
มองมุมใหม่:นวัตกรรมเรียนรู้หลากหลาย
คอลัมน์ มองมุมใหม่ : นวัตกรรมเรียนรู้หลากหลาย วิธีบริหาร ร.ร.เทศบาลปลูกปัญญาฯ ภูเก็ต
"การบริหารจัดการของโรงเรียนจะเน้นเด็กเป็นศูนย์กลางว่าเด็กต้องการอะไร เมื่อรู้ว่าเด็กต้องการอะไร ขั้นตอนต่อไปคือการตอบสนองความต้องการ ซึ่งการตอบสนองต้องอาศัยปัจจัยหลายอย่าง โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องงบประมาณจากภาครัฐ เข้าใจว่าทุกโรงเรียนประสบปัญหาได้งบน้อยและล่าช้าไม่ทันต่อการพัฒนาเด็ก จึงคิดหาวิธีพึ่งตนเองให้มากที่สุด โดยการขอความร่วมมือจากผู้ปกครอง ศิษย์เก่า คณะกรรมการพื้นฐาน ในการสนับสนุนนโยบายของโรงเรียน" นายวินัย สุริยปราการ วัย 53 ปี ผู้อำนวยการโรงเรียนเทศบาลปลูกปัญญา ในพระอุปถัมภ์สมเด็จพระเจ้าภคินีเธอ เจ้าฟ้าเพชรรัตนราชสุดา สิริโสภาพัณณวดี ต.ตลาดเหนือ อ.เมือง จ.ภูเก็ต อธิบายเหตุผลที่โรงเรียนได้รับรางวัล "สถานศึกษาที่บริหารจัดการดีเด่น" ของสำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา
ผู้อำนวยการ เล่าว่า ไม่ว่าจะโรงเรียนในสังกัดใด ถ้าหากขึ้นชื่อว่าภาครัฐบาลต้องเผชิญกับปัญหางบประมาณในการบริหารจัดการ งบน้อย งบมาช้า กว่าจะได้รับการอนุมัติ โรงเรียนก็สูญเสียโอกาสสำคัญหลายอย่าง ดังนั้นโรงเรียนจึงมีนโยบายที่จะให้โรงเรียนพึ่งตนเองให้ได้มากที่สุด เมื่อครั้งที่มารับตำแหน่งในเดือนตุลาคม ปี 2554 ตนใช้หลักสร้างการมีส่วนร่วมในการลงทุนระหว่างโรงเรียนกับผู้ปกครอง ศิษย์เก่า และคณะกรรมการสถานศึกษา ในการจัดการนโยบายการจัดการเรียนการสอน เพื่อตอบสนองความต้องการของเด็กและผู้ปกครองที่ต้องการให้บุตรหลานได้รับคุณภาพการศึกษาที่ดีที่สุด
"เราเข้าใจธรรมชาติของหัวอกคนเป็นพ่อแม่อยู่แล้วว่าต้องการให้ลูกได้รับสิ่งที่ดีที่สุด ดังนั้นการที่จะช่วยลงทุนเพื่อซื้อคุณภาพของลูกๆ และด้วยกำลังทรัพย์ที่พอจ่ายได้โรงเรียนก็ได้รับการตอบรับที่ดี ก็ลงมือวางแผนพัฒนาศักยภาพเด็ก ไม่ว่าจะด้านวิชาการ ดนตรี กีฬา ซึ่งโรงเรียนได้จัดหาเครื่องไม้เครื่องมือ อุปกรณ์การเรียนที่ทันสมัย บุคลากรที่มีคุณภาพ วิทยากรที่เชี่ยวชาญจากข้างนอก" ผู้อำนวยการ กล่าว
ขึ้นชื่อว่า "นักเรียน" โรงเรียนต้องให้ความสำคัญเป็นอันดับหนึ่ง พยายามสรรหาสิ่งที่เป็นประโยชน์ต่อนักเรียนมากที่สุด จะเห็นได้จากการจัดกิจกรรมเสริมหลักเลิกเรียน ขณะที่นักเรียนรอผู้ปกครองมารับ กิจกรรมดังกล่าว อาทิ การวาดภาพ ถ่ายภาพ ดนตรี (ไทย-สากล) กีฬา ศิลปะ ซึ่งแต่ละวิชาจะมีวิทยากรที่เป็นครูของโรงเรียนเอง โดยจ่ายค่าล่วงเวลาชั่วโมงละ 50 บาท แต่หากครูติดภารกิจไม่สามารถมาสอนได้ก็จะเชิญวิทยากรเชี่ยวชาญจากข้างนอกเข้ามาสอนแทน หากนักเรียนคนใดต้องการเสริมทักษะให้เก่งมากขึ้นก็สามารถมาเรียนในวันเสาร์-อาทิตย์ได้
"สิ่งที่นักเรียนต้องการ โรงเรียนก็จะสรรหามาให้ เช่น การทดลองวิทยาศาสตร์ที่ต้องใช้เครื่องมือที่ทันสมัย ทางโรงเรียนจะขอความร่วมมือจากมหาวิทยาลัยใกล้เคียง ถ้าเด็กอยากตีกอล์ฟก็เชิญวิทยากรมาสอนถึงที่ ถ้าอยากว่ายน้ำก็จะพาไปเรียน เราขอเพียงแค่ให้เด็กมีความต้องการเท่านั้น" ผู้อำนวยการ กล่าว
ถึงวันนี้พูดได้เต็มปากเลยว่า เป็นความภาคภูมิใจที่สามารถเปลี่ยนจากโรงเรียนหลวง ที่ก่อตั้งมากว่า 103 ปี บนเนื้อที่เล็กๆ 10 ไร่ 2 งาน 22 ตารางวา มีอาคารเรียนทั้งสิ้น 9 อาคาร ห้องเรียน 75 ห้อง มีนักเรียนทั้งสิ้น 3,460 คน เปิดสอนตั้งแต่ระดับอนุบาลจนถึงม.6 ให้เป็นโรงเรียนราษฎร์ได้ ด้วยน้ำพักน้ำแรงของผู้ปกครอง ศิษย์เก่า และคณะกรรมการสถานศึกษา และหวังว่าสิ่งที่ทำในวันนี้จะออกดอกผลที่มีคุณภาพในอีก 5-10 ข้างหน้า



