ไลฟ์สไตล์

ศิลป์แห่งแผ่นดิน:แมลงปอมรกตที่แม่วงก์

ศิลป์แห่งแผ่นดิน:แมลงปอมรกตที่แม่วงก์

06 พ.ค. 2555

ศิลป์แห่งแผ่นดิน : แมลงปอมรกตที่แม่วงก์ : โดย...ศักดิ์สิริ มีสมสืบ

                     ผมไปป่าแม่วงก์มาเมื่อ 28 เม.ย. ไม่อยากวาดรูป ไม่ได้เขียนบทกวีสักบท ได้แต่นั่งปลงสังขารตัวเองอยู่ริมห้วย ณ ผาคอยนาง ผมเพิ่งกลับจากสังขละบุรี แล้วขึ้นๆ ล่องๆ นครสวรรค์-กรุงเทพฯ เดือนเมษายนนี้ผมขับรถไปโน่นไปนี่กว่าหนึ่งหมื่นกิโลเมตร ก็เลยสะบักสะบอมทั้งร่างกายและจิตใจ จังหวะชีวิตวิปริตไปหมด เวลาส่วนใหญ่อยู่ในรถ (เฉลี่ยวันละ 400 กม. โอ...บ้าไปแล้ว) จึงแปรปรวนไปทุกด้าน ทั้งการงาน สุขภาพ และมิตรภาพ

                     ผมไม่มีอารมณ์แม้แต่จะไปร่วมกับพี่น้องเพื่อนฝูงที่เข้าป่าแม่วงก์เพื่อทำกิจกรรมของ “ฅนไม่เอาเขื่อน” (ซึ่งผ่านไปเมื่อ 1 พ.ค.นี้)

                     เมื่อวันที่ผมไปป่าแม่วงก์ (28 เม.ย.) อารมณ์ผมแปรปรวนเข้าขั้นวิกฤติ ความหงุดหงิดที่สะสม ก่อตัวเป็นพายุพัดพาเอาความสุนทรีย์ในหัวใจ กระเจิดกระเจิงกระจัดกระจาย

                     เมื่อผมและครอบครัวพร้อมเพื่อนไปถึงทำเลงาม รถกะบะสีเงินคันหนึ่งจอดอยู่ชิดริมห้วย เปิดประตูซ้ายขวากางปีกอ้าราวจะบิน เสียงเพลงลูกทุ่งกึกก้องกัมปนาทด้วยพลานุภาพเครื่องเสียงลำโพงชั้นดี ที่เร่งความแรงสุดขีด ครอบครัวใหญ่ประกอบด้วยสมาชิกสามรุ่น ผู้อาวุโส วัยกลางคน คนหนุ่มสาว และเด็กน้อย ทุกคนล้วนสนุกสนานรื่นเริงบันเทิงสุดเหวี่ยง ร่ำสุราเมรัย ดื่มกินกันเต็มที่ หัวเราะกรีดร้อง หวีดโดยโหยหวนชวนสยอง ผมเหลียวมองรอบกายเกลื่อนไปด้วยขยะสารพัดชนิดอย่างยากจะแยกแยะ

                     ตลอดทางจากอำเภอลาดยาว มาถึงแม่วงก์ มีป้ายขนาดใหญ่ริมถนน บ่งบอกถึงความยินดีที่จะได้สมหวัง “สร้างเขื่อนแม่วงก์” ซึ่งก็คงจะไม่มีใครขัดขวางได้ ตราบใดที่การสร้างเขื่อนเป็นเรื่องของคนไม่กี่คน โดยที่ “คนทั้งหลาย” ถูกกล่าวอ้างเป็น “เสียงสวรรค์” ในนาม “ประชาชน” “เสียงนกเสียงกา” หรืออาจถึงขั้น คน “ไม่เอาเขื่อน” อย่างผม จัดอยู่ในจำพวก “เสียงนรก” ที่ขัดขวางความเจริญ ขวางไปได้ทุกเรื่อง

                     28 เมษายน ณ ผานางคอย ป่าแม่วงก์ เวลาบ่ายต่อเย็น ผมได้คำตอบแล้วว่า ชะตากรรมของป่าแม่วงก์จะเป็นเช่นไร

                     วีถี “ประชาธิปไตย” ยังห่างไกลเหลือเกิน ประชาชนของเราไม่เคยเคารพแม้กฎกติกาการจราจร อย่าได้ฝันถึงความมั่งคั่งมั่นคงทางเศรษฐกิจ เรามักได้มักง่ายขี้โกง ฉ้อฉล สถาบันหลักๆ ในสังคมเลื่อมทรามถึงจุดที่พร้อมจะพังทลาย จากหัวยันหางองค์กรศาสนาหาแก่นสาระมิได้ หลงทิศผิดทาง อย่างไร้สำนึก และไม่มีทางไม่มีวันรู้สำนึก เรายังคงถือขวดเหล้ารำวงแห่นาคเข้าโบสถ์ ยังต้องเล่นไพ่ไฮโลหน้าโลงศพ งานบุญยังต้องมีการละเล่นมหรสพที่อึกทึกครึกโครมยั่วยวนสวาทพระสงฆ์องค์เจ้า วัยรุ่นของเราหมกมุ่นแต่เทคโนโลยีรุ่นล่าสุด ติดสุข ติดเสพ ติดเซ็กส์

                     (อันตัวข้าพเจ้าก็ใช่ว่าจะหลุดพ้นหรอกครับ ก็บ่นๆ ไปงั้นแหละ เผลอๆ ก็ “เทศนาในสิ่งที่ตนไม่เชื่อ” อยู่บ่อยๆ)

                     “ฝ่ายสร้างเขื่อน” ดำเนินการยุทธ์ไปถึงไหนแล้ว คงเป็นต่อโขอยู่ เป็นความหลงผิดของมนุษย์ที่ไม่มีวันสำนึก มนุษย์อายุสั้นเกินไปที่จะเข้าใจได้ เว้นแต่จะ “เข้าถึง” จนเป็นหนึ่งเดียวกับธรรมชาติ ซึ่ง “คนทั้งหลาย” ไม่มีวันจะเข้าถึง ไม่มีวันเข้าใจ

                     ฝ่ายสร้างเขื่อนได้รับการสนับสนุนโดย “ฝ่ายเอาเขื่อน” ส่วนฝ่าย “ไม่เอาเขื่อน” นั้น มีน้อยเหลือเกิน (อาจจะตรรกะเดียวกัน) เช่นเดียว “ศาสนิกชน” ที่มีพวกเอาเครื่องรางของขลังมากกว่าพวกเอาแก่นสาระธรรม

                     ณ ผานางคอย คนจำพวกหนึ่งหอบเหล้าเข้าป่าเอาเครื่องเสียงชั้นดีมาข่มเสียงสายน้ำ สายลม หรีดหริ่งเรไร ขณะคนอีกจำพวกหนึ่งมาวาดรูป ถ่ายรูป ดื่มด่ำเสียงเพลงไพร ถามว่าคนจำพวกไหนเอาเขื่อน จำพวกไหนไม่เอาเขื่อน มองหยาบๆ แบบนี้คงตัดสินอะไรไม่ได้หรอกครับ คงต้องไปทำสำรวจสอบถามคนทั้งหลายดู โดยเฉพาะประชาชนในพื้นที่ที่เกี่ยวข้อง

                     วันนั้นผมหงุดหงิดมากครับ ถ้าผมมีพลังอำนาจพอผมก็จะจัดการเก็บทั้งคน ทั้งรถ เครื่องเสียง และขยะของคนจำพวกนี้เสียเดี๋ยวนั้น

                     ผมถ่ายรูป “แมลงปอมรกต” แห่งป่าแม่วงก์มาฝาก แทนถ้อยคำที่อัดอั้น ความงดงามที่คนจำพวกนั้นไม่มีวันได้เห็น มองไม่เห็นแมลงปอก็มองไม่เห็นป่าหรอกครับ

------------------------

(ศิลป์แห่งแผ่นดิน : แมลงปอมรกตที่แม่วงก์ : โดย...ศักดิ์สิริ มีสมสืบ)