
ร่วมด้วยช่วยเยียวยา พิพิธภัณฑ์จ่าทวี
มิตรสหายที่ทำทัวร์พาคนไทยไปเที่ยวยุโรป เล่าให้ฟังว่าพอไปถึงปารีส นอกจากหอไอเฟล ประตูชัย และพระราชวังแวร์ซายส์แล้ว ทุกคนกระตือรือร้นจะไปพิพิธภัณฑ์ลูฟว์
แต่พอไปถึงก็ตรงดิ่งเข้าไปหาห้องแสดงภาพโมนาลิซา ถ่ายรูปสลับวิพากษ์วิจารณ์กันสัก 4-5 นาที (ว่ามันสวยตรงไหน) แล้วรีบเดินกลับ ถามว่ารีบไปไหน ตอบว่ารีบไปแย่งกันช็อปกระเป๋าหลุยส์วิตตอง เบ็ดเสร็จแล้วทัวร์ไทย (หลายคณะ) ใช้เวลาที่ลูฟว์ ซึ่งเขาดูกันเป็นวันๆ หรือหลายวัน เพียงไม่กี่นาที ที่เหลือคือการเดินผ่านงานศิลปะและโบราณวัตถุล้ำเลอค่าไปหน้าตาเฉย
แต่ถ้ามองโลกในมุมบวก นับว่ายังดีที่ทัวร์ไทยยังอยากไปดูพิพิธภัณฑ์ (แม้เพียงไม่กี่นาที) สะท้อนว่าการไปดูพิพิธภัณฑ์บ่งบอกถึงขีดขั้นรสนิยมและความทันสมัย ประเภทถ้าไม่ไปเพื่อนล้อแหงๆ ว่าแกเชยระเบิด ตอนซื้อทัวร์เลยมีการขู่กันเล็กน้อย ว่าโปรแกรมนี้ถ้าไม่มี “ลูฟว์” ฉันไม่ไป แต่พาไปแล้วยืนดูกี่นาที...มันเรื่องของฉัน!
เมืองท่องเที่ยวบางเมืองอย่าง “มาเก๊า” ซึ่งมีสถานะเป็นเขตเศรษฐกิจพิเศษของจีน ประกอบด้วยส่วนที่เป็นคาบสมุทรอยู่ติ่งหนึ่ง กับเกาะบริวารเล็กๆ อีกสองเกาะ รวมพื้นที่แค่ 26 ตารางกิโลเมตร เล็กกว่าภูเก็ต (543 ตร.กม.) หลายสิบเท่า แต่มาเก๊ากลับเป็นพื้นที่เล็กๆ ที่มีแหล่งมรดกโลกและพิพิธภัณฑ์หนาแน่นที่สุดแห่งหนึ่งของโลก ว่ากันตั้งแต่พิพิธภัณฑ์แห่งชาติ พิพิธภัณฑ์วัฒนธรรม พิพิธภัณฑ์ทางทะเล พิพิธภัณฑ์หมู่บ้าน พิพิธภัณฑ์ศาสนา พิพิธภัณฑ์ไวน์ พิพิธภัณฑ์กรังด์ปรีซ์ ไปจนกระทั่ง พิพิธภัณฑ์โรงจำนำ จนใครที่เคยคิดว่ามาเก๊าร่ำรวยด้วยเงินจากบ่อนกาสิโนอย่างเดียว ต้องปรับกระบวนคิดใหม่
น่าดีใจที่เมืองไทยวันนี้ตื่นตัวเรื่องพิพิธภัณฑ์กันทั้งภาครัฐ เอกชน และชาวบ้าน เราจึงมีแหล่งเรียนรู้เกิดขึ้นมากมาย แม้กระทั่งในท้องถิ่นก็ยังมีพิพิธภัณฑ์ชุมชนให้ชม แต่ปฏิเสธไม่ได้ว่าค่านิยมการชมพิพิธภัณฑ์ยังอยู่ในวงจำกัด เหมือนปรากฏการณ์ที่มีคลื่นคนแห่ไปซื้อหนังสือในงานสัปดาห์หนังสือแห่งชาติราวกับแจกฟรี แต่ค่าเฉลี่ยการอ่านหนังสือของคนไทยยังไม่กระเตื้องจากเดิมวันละ 6 บรรทัดเท่าใดนัก พิพิธภัณฑ์หลายแห่งจึงอยู่ในภาวะอ้างว้างว้าเหว่ ถ้าเป็นของรัฐก็ยังพอมีงบเจียดมาประคองให้ดำเนินงานกันไปได้ แต่ที่เป็นของเอกชนวันนี้เหนื่อยหนัก เพราะพิพิธภัณฑ์ไม่ใช่แค่เอาของมาวางโชว์แล้วจบกัน แต่การบำรุงรักษาและจัดหาค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าบุคลากร...ไม่ใช่เรื่องง่าย
นี่กระมัง จึงเกิดปรากฏการณ์ครั้งแรกในประวัติศาสตร์ ที่มีการจัดสร้าง พระบูชาและวัตถุมงคลรุ่น “บูรณะพิพิธภัณฑ์” เพื่อนำรายได้ไปหล่อเลี้ยงพิพิธภัณฑ์พื้นบ้านจ่าทวี ที่ จ.พิษณุโลก ให้คงอยู่เป็นคลังแห่งความรู้คู่สังคมไทยต่อไป เป็นที่ทราบกันดีว่าพิพิธภัณฑ์แห่งนี้เกิดขึ้นจากอดีตข้าราชการทหารชั้นผู้น้อย คือจ่าสิบเอกทวี บูรณเขตต์ หรือที่ชาวพิษณุโลกเรียกขานท่านว่า “ลุงจ่า” ผู้เห็นคุณค่าในสิ่งของเครื่องใช้ที่เป็นภูมิปัญญาชาวบ้าน แต่ถูกทิ้งขว้างอย่างไม่ไยดีเมื่อความทันสมัยมาแทนที่ ลุงจ่าจึงทั้งขอเก็บและขอซื้อมาสะสมไว้ ตั้งแต่ตะเกียงโบราณ กระต่ายขูดมะพร้าว ที่ดักสัตว์ อุปกรณ์จับปลา ไปจนกระทั่งเครื่องจับขโมย (ที่เป็นคนจริงๆ) เก็บจนชาวบ้านหาว่าลุงจ่าเพี้ยนเป็นพวก “บ้าหอบฟาง”
ต่อเมื่อนำของสะสมนับหมื่นชิ้นมาจัดแสดงเป็นพิพิธภัณฑ์ให้คนชม จนวงวิชาการยกย่องว่าเป็นพิพิธภัณฑ์จัดแสดงเทคโนโลยีชาวบ้านที่ดีที่สุดในภูมิภาคอุษาคเนย์ มีชิ้นงานที่หาดูได้ยาก แม้กระทั่งเครื่องมือจับขโมย และเป็นพิพิธภัณฑ์ที่มีของจริงให้ดูและจับต้องได้ ไม่ใช่มีแต่ภาพถ่ายและภาพวาด เมื่อนั้น “คนเพี้ยน” ก็ได้รับการเชิดชูเป็น “คนดีศรีพิษณุโลก” เป็นดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขามานุษยวิทยา มหาวิทยาลัยศิลปากร แต่...ต้องไม่ลืมว่าจ่าสิบเอกดอกเตอร์ท่านนี้ เป็นช่างปั้นหล่อพระพุทธรูปมืออาชีพ มีฝีมือระดับ “เพชรน้ำเอกแห่งวงการช่างศิลป์เมืองสองแคว” เจ้าของผลงานประติมากรรม พระบรมราชานุสาวรีย์สมเด็จพระนเรศวรมหาราช ประดิษฐานที่ค่ายสมเด็จพระนเรศวร พิษณุโลก และพระพุทธชินราชจำลอง พระประธานวัดพุทธบูชา กรุงเทพฯ จนได้รับการเชิดชูเป็น “บุคคลผู้มีผลงานดีเด่นทางวัฒนธรรม” สาขาช่างฝีมือ แขนงหล่อพระ
การเช่าบูชาวัตถุมงคลรุ่น “บูรณะพิพิธภัณฑ์” จึงเท่ากับการเป็นเจ้าของงานพุทธศิลป์ชิ้นเยี่ยมจากช่างฝีมือเอก ที่สำคัญคือความศักดิ์สิทธิ์ของวัตถุมงคลนั้นขึ้นกับความเชื่อของแต่ละบุคคล แต่วัตถุมงคลรุ่นนี้ศักดิ์สิทธิ์ทันทีที่สั่งจอง เพราะรายได้จะไปช่วยเยียวยา “พิพิธภัณฑ์พื้นบ้านจ่าทวี” ที่กำลังอ่อนเปลี้ยในทันใด จะได้เป็นแหล่งเรียนรู้เพื่อต่อยอดสติปัญญาลูกหลานไทยไปนานๆ วัตถุมงคลอย่างนี้สิขลังแน่และขลังจริง เพราะผู้เช่าเป็นเจ้าของคิดดี ทำดี มีวิสัยทัศน์ดีนั่นเอง
วัตถุมงคลรุ่น “บูรณะพิพิธภัณฑ์”
1.พระบูชา พระพุทธชินราช ขนาดหน้าตัก 9 นิ้ว พร้อมพระโมคคัลลานะ และพระสารีบุตร
ดินไทย ลงรักปิดทองคำแท้ 100% (ราคาจอง 14,900 บาท/หลังจอง 15,900 บาท)
2.พระบูชา พระพุทธชินราช ขนาดหน้าตัก 5.9 นิ้ว พร้อมพระโมคคัลลานะ และพระสารีบุตร
ดินไทย ลงรักปิดทองคำแท้ 100% (ราคาจอง 7,900 บาท/หลังจอง 8,900 บาท)
3.เหรียญหล่อโบราณ รูปหยดน้ำ (สูง 3.5 ซม.) หน้าพระพุทธชินราช หลังเรียบตอกโค้ด
(เนื้อนวโลหะ 999 บาท/เนื้อทองสัมฤทธิ์ 599 บาท)
4.เหรียญรูปไข่ (สูง 3 ซม.) หน้าพระพุทธชินราช หลังสมเด็จพระนเรศวรมหาราชทรงหลั่งทักษิโณทก (เนื้อทองคำ 19,999 บาท/เนื้อเงิน 999 บาท เนื้อทองสัมฤทธิ์ 199 บาท)
สนใจสั่งจอง พิพิธภัณฑ์พื้นบ้านจ่าทวี โทร.0-5521-2749 หรือ 08-1680-1434 หรือคลิก เว็บไซต์ “จ่าทวีดอทคอม” www.jathawee.com <http://www.jathawee.com>
เรื่อง - ภาพ... "ธีรภาพ โลหิตกุล"



