
แปรรูป'มะคาเดเมีย'ดอยช้างสู่'ออร์แกนิก'
แปรรูป 'มะคาเดเมีย' ดอยช้าง สู่ 'ออร์แกนิก' บุกตลาดอาเซียน : โดย ... ประภาภรณ์ เครืองิ้ว
จากดินแดนที่เคยเป็นพื้นที่ปลูกฝิ่นที่ใหญ่ที่สุดของไทย ปัจจุบันชาวเขาบ้านดอยช้าง ต.วาวี อ.แม่สรวย จ.เชียงราย หันมาปลูก "มะคาเดเมีย" ตามโครงการพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ด้วยศักยภาพเป็นพื้นที่สูงเหนือจากระดับน้ำทะเลมากกว่า 1,000 เมตร และมีช่องว่างในการนำผลผลิตเข้าสู่ท้องตลาดได้ เพราะไทยนำเข้า "มะคาเดเมีย" กว่าร้อยละ 90 จึงเป็นที่มาของการรวมกลุ่มของชาวเขาภายใต้ชื่อ " วิสาหกิจชุมชนแปรรูปมะคาเดเมียดอยช้าง"
สุพจน์ วินิจวงษ์พนา ประธานวิสาหกิจชุมชน กลุ่มแปรรูปมะคาเดเมียดอยช้าง บอกว่า กลุ่มได้ก่อตั้งมาตั้งแต่ปี 2552 โดยมีคณะกรรมการกลุ่ม7 คน และมีสมาชิกกว่า 200 ราย ที่จะนำผลผลิตมาส่งขายให้แก่ทางกลุ่ม โดยมีการรับซื้อมะคาเดเมียจากสมาชิก กิโลกรัมละ 85 บาท ในรูปแบบต่างๆ ภายใต้ชื่อแบรนด์ ลีซอ Leesoaw เพื่อแปรรูปส่งขายในประเทศ โดยเฉพาะในกลุ่มตลาดกลาง และตลาดบน ซึ่งได้รับความสนในจากนักท่องเที่ยวเลือกซื้อเป็นจำนวนมาก ในอนาคตมีแผนจะนำผลิตภัณฑ์ส่งขายไปยังกลุ่มประเทศอาเซียน เพราะปัจจุบันไทยยังต้องนำเข้าจากต่างประเทศมากกว่าร้อยละ 90
ด้วยผลผลิตมะคาเดเมียของบ้านดอยช้าง ค่อนข้างสมบูรณ์เมล็ดมีขนาดใหญ่ เนื้อแน่นหวาน ทำให้กลุ่มมั่นใจว่าจะสามารถพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์แปรรูปออกสู่ตลาดได้ โดยเฉพาะกลุ่มลูกค้ารักสุขภาพ กลุ่มธุรกิจร้านกาแฟ และเบเกอรี่ แต่ขั้นตอนต่อไปต้องเร่งพัฒนาผลิตภัณฑ์ด้วยการขอใบรับรองจีเอ็มพี เพื่อรับรองความปลอดภัยของการผลิต อันเป็นการเพิ่มช่องทางการขายไปสู่ตลาดต่างประเทศได้ เพราะถือว่าเป็นสิ่งสำคัญ หรือเรียกได้ว่าเป็นใบเบิกทางสู่การทำธุรกิจอย่างเต็มรูปแบบ
"ผมกับสมาชิกมองว่าการทำธุรกิจอย่างยั่งยืน และพึ่งพาธรรมชาติของบ้านดอยช้าง จำเป็นอย่างยิ่งต้องคำนึงถึงผลที่ดีต่อสิ่งแวดล้อมของชุมชน เพราะฉะนั้นสิ่งไหนที่สามารถยกระดับสินค้าให้ได้คุณภาพจะไม่มองข้าม ตอนนี้พยายามพัฒนาการปลูกมะคาเดเมียให้ปลอดสารเคมี โดยวางแผนให้เข้าไปสู่กระบวนการปลูกครบวงจร เพื่อก้าวไปสู่ผลิตภัณฑ์ออร์แกนิก เพราะเมื่อมีการเปิดเสรีทางการค้าใน 2-3 ปีข้างหน้า หากเตรียมพร้อมทั้งคน การผลิตจะทำให้สินค้าของเราแข่งขันในตลาดได้ เพราะตอนนี้ทราบว่ามีกลุ่มต่างประเทศเข้ามาดูพื้นที่บ้านดอยช้างเพื่อพัฒนาส่งขายในตลาด เมื่อเราทำมาก่อนแล้วก็ต้องเดินหน้าอย่างเต็มที่"
สุพจน์ กล่าวอีกว่า ตอนนี้กลุ่มได้พัฒนาคุณภาพมะคาเดเมีย ตั้งแต่การปลูก การดูแลรักษาต้น การส่งเสริมให้ชาวเขามีการขยายพื้นที่ปลูก โดยปีที่ผ่านมามีผลผลิตนำมาแปรรูป 20 ตัน สามารถทำรายได้เข้าพื้นที่ 2-3 ล้านบาท และคาดว่าในปีนี้ตั้งเป้าในการแปรรูปมะคาเดเมียไว้ที่ 3-4 ล้านบาท และตั้งเป้าผลผลิตอยู่ที่ 25 ตัน ขณะนี้ผลผลิตยังไม่เพียงพอต่อความต้องการของตลาด เนื่องจากอยู่ระหว่างการส่งเสริมให้มีการขยายพื้นที่ปลูก คาดว่าหลังจากนี้ 1-2 ปีจะมีผลผลิตออกสู่ตลาดในสัดส่วนที่เพิ่มขึ้น ซึ่งช่วยให้ชาวบ้านดอยช้างมีรายได้ มีอาชีพอย่างยั่งยืน และยังได้สภาพป่า รวมถึงสิ่งแวดล้อมกลับคืนมาด้วย
ประธานกลุ่มบอกว่า ตอนนี้ได้พัฒนาแพ็กเกจใหม่ให้เหมาะสมกับความต้องการของผู้บริโภค อย่างยิ่งต่อนักท่องเที่ยว อีกทั้งสามารถหาซื้อสินค้าได้อย่างสะดวก จากที่ทำการของกลุ่ม รีสอร์ท ร้านอาหาร ซึ่งถือเป็นสินค้าที่สร้างเอกลัษณ์ของบ้านดอยช้าง และได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี
ทั้งนี้ ผลิตภัณฑ์ของกลุ่มวิสาหกิจ มีหลากหลายรูปแบบให้เลือกสรร ทั้งมะคาเดเมียอบเกลือแบบธรรมชาติ น้ำมันมะคาเดเมีย ยาสระผมมะคาเดเมีย เป็นต้น โดยกำหนดราคาขายถุงละ 80-100 บาทต่อขนาด 50 กรัม ซึ่งราคาขึ้นอยู่กับสภาพของมะคาเดเมีย หากเป็นเมล็ดสมบูรณ์ราคาจะสูง แต่หากเป็นเมล็ดหักครึ่งราคาจะถูกลง โดยผู้สนใจสามารถเข้าไปเลือกซื้อผลิตภัณฑ์ เข้าไปศึกษาการผลิตมะคาเดเมียได้ที่บ้านดอยช้าง หรือติดต่อประธานกลุ่มได้ที่ 08-4739-2418 หรือทาง www.leesoaw.com
----------
'มะคาเดเมีย' ลดไขมัน-ป้องกันโรคหัวใจ
ประธานกลุ่มบอกว่า การทำงานของกลุ่ม จะให้สมาชิกขยายพื้นที่ปลูก และดูแลพันธุ์ตามหลักวิชาการที่ได้รับคำแนะนำจากกรมวิชาการเกษตร
เมื่อผลผลิตสมบูรณ์พร้อมเก็บได้ สมาชิกก็นำผลผลิตใส่กระสอบมาทำการชั่ง ต่อด้วยกะเทาะเปลือกนอก และผึ่งให้แห้ง ก่อนนำมากะเทาะเปลือกใน
นำมะคาเดเมียที่กะเทาะเปลือกแล้วเข้าไปอยู่ในที่ที่มีอุณหภูมิเหมาะสม จากนั้นจึงบรรจุแพ็กเกจแบรนด์ลีซอ เตรียมจำหน่าย และบางส่วนส่งให้ลูกค้าที่นำไปแปรรูปอื่นๆ ต่อไป
ทั้งนี้ ผลผลิตมะคาเดเมีย มีคุณสมบัติ เป็นกรดไขมันที่ไม่อิ่มตัวไม่มีคอเลสเตอรอล ช่วยป้องกันโรคหัวใจ และช่วยลดไขมัน
----------
(หมายเหตุ : แปรรูป 'มะคาเดเมีย' ดอยช้าง สู่ 'ออร์แกนิก' บุกตลาดอาเซียน : โดย ... ประภาภรณ์ เครืองิ้ว)
----------



