวนหมาก ซึ่งเป็นพื้นที่ดินทราย จากนั้นต่างก็หาทำเลในการจับแมงอีนูนที่บินมาเกาะตามต้นไม้ ส่วนเด็ก ๆ จะจับแมงอีนูนที่บินซ่อนตัวตามพื้นดิน

               หลังจากที่แสงตะวันลับไปตกท้องฟ้า บรรดาแมงนูนก็จะเริ่มบินออกจากที่ซ่อนตัวจำนวนมาก ส่งเสียงดังหึ่งๆระงมไปทั้งป่าหญ้าพง เพื่อหาคู่ผสมพันธุ์ ทำให้บินเต็มท้องฟ้า บางครั้งก็จะบินชนคนทำให้ต้องหลบหลีกเพราะถ้าถูกแมงนูนก็เจ็บเหมือนกัน การจับแมงนูนจะใช้เวลาไม่เกิน 2 ชั่วโมง แมงนูนก็หลบไปเกาะตามต้นพงหญ้าเพื่อจับคู่ผสมพันธ์ ชาวบ้านก็จะพากันเก็บอุปกรณ์การจับกลับบ้าน ผู้ที่ไปดักแมงอีนูน เปิดเผยว่า แต่ละคืนจะสามารถจับแมงอีนูนได้กว่าหลายร้อยตัว

               จากนั้นก็จะรวบรวมไปขายให้กับพ่อค้าแม่ค้าที่มารับซื้อ ในราคา ตัวละ 2 บาท ทำให้ชาวบ้านพอมีรายได้เสริมในช่วงฤดูล่าแมงอีนูนแต่ละวันไม่ต่ำกว่า 1,000 บาท หรือใครที่ไม่ขายก็เก็บไว้ทำอาหารรับประทานเอง ซึ่งประชาชนก็นิยมรับประทาน เพียงแต่ต้มให้สุก เด็ดหัว เด็ดปีก เด็ดขา และเด็ดก้นออก จากนั้นก็สามารถเคี้ยวได้ทั้งตัว แมงนูนจะมีรสชาติหอมมันเพราะมีไข่เต็มท้อง แต่ถ้าล่วงเลยจากเดือนนี้ไปแล้ว แมงอีนูนจะพากันขุดรูวางไข่ ดังนั้นในตัวจึงมีแต่เลือดซึ่งรับประทานไม่ได้ ชาวบ้านบอกว่าปีนี้ แมงอีนูนออกมากและเร็วกว่าทุกปี สาเหตุเพราะปีนี้ น่าจะมาจากเกษตรกร ทำการเกษตรใช้สารเคมีน้อย ดังนั้นในปีนี้ชาวบ้านจึงจับได้เป็นจำนวนมาก