ไลฟ์สไตล์

ตามไปดูอิงลิชอินเทรนด์ ที่'ร.ร.สวนเมี่ยงวิทยา'

ตามไปดูอิงลิชอินเทรนด์ ที่'ร.ร.สวนเมี่ยงวิทยา'

28 เม.ย. 2555

ตามไปดูอิงลิชอินเทรนด์ ที่'ร.ร.สวนเมี่ยงวิทยา' โดย...ขวัญเรียม แก้วสุวรรณ

                  ปี 2558 ซึ่งเป็นปีที่จะมีการเปิดประตูสู่ประชาคมอาเซียน หลายๆ ภาคส่วนโดยเฉพาะสถาบันการศึกษาต่างพยายามส่งเสริม และเตรียมความพร้อมด้านภาษาอังกฤษกันมากขึ้น เช่นเดียวกับ โรงเรียนสวนเมี่ยงวิทยา ซึ่งตั้งอยู่ใน ต.สวนเมี่ยง อ.ชาติตระการ จ.พิษณุโลก ที่เตรียมพร้อมกับการมาถึงของประชาคมอาเซียนมาก โดยเฉพาะทักษะทางภาษาอังกฤษ แต่การจะก้าวไปถึงจุดนั้นได้ดี กัญญานุช นาคเอี่ยม หรือ ครูกุ้ง หัวหน้ากลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาต่างประเทศ บอกว่า ครูต้องทำให้ภาษากลายเป็นเรื่องสนุกสำหรับเด็กให้ได้ก่อน โดยเฉพาะครูรุ่นเก่าที่จะต้องเปลี่ยนตัวเอง และวิธีการสอนให้ทันยุคทันสมัย

                  "การสอนภาษาอังกฤษต้องไม่ทำให้เด็กรู้สึกแย่ พยายามหลีกเลี่ยงกฎเกณฑ์ที่เข้มงวดจนเกินไป เช่น ต้องออกเสียงให้ถูก ห้ามผิด ซึ่งการดุ การว่าเด็ก และลงท้ายด้วยการลงโทษบ่อยๆ ทำให้เด็กเรียนได้แย่ลง ขาดความมั่นใจ และรู้สึกไม่อยากเรียน หรืออาจเกลียดภาษาอังกฤษไปเลยก็ได้" ครูกุ้งอธิบาย

                  ดังนั้นการเรียนการสอนสไตล์ครูกุ้ง คือ การใช้กิจกรรม และหาสื่อที่หลากหลายเข้ามาช่วยสอน เป็นวิธีดึงดูดเด็กได้ดี ไม่ว่าจะเป็นเพลง แผ่นภาพ เกมต่างๆ ที่สำคัญการสร้างทัศนคติที่ดีในเรียนก็เป็นสิ่งสำคัญเช่นกัน หากเด็กพูดผิด เขียนผิดจะไม่มีการต่อว่า แต่จะทำให้เด็กรู้สึกดีด้วยการค่อยๆ บอก ค่อยๆ สอนโดยเฉพาะเด็กไม่เก่ง หากเข้มงวด และบังคับมากเกินไป โอกาสที่เด็กจะถอยห่างจากภาษาย่อมมีได้สูง

                  ไม่เพียงแต่กิจกรรมเสริมทักษะตามหลักสูตรการเรียนการสอนในชั้นเรียนเท่านั้น ทางกลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาต่างประเทศของโรงเรียนแห่งนี้ ยังเปิดพื้นที่ให้เด็กๆ ได้ปล่อย "ของ" นอกชั้นเรียนผ่านกิจกรรมต่างๆ เช่น กิจกรรมในวันคริสต์มาส กิจกรรมในวัน English Day ซึ่งจะจัดขึ้นทุกๆ ปีการศึกษา โดยภายในงานจะมีการจัดประกวดแข่งขันเล่านิทาน แข่งขันตอบปัญหาภาษาอังกฤษ และอื่นๆ อีกมากมาย

                  นอกจากนี้ ครูกุ้ง ยังดึงเอากระแสความฮอตฮิตของโซเชียลเน็ตเวิร์กชื่อดังอย่าง "เฟวบุ๊ก" มาใช้เป็นช่องทางในการฝึกทักษะทางภาษาให้แก่นักเรียนด้วย โดยเรื่องนี้ ครูกุ้งเล่าให้ฟังว่า เฟซบุ๊กเป็นอีกหนึ่งช่องทางที่น่าสนใจ เพราะสามารถทำกลุ่มขึ้นมาให้ครู และเด็กมีโอกาสพูดคุยปรึกษาเรื่องการเรียนกันได้มากขึ้น ทั้งยังสามารถโพสต์คลิปเกี่ยวกับภาษาอังกฤษ เพลง รวมไปถึงลิงค์อื่นๆ ที่น่าสนใจให้เด็กได้เปิดฟังกันได้

                  เช่นเดียวกับ ราวิน ชาแดงวงค์ ครูในกลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาต่างประเทศขวัญใจเด็กๆ ที่บอกว่า ครูในยุคดิจิตอลจะต้องรู้จักปรับตัวเข้าหาเด็ก ใส่ใจความต้องการ อารมณ์ ความสนใจ และศักยภาพของเด็ก โดยให้เด็กเป็นผู้นำการเรียนรู้ และมีครูเป็นเพียงผู้ช่วยเท่านั้น เช่น คอยเตรียมสื่อการสอนให้สอดคล้องกับบทเรียน หรือคิดกิจกรรมให้เด็กได้ต่อยอดทักษะภาษาอังกฤษ อาทิ การจับคู่สนทนา การฟังเพลง ร้องเพลง ใช้สื่อที่หลากหลาย โดยเฉพาะเฟซบุ๊ก ที่มีลูกเล่น หรือช่องทางฝึกทักษะให้แก่เด็กเยอะเลย ไม่ว่าจะเป็นเพลง หนัง หรือเกมต่างๆ ที่สำคัญ หากมีเรื่องอะไรสงสัยก็สามารถปรึกษากับครูได้โดยตรง ไม่ต้องรอให้ถึงคาบเรียน หรือไปถามครูในวันรุ่งขึ้น ซึ่งสะดวก และเร็วมาก

                  น้องกานดา ไชยเพชร อายุ 16 ปี ชั้น ม.4 เล่าว่า บรรยากาศในการเรียนการสอนภาษาอังกฤษเป็นสิ่งสำคัญ หากครูมีการชวนเด็กพูดคุยอย่างสนุกสนาน ห้องเรียนก็จะเต็มไปด้วยเสียงหัวเราะ และความตื่นเต้นเร้าใจ สัมผัสได้จากชั้นเรียนภาษาอังกฤษที่เป็นอยู่ตอนนี้ ครูรู้จักปรับตัวเข้าหาเด็ก พยายามคิดกิจกรรม และหาสื่อต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นเพลง หนัง หรือเกม มาทำให้เด็กสนุกกับการเรียนภาษาอังกฤษ ที่สำคัญยังนำเฟซบุ๊กมาใช้เป็นช่องทางให้เด็กมีโอกาสฝึกภาษากับครูมากขึ้นด้วย

                  อีกหนึ่งตัวช่วยที่ทางโรงเรียนกำลังนำมาใช้ในการเรียนการสอนภาษาอังกฤษเร็วๆ นี้ก็คือ โปรแกรมสอนภาษาในรูปแบบมัลติมีเดีย "อิงลิช ดิสคัฟเวอรี่" ซึ่งผู้เรียนในทุกระดับชั้นจะได้ฝึกทักษะภาษาอังกฤษผ่านโปรแกรมอิงลิช ดิสคัฟเวอรี่ ประเมินผลการเรียนด้วยตนเอง จากการเลือกใช้บทเรียน 4 ด้าน ได้แก่ ฟัง พูด อ่าน เขียน ที่เด็กๆ สามารถโต้ตอบกับโปรแกรมภาษาได้ เช่น ฝึกทักษะการพูด การใช้คำศัพท์ ทำแบบทดสอบพร้อมคำเฉลย ให้ครูและนักเรียนมีส่วนร่วมปฏิบัติการเรียนรู้ร่วมกัน ตอนนี้อยู่ในช่วงของการอบรมครู คาดการณ์ว่า จะสามารถนำมาใช้กับเด็กในแต่ละระดับชั้นได้ภายในภาคเรียนหน้า

..........................
(ตามไปดูอิงลิชอินเทรนด์ ที่'ร.ร.สวนเมี่ยงวิทยา' โดย...ขวัญเรียม  แก้วสุวรรณ)