
ความสุขก้นครัวของ'คุณหญิงนุ่น'
ขอเวลานอก : ความสุขก้นครัวของ'คุณหญิงนุ่น'ม.ร.ว.สุทธิภาณี ยุคล โดย...เรื่อง--วันวิสา โรจน์แสงรัตน์ /ภาพ--ฐานิส สุดโต
สมัยก่อนผู้ชายต้องทำงานนอกบ้าน หน้าที่ดูแลบ้าน ลูกๆ และเรื่องอาหารการกินจึงตกเป็นของฝ่ายหญิง แต่ด้วยยุคสมัยที่เปลี่ยนไป เดี๋ยวนี้สาวๆ ลุกขึ้นมามีบทบาทในสังคม และทำงานนอกบ้านกันมากขึ้น ทำให้หลายคนละทิ้งเรื่องงานบ้านงานครัว เนื่องด้วยข้อจำกัดในเรื่องของเวลา จนทำให้กลายเป็นแม่บ้านถุงพลาสติกในที่สุด ซึ่งผิดกับสาวสวยยุคใหม่วัย 36 ปีอย่าง "คุณหญิงนุ่น" ม.ร.ว.สุทธิภาณี ยุคล ที่นอกจากจะเป็นเวิร์กกิ้งวูเมนทำงานประจำที่ตัวเองถนัดแล้ว เธอก็ไม่ยอมละทิ้งเรื่องของเสน่ห์ปลายจวัก จนเรียกได่ว่าเก่งทั้งงานนอกบ้านและในบ้านควบคู่กัน
"เรื่องเข้าครัวนุ่นชอบมาตั้งแต่เด็กๆ แล้วค่ะ แต่นุ่นจะชอบทำขนมมากกว่าอาหารนะคะ คือนุ่นเป็นคนแพ้มีดจับทีไรเป็นต้องโดนบาดอยู่บ่อยๆ เริ่มแรกเลยคือเห็นคุณแม่ชอบทำขนมค่ะ เราก็เลยลองทำบ้าง ทำเล่นๆ สนุกๆ ค่ะ แต่พอทำบ่อยเข้ามันกลายเป็นความสุข ทุกครั้งที่ลงมือทำมันเหมือนเราได้อยู่กับตัวเอง บวกกับความฝันของคุณแม่ที่อยากเปิดร้านขนมด้วย มันเป็นส่วนสำคัญที่ทำให่นุ่นมุ่งมั่นเอาดีทางด้านนี้ เพราะคิดเสมอว่า ในเมื่อเป็นลูกเราก็ควรเป็นส่วนหนึ่งที่จะช่วยสานฝันของท่าน" พระธิดาคนที่ 4 ของ "ท่านมุ้ย" ม.จ.ชาตรีเฉลิม ยุคล กับ หม่อมภรณี เจตสมมา เล่าด้วยน้ำเสียงเจื้อยแจ้ว
แต่ก่อนความฝันของหญิงสาวคนนี้จะกลายเป็นความจริงขึ้นมา ใช่ว่าจะง่ายอย่างที่ตั้งใจไว้ เธอใช้เวลาเก็บเกี่ยวประสบการณ์ด้านอื่นไปพร้อมๆ กันด้วย คือหลังจากเรียนจบปริญญาโทด้านการตลาด จากประเทศอังกฤษ เธอเลือกที่จะทำงานประจำในบริษัทชื่อดังหลายแห่ง ก่อนจะมุ่งหน้าทำตามความฝันด้วยการร่วมหุ้นกับเพื่อนสนิท เปิดร้านอาหารเล็กๆ สไตล์เก๋ในย่านทองหล่อ ชื่อ "ดรีม ออฟ การ์เด้นท์" เมื่อราว 1 ปีที่ผ่านมา
"หลังเรียนจบ นุ่นทำงานประจำมาหลายที่มากจนถึงจุดอิ่มตัว บวกกับการที่นุ่นอยากมีประสบการณ์ใหม่ๆ นุ่นเลยคุยกับเพื่อนคนหนึ่งที่เขาทำอาหารอร่อยว่าอยากเปิดร้านอาหาร ซึ่งตอนนั้นเพื่อนก็ทำงานประจำอยู่เหมือนกัน แต่พอพูดคุยกันลงตัว เราเลยตัดสินใจลาออกจากงานมาทำร้านนี้ด้วยกัน เพราะมันเป็นความฝันของเราทั้งคู่ ร้านนี้เราทำกันเอง ดูแลเองทุกๆ เรื่อง ตอนแรกที่เปิดร้านนุ่นตั้งใจว่าจะออกมาทำแค่ 3 เดือน แล้วจะกลับไปทำงานประจำอีกครั้ง แต่พอเข้ามาจับงานจริงๆ จังๆ จะรู้เลยว่าการทำร้านอาหารมันค่อนข้างละเอียด จุกจิกมากๆ เราจึงต้องดูแลกันแบบใกล้ชิด เรื่องที่จะกลับไปทำงานเลยต้องพักโครงการไว้ก่อน" เจ้าของ ดรีม ออฟ การ์เด้นท์ เล่าถึงที่มาของร้านเก๋
จากที่ทำขนมเล่นยามว่างอย่างสนุกสนาน เมื่อหันมาเปิดร้านอย่างจริงจัง สาวคนนี้จึงต้องหาความรู้เพิ่มเติมด้วยการเข้าคอร์สอบรมเรื่องอาหาร และขนมที่สถาบันสอนการทำอาหารและขนมชื่อดัง เลอ กอร์ดอง เบลอ ควบคู่ไปกับการค้นคว้าตำราอาหารทั้งของไทยและเทศ แล้วนำสูตรต่างๆ มาปรับเปลี่ยนให้ถูกปากคนไทย ลงมือปฏิบัติครั้งแล้วครั้งเล่ากว่าจะลงตัว โดยมีคุณแม่ เพื่อนสนิท และคนใกล้ชิดช่วยกันชิมและติชมเสมือนเป็นหนูทดลอง
"นุ่นชอบทานขนมที่มีส่วนประกอบของช็อกโกแลต เลยเลือกฝึกทำพวกนี้ก่อน แรกๆ ก็ทำทานเองที่บ้านให้คนโน้นคนนี้ช่วยกันชิม ต่อมาก็ทำแจกคนรู้จัก ให้เข้าช่วยกันคอมเม้นท์ โดยสูตรต่างๆ นุ่นจะค้นหาข้อมูลจากอินเทอร์เน็ตบ้าง หนังสือบ้าง บางสูตรของเมืองนอกอร่อยกว่าของไทย แต่บางอย่างของเขาก็สู้ของเราไม่ได้ ฉะนั้นทุกอย่างมันไม่แน่นอน ต้องนำมาปรับเปลี่ยนให้ถูกปากคนไทยมากที่สุด อย่างตอนนี้สูตรเด็ดของนุ่นที่ใครๆ ยอมรับว่าอร่อย จะเป็นช็อกโกแลตลาวา และ บราวนี่ ซึ่ง 2 ตัวนี้นุ่นทำมาขายที่ร้านด้วย กว่าจะออกมาอย่างที่เห็นก็ยากนะคะ ช็อกโกแลตลาวานี่ไม่เท่าไหร่ เพราะนุ่นได้สูตรจากคุณแม่ที่ทำให้ทานมาตั้งแต่เด็ก แต่บราวนี่เปลี่ยนสูตรมาเกือบ 10 ครั้งกว่าจะออกมาหน้าตาและรสชาติอย่างที่เห็น" เจ้าของสูตรเบเกอรี่มือทอง เผย
เล่าเรื่องราวมายืดยาว คงนึกภาพไม่ออกหากยังไม่เห็นคุณหญิงนุ่นลงมือทำอย่างจริงจัง ซึ่งวันนี้เธอเลือกทำช็อกโกแลตลาวาให้ได้ลิ้มลอง ว่าแล้วก็รีบจัดเตรียมวัตถุดิบอย่าง ช็อกโกแลต เนย ไข่ แป้ง โกโก้ น้ำตาล และเกลือ ก่อนลงมือด้วยความชำนาญ พร้อมการันตีความอร่อยให้ได้อุ่นใจกันอีกด้วย
"เริ่มต้นด้วยการละลายช็อกโกแลตกับเนยเข้าด้วยกัน จากนั้นตีไข่กับน้ำตาลให้ขึ้นฟู นำแป้ง โกโก้ และเกลือ ร่อนรวมกัน แล้วเทลงไปในไข่ที่ตีจนขึ้นฟูก่อนหน้านี้ เทช็อกโกแลตลงไปแล้วแล้วคนส่วนผสมให้เข้ากัน จากนั้นนำไปแรป (ฟิล์มถนอมอาหารสำหรับห่อหุ้มอาหาร )ใส่ตู้เย็นเก็บไว้ พอจะทานให้นำมาอบราว 8 นาที ก็จะได้ช็อกโกแลตลาวาอร่อยๆ กันแล้ว แต่ก่อนเสิร์ฟควรต้องตกแต่งด้วยวิปปิ้งครีม สตรอเบอร์รี่สดสไลด์เป็นชิ้นบางๆ และใบสะระแหน่ให้สวยงามน่ารับประทาน" คุณหญิงนุ่น เล่าพร้อมสาธิตวิธีการทำอย่างคล่องแคล่ว
ผ่านไปราว 30 นาที ขนมร้อนๆ กลิ่นหอมหวลก็ถูกยกออกมาวางตรงหน้า ซึ่งคุณหญิงนุ่นบอกว่า การทำขนมนอกจากจะเป็นความสุขที่ได้อยู่กับสิ่งที่ตนชอบแล้ว กลิ่นหอมๆ ที่โชยมาแตะจมูกยังเป็นเสมือนอโรม่าเธอราพี ช่วยบำบัดความเครียดได้อีกทางหนึ่งด้วย
"การทำขนมช่วยให้เรามีสมาธิ ทุกครั้งที่ลงมือทำเราต้องจดจ่อกับสิ่งที่อยู่ตรงหน้า ทุกอย่างมันละเอียดอ่อนเป็นขั้นเป็นตอนผิดไม่ได้ หากเราไม่มีสมาธิไม่ใส่ใจ เติมโน่นเติมนี่ผิดสูตร มันจะผิดเพี้ยนไปหมด อย่างเวลาที่นุ่นอารมณ์เสีย นุ่นก็จะชอบเข้าครัวทำขนม มันช่วยได้มาก คือเมื่อเราจดจ่อ อารมณ์ที่กำลังคุกรุ่นก็จะเริ่มลดความรุนแรงลงและค่อยๆ ลืมไปได้ในที่สุด" นั่นคือผลพวงที่เธอได้รับจากสิ่งที่ชื่นชอบ
ทว่า 1 ปีเต็มกับประสบการณ์ร้านอาหารที่ค่อนข้างลงตัว จึงเป็นโอกาสให้สาวสังคมชั้นสูงหวนกลับสู่วงจรมนุษย์เงินเดือนอีกครั้ง กับงานด้านซีเอสอาร์ ที่บริษัท เซ็นทรัลรีเทล คอร์ปอเรชั่น จำกัด ที่เพิ่งลุยเต็มตัวเมื่อไม่นานนี้เอง
"นุ่นมาช่วยงาน "คุณแอน" บุษบา จิราธิวัฒน์ ที่เซ็นทรัล รีเทล ดูในเรื่องของซีเอสอาร์เป็นหลัก ที่นี่จัดกิจกรรมประเภทนี้เยอะ แต่วิธีสื่อสารยังมีไม่มาก เพราะตอนนี้เวลาแต่ละส่วนจัดกิจกรรมก็จะประชาสัมพันธ์แต่ส่วนของตัวเอง นุ่นเลยเข้ามาดูในส่วนกลาง ดูภาพรวมขององค์กร พอดีว่ามีพื้นฐานงานด้านเอเจนซีมาก่อน จึงเอาสองส่วนนี้มารวมกัน เพราะซีเอสอาร์ก็เป็นงานที่ชอบอยู่แล้ว ก็เต็มที่ทั้งส่วนงานประจำและงานที่ร้าน หลังเลิกงานก็จะเข้าร้านทุกวัน บอกตรงๆ ว่าเหนื่อยมาก แต่ก็มีความสุขมากเช่นกัน เพราะทั้งสองส่วนเป็นสิ่งที่นุ่นรักทั้งคู่" เวิร์กกิ้งวูเมน กล่าวทิ้งท้ายการสนทนา ด้วยสีหน้าเปี่ยมสุข
...........................................
(ขอเวลานอก : ความสุขก้นครัวของ'คุณหญิงนุ่น'ม.ร.ว.สุทธิภาณี ยุคล โดย...เรื่อง--วันวิสา โรจน์แสงรัตน์ /ภาพ--ฐานิส สุดโต)



