ไลฟ์สไตล์

หอมกลิ่นกล้วยไม้:การเรียนรู้ให้ถึงความจริง(4)

หอมกลิ่นกล้วยไม้:การเรียนรู้ให้ถึงความจริง(4)

03 พ.ค. 2555

คอลัมน์ หอมกลิ่นกล้วยไม้ : การเรียนรู้ให้ถึงความจริง (4) ต้องกล้าสู้ทั้งสองด้าน : โดย ... ศ.ระพี สาคริก

          ฉันเดินผ่านเข้าไปในตรอกเล่าโจ๊ ซึ่งเป็นตรอกแคบๆ เริ่มต้นจากถนนท่าแพออกไปสู่ด้านตรงกันข้าม

          ในที่สุดก็พบบ้านคหบดีเก่ารายหนึ่ง เจ้าของบ้านเป็นคนสูงอายุ มีชื่อว่า “คุณพระชำนาญ” ท่านผู้นี้ภายในบริเวณบ้านมีเรือนกล้วยไม้ตามแบบความเชื่อของคนโบราณที่สร้างเรือนกล้วยไม้ด้วยไม้ระแนงมุงหลังคากรองแสงแดดแล้วแขวนกระถางกล้วยไม้เอาไว้ในนั้น ส่วนใหญ่เป็นแคทลียาจากเมืองนอก

          ภายใต้กระถางกล้วยไม้ใช้อิฐมอญก่อเป็นถาดใบใหญ่แล้วขังน้ำเอาไว้ในนั้น เพื่อหล่อกระถางปลูกต้นหน้าวัว แถมยังมีกล้วยไม้รองเท้านารีฟิลิปปินส์ตั้งรวมอยู่ด้วย คุณพระท่านก็ขายกล้วยไม้ แต่ท่านตัดกล้วยไม้ขายเล็กๆ น้อยๆ ซึ่งคนสมัยนั้นเรียกกันว่า ทำแบบสมัครเล่น

          ท่านตั้งกระถางต้นกุหลาบชนิดหนึ่งเอาไว้ตรงหัวบันได กุหลาบต้นนี้ท่านตอนขายในราคากิ่งละแพงใจหาย เธอรู้ไหมว่ากิ่งละเท่าไหร่ แหม! กิ่งละตั้ง 35 บาท เงินค่าแรงของฉันมันก็เพียงเดือนละ 500 กว่าบาทเท่านั้น แถมได้มาเท่าไรก็คงต้องส่งให้เมียทั้งหมด ฉันคิดอยู่นานกว่าจะทำทั้งสองด้านได้สำเร็จ แล้วในที่สุดก็นึกอยู่ในใจว่า “มันก็แค่นั้น” 

          ตัวฉันเองเป็นคนมีนิสัยชอบริเริ่มสิ่งใหม่ๆ แปลกๆ อยู่ตลอดเวลาอย่างที่คนแต่ก่อนเขาเรียกกันว่า “คนอยู่ไม่สุข” 

          ยัง..ยังมีเวลาว่าง ฉันเดินไปตามถนนท่าแพจนกระทั่งไปสุดลงตรงปากประตูโรงเรียนยุพราชวิทยาลัย ซึ่งเป็นโรงเรียนประจำจังหวัดเชียงใหม่ที่โดดเด่นอยู่ในขณะนั้น ที่ว่าโดดเด่นก็เพราะเหตุว่า กิจกรรมประจำจังหวัดไม่ว่าจะเป็นการแข่งขันฟุตบอล การจัดงานฤดูหนาว เวทีประกวดนางงาม มันก็รวมอยู่ในสนามโรงเรียนนี้

          แต่ความโดดเด่นภายในใจฉันนั้นมันไม่ใช่เรื่องดังกล่าวแล้วทั้งสิ้น แต่ที่ปากประตูโรงเรียนยุพราชวิทยาลัย ซึ่งด้านหนึ่งคือศาลากลางจังหวัด กับอีกด้านหนึ่งคือศาลจังหวัด(เดิม) ตรงกันข้ามกับปากประตูโรงเรียนยุพราชฯ คือกระต๊อบหลังเล็กๆ ซึ่งมุงหลังคาด้วยใบตองตึงและมีร้านกล้วยไม้พื้นบ้านซึ่งมุงหลังคาด้วยไม้ลวกกรองแสงคนผู้นี้มีชื่อว่า “ป้าทิพย์” แถมยังมีป้ายติดหน้าประตูทางเข้าว่า “ร้านทิพย์มาลา” 

          ฉันมักเข้าไปนั่งคุยกับป้าทิพย์เป็นประจำ จนในที่สุดก็ทำให้ฉันจุดประกายที่จะลุกขึ้นมาสร้างจิตสำนึกให้ต่อสู้เพื่อความถูกต้องอย่างลึกซึ้ง ฉันเป็นคนมีนิสัยไปที่ไหนก็มีคนรัก พูดคุยกับใครก็มีเสน่ห์ ป้าทิพย์ก็มีความรักและให้ความไว้วางใจ ทำให้ฉันรู้ว่าป้าทิพย์คนนี้เป็นผู้วางสายให้ชาวบ้านไปถกทึ้งจากป่าเมืองไทยเอามารวบรวมแล้วส่งไปขายยังกรุงเทพฯ เพื่อส่งต่อไปขายให้แก่ผู้สั่งซื้อในต่างประเทศ

          ส่วนคนสั่งซื้อก็เอาไปทำเป็นของสำเร็จรูป แถมยังส่งกลับมาหลอกคนไทยให้หลงเชื่อว่าเป็นไม้เมืองนอก อีกทั้งโก่งราคาแพงลิบลิ่ว ความจริงทีแรกฉันเริ่มต้นจับงานกล้วยไม้เพราะรู้ว่ามีคนกลุ่มหนึ่งเล่นไม่ซื่อเพราะไม่ให้ความชอบธรรมแก่คนมีเงินน้อยรวมทั้งเด็กเล็ก อีกทั้งยังดูถูกว่าคนพวกนี้เป็นคนชั้นต่ำ!

 

 

----------

(หมายเหตุ : คอลัมน์ หอมกลิ่นกล้วยไม้  : การเรียนรู้ให้ถึงความจริง (4) ต้องกล้าสู้ทั้งสองด้าน : โดย ... ศ.ระพี  สาคริก <[email protected]>)

----------