ไลฟ์สไตล์

หนังสือที่เธอถือมา:คุกขังได้แต่ตัวผม

หนังสือที่เธอถือมา:คุกขังได้แต่ตัวผม

06 พ.ค. 2555

หนังสือที่เธอถือมา : คุกขังได้แต่ตัวผม : โดย...ไพวรินทร์ ขาวงาม

                    ๑.“ปี พ.ศ.๒๕๔๙ ผมได้เริ่มเล่าเรียนทางศาสนา ได้อ่านคำสอนทางธรรมะ ทำให้ผมมีเหตุผลกับตัวเองมากขึ้น ในการดำรงชีวิตอยู่ ปริญญา มสธ. ทำให้ผมรู้ว่าการศึกษาไม่มีที่สิ้นสุด ความรู้ทางศิลปะที่ผมเก็บซุกหีบไว้ร่วม ๑๕ ปี ได้นำมาสอนคนในเรือนจำ ส่วนมากจะเป็นชาวเขา สี่ปีนี้มีศิษย์ร่วมเรียนกว่า ๒๐๐ คน ทำให้ผมรู้สึกว่าตนเองก็มีคุณค่าพอจะทำประโยชน์ให้สังคมได้ ผมใช้เวลาในนี้อย่างมีค่า ผมได้ทำงานอาสาสมัครเป็นครูผู้ช่วยสอนให้กับศูนย์การศึกษานอกโรงเรียน (กศน.) ของเรือนจำ และเป็นวิทยากรสอนศิลปะภาพวาดให้แก่ผู้ด้อยโอกาส ได้วาดภาพทูลเกล้าฯ ถวายพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ในวโรกาสอันสำคัญ เท่าที่คนต่ำต้อยอย่างผมจะทำได้...ทุกสิ่งมีคุณค่าและเป็นความภาคภูมิใจของผมและครอบครัว คุกขังได้แต่ตัวผม ความคิดที่ดี จิตใจที่แข็งแกร่งคงไม่อาจมีอะไรมาเหนี่ยวรั้งผมได้”

                    จากเรื่อง “ทำไมต้องฆ่าพ่อ?”  โดย “หญ้าแฝก”

                    บนเปลญวนในรั้วบ้านส่วนตัว ผมยังคงหยิบหนังสือเล่มนั้นมาอ่านย้อนคิดไปถึงดินแดนลี้ลับและไกลออกไป หนังสือเล่มนั้นคือ “อิสรภาพบนเส้นบรรทัด ๑๓ นักโทษประหาร”

                    ระทึก เศร้า เครียด ขำ ได้ความรู้ ได้รสชาติ-กับเรื่องเล่าของผู้เล่าเรื่อง ที่แม้เป็นนักเขียนสมัครเล่น แต่ก็เป็นนักเขียนจริงๆ อย่างน่าทึ่ง เคยอ่านอาชญนิยายที่มาจากเรื่องจริงบ้างเรื่องแต่งบ้าง พอมาอ่านเรื่องจริงของนักโทษโดยตัวนักโทษเอง ก็บังเกิดอารมณ์หลากบรรยายหลายพรรณนา ยิ่งครั้งหนึ่งในชีวิต ตัวเองเคยข้ามแดนเข้าไปอยู่ใกล้ๆ พวกเขา ยิ่งรู้สึกสะทกสะท้อนในหลายโฉมหน้าชะตากรรม ดังที่เล่าไปแล้ว นักโทษประหารต้องคดีหลักๆ คือ “ฆ่าคนตาย และค้ายาเสพติด” ที่อาจมาจากภาวะ “ชั่ววูบ ชั่วชีวิต”  และแม้เป็นเช่นนั้น พวกเขาก็คือมนุษย์ธรรมดาคนหนึ่ง มิได้กลายร่างไปเป็นยักษ์เป็นมารแต่อย่างใด

                    หลายต่อหลายคน จากนักโทษประหาร ก็อาจเป็นจำคุกตลอดชีวิต หรือลดโทษลงตามโอกาส กระทั่งบางคนได้รับอิสรภาพก็มี พวกเขาแม้แต่นักโทษเด็ดขาด จึงยังมีความรัก ความฝัน ความหวัง สำหรับความกลัวนั้น ไม่ต้องพูดถึง เพราะนักโทษประหารนั้น ไม่รู้ล่วงหน้าว่าวันไหนใครจะถึงฆาต

                    มุมนี้ “คชสาร เมืองเพชร” เล่าเรื่อง “ที่นี่แดนประหาร” สะเทือนใจมาก เขาแอบมองและบรรยายสภาพคนที่ถูกเบิกตัวไปประหารทั้งยิงเป้าและฉีดยา เขารับรู้-มีนักโทษต้องประหารจำนวนไม่น้อยที่ตายไปในฐานะ “แพะ” เขาถึงกับว่า “ยกเลิกโทษประหารเสียเถิด...ก่อนจะมีแพะตายอีกไม่รู้กี่ศพ”

                    ๒.สำหรับ “หญ้าแฝก”-ในเรื่องของเปิดเผยชัดเจน เขาคือลูกชายของ “โหงว ห้าพลัง” เจ้าพ่อวงการมวยที่ถูกยิงถล่มคาข้างเวทีในวันชิงแชมป์กันระหว่าง “ฉมวกเพชร ห้าพลัง” กับ “หลังสวน พันธุ์ยุทธภูมิ”

                    เขาเรียนเพาะช่าง มีวิชาศิลปะติดตัว เป็นอาร์ตไดเรคเตอร์ ชีวิตกำลังรุ่งเรือง แต่ถ้าพรหมลิขิตมีจริง พรหมลิขิตก็หักเหพลิกผันชีวิตเขาอย่างมากมาย จากคนนอกคุก กลายเป็นคนในคุก ณ แดนประหาร

                    ฉากที่เร้าใจไม่น้อยกว่านิยายบู๊กำลังภายใน ในวิถีการพนัน เขาต้องคดีฆ่าคนตาย เมื่อเข้าเรือนจำบางขวาง มี น.ช.คนหนึ่งขอพบและพูดคุยกับเขา-น.ช.คนนั้น คือคนที่ยิงพ่อของเขาตายเมื่อ ๑๖ ปีก่อน

                    “ถ้าเจอกับคนที่ฆ่าพ่อ...เป็นคุณ จะทำอย่างไร...!” นั่นคือคำถามของ “หญ้าแฝก”

                    ๓.“เป็นไงพี่...! เอาไงพี่ แทงแม่งเลยมั้ย” “ไม่ต้องไปทำอะไรมันนะ มันจบแล้ว” 
 ลูกชายเจ้าพ่อชื่อดัง พูดกับเพื่อนในเขตควบคุมห้องประหาร เมื่อเขาได้อโหสิกรรมคนที่ฆ่าพ่อ หลังจากที่คนที่ฆ่าพ่อนั้น เข้ามาสารภาพและสำนึกผิด-ทำไมถึงต้องฆ่าพ่อ บทสรุปและจุดเปลี่ยนหนึ่งในชีวิตของ “หญ้าแฝก” ก็คือ ข้อความที่คัดมาแปะไว้ข้างต้น

------------------------

(หนังสือที่เธอถือมา : คุกขังได้แต่ตัวผม : โดย...ไพวรินทร์ ขาวงาม)