
ใช้เล่ห์รักหลอกขนยา สาวไทยรอประหารทั่วโลก 374 ราย
ปัจจุบันมีนักโทษประหารสัญชาติไทยในคดียาเสพติดที่ประเทศมาเลเซีย จำนวน 11 คน เป็นชาย 2 คน หญิง 9 คน โดยจำนวนนักโทษประหารที่เป็นผู้หญิง นักโทษสัญชาติไทยถือเป็นชาติที่มีจำนวนมากที่สุด ตามข้อมูลของทางการมาเลเซีย
และศาลในประเทศจีนที่นครคุนหมิงได้ตัดสินประหารชีวิตหญิงไทย 1 คนในข้อหาลักลอบขนยาเสพติด ประเภทเฮโรอีน น้ำหนักกว่า 6 กิโลกรัม เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นตั้งแต่ช่วงปลายปี 2553 โดยหญิงไทยรายนี้ พร้อมกับเพื่อนสตรีอีก 3 คน ได้พยายามลักลอบขนยา โดยใช้เส้นทางรถยนต์จากประเทศลาว เดินทางเข้าทางภาคใต้ของจีน แต่ท้ายที่สุดแล้วก็หนีไม่พ้นเงื้อมมือกฎหมาย คนไทยถูกจับกุมอยู่ในเรือนจำต่างๆ ทั่วโลก ฐานกระทำความผิดข้อหายาเสพติด 374 ราย และหญิงไทยผู้นี้ต้องกลายเป็นผู้เคราะห์ร้าย รายที่ 20 ที่โดนตัดสินประหารชีวิต
จากเหตุการณ์นี้ทำให้เห็นอย่างชัดเจนว่า คดียาเสพติดในต่างประเทศจำนวนมาก ล้วนเกิดขึ้นกับหญิงไทย ซึ่งมักจะโดนหลอกจากนายหน้าหรือคนใกล้ชิดให้กระทำความผิด มีทั้งรู้เท่าไม่ถึงการณ์ หรือทำด้วยความเต็มใจ
สาเหตุหลักของการตัดสินใจรับทำงานขนยาเสพติด ก็ไม่พ้นความยากจน ความจำเป็นต้องดิ้นรนหาเงินเลี้ยงครอบครัว มีภาวะความกดดันทางการเงิน และเพราะคิดว่างานสบายๆ อย่างการขนยาเสพติดข้ามประเทศจะได้รับค่าตอบแทนสูง และยังได้เดินทางท่องเที่ยวต่างประเทศด้วย โดยมองข้ามข้อเท็จจริงที่ว่า “ไม่มีอะไรในโลกที่ได้มาง่ายๆ โดยไม่มีข้อแลกเปลี่ยน”
ข้อมูลจากสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย ระบุถึงกรณีที่มีหญิงไทย 1 คน สามีเป็นชาวไนจีเรีย มีบุตรด้วยกัน 1 คน ถูกศาลมาเลเซียตัดสินประหารชีวิตในข้อหาขนยาเสพติดเข้าประเทศโดย “การกลืน” ส่วนสามีถูกจับกุมคดียาเสพติดและจำคุกอยู่ที่ประเทศไทย แต่ได้ถูกส่งตัวกลับไปรับโทษที่ประเทศไนจีเรีย ล่าสุดได้ทราบว่าทางการไนจีเรียปล่อยตัวแล้ว! เรียกว่าซวยซ้ำซวยซ้อน ตัวเองติดคุกต้องโทษประหาร แต่คนพาซวยกลับลอยนวล
กรมการกงสุลจึงขอเตือนคนไทยทั้งหลาย ไม่ว่าจะตัดสินใจทำงานอะไร ขอให้คิดให้รอบคอบ
กองคุ้มครองและดูแลผลประโยชน์คนไทยในต่างประเทศ
กรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ



