
'เก่ง-ชานน'สร้างจินตนาการผ่าน'หนัง'
ขอเวลานอก : 'เก่ง-ชานน' สร้างจินตนาการผ่าน 'หนัง' : เรื่อง ชาญยุทธ ปะวะขัง / ภาพ ธัชดล ปัญญาพานิชกุล
ความสุขของหนุ่มสาวรุ่นใหม่ ใช่เพียงการได้อัพสถานะลงเฟซบุ๊กในทุกๆ นาที หากยังมีอีกหลายคนที่มองต่าง ด้วยการเจียดเวลาว่างอันน้อยนิด สร้างสรรค์จินตนาการจากแผ่นฟิล์ม... เหตุผลสนับสนุนแค่นี้อย่าเพิ่งเชื่อ จนกว่าจะมีโอกาสพูดคุยกับหนุ่มหัวคิดทันสมัยวัย 33 ปี "เก่ง" ชานน สัมพันธารักษ์ เจ้าของ บริษัท ไฮ-ไลค์ เอเจนซี่ จำกัด ที่ยอมรับว่า "ติดหนัง" มากกว่า "ติดแฟน" ซ้ำมูลเหตุดังกล่าวยังจุดประกายช่องทางธุรกิจนอกเหนือจากความบันเทิง
บนชั้นที่ 12 ของออฟฟิศเซ็นทรัลพลาซา ลาดพร้าว ในวันที่สภาพอากาศร้อนจัดของเมืองหลวง ชานนกำลังง่วนอยู่กับงานที่ต้องใช้ไอเดียในการวางแผนและเป็นที่ปรึกษาด้านการตลาดออนไลน์ พัฒนาระบบเว็บไซต์ รวมถึงสร้างภาพลักษณ์บนระบบโซเชียลมีเดียให้แก่ลูกค้าหลากหลาย แต่ยังพอมีเวลาจัดแจงแผ่นหนังเรื่องโปรด หลังจากนัดแนะกับ "คม ชัด ลึก" เพื่อพูดคุยถึงงานอดิเรกที่เป็นมากกว่างานอดิเรก
ทันทีที่เจอกัน หนุ่มใบหน้าละม้ายลูกครึ่งแต่เจ้าตัวยืนยันว่าไทยแท้ๆ ก็เปิดฉากทักทายแล้วชี้ชวนให้ดูแหล่งสร้างจินตนาการที่กองอยู่เบื้องหน้าว่านี่เป็นเพียงส่วนหนึ่งที่เก็บสะสมมาหลายปี และถ้าจะนับรวมกับตั้งใหญ่ที่บ้าน รวมแล้วกว่า 100 เรื่องก็พอจะได้
"เมื่อก่อนจะดูเป็นม้วนวิดีโอ ภาษาก็ยังไม่แข็ง ดูเข้าใจบ้างไม่เข้าใจบ้าง แต่พอดูเรื่อยๆ ก็ซึมซับภาษา อย่างหนังเรื่องพริตตี้ วูแมน เป็นจุดเปลี่ยนทางความคิดก็ว่าได้ ในเรื่องจูเลีย โรเบิร์ต นางเอกเจอพระเอกริชาร์ด เกียร์ ในช่วงที่ตัวเองยังเป็นหญิงโสเภณี เดินเข้าร้านแบรนด์เนมแล้วมักถูกเหยียดหยาม ครั้นมีโอกาสเจอพระเอกอีกครั้งในวันที่ชุบตัวแล้ว เธอถามพระเอกว่ายังจำเธอได้ไหม พระเอกตอบว่าจำไม่ได้ จุดนี้ทำให้ผมมองว่าบางทีเราไม่ควรตัดสินคนเพียงภายนอก ควรมองว่าอนาคตคนคนนี้สามารถเป็นอย่างอื่นได้ สิ่งที่เราควรจะปฏิบัติคือให้เกียรติกันไม่ว่าฐานะอะไร ผมชอบหนังฝรั่งตรงที่เขาไม่มีแค่บทพูดเฉยๆ แต่จะมีภูมิหลังให้เราได้ขบคิด" หนุ่มช่างจินตนาการ เล่าอย่างอารมณ์ดี
กิจกรรมยามว่างชื่อก็ฟ้องว่าอาศัยช่วงเวลาวันว่างๆ หรือหลังเลิกงาน สำหรับชานนอาจฉีกกรอบเล็กๆ ตรงที่สามารถมีได้ทุกที่ที่เวลาพอจะอำนวย ไม่เว้นระหว่างทางไปกลับบ้านย่านคันนายาวและที่ทำงานซึ่งการจราจรค่อนข้างติดสาหัส หรือระหว่างขับรถไปพบลูกค้า เขามักหยิบแผ่นหนังเรื่องโปรดมาเล่นในเครื่องเล่นบนรถแทนที่จะเปิดเพลงเย็นๆ เช่นคนอื่น
แต่พฤติกรรมแบบนี้เจ้าตัวไม่แนะนำให้เลียนแบบ เพราะอาจเสียสมาธิในการขับขี่ได้ ดังนั้น ถ้าจะให้สะดวกจริงๆ เวลากลับถึงบ้านตั้งแต่หลังเที่ยงคืนจนถึงตี 2 จึงเป็นห้วงความบันเทิงที่เหมาะที่สุดสำหรับเขา ซึ่งแนวหนังที่ชื่นชอบต้องเป็นเรื่องที่ดูแล้วสามารถต่อยอดความคิดและจินตนาการได้ อย่างเรื่องนักแข่งที่ให้แง่คิดดีๆ สำหรับลูกผู้ชาย "ไนท์ ไรเดอร์ (Knight Rider)" ความยาว 50 ตอนจบ หรือ "แม็คไกเวอร์ (Macgyver)" ก็ยกให้เป็นสุดยอด ส่วนเรื่องแรกๆ ที่เก็บสะสมระหว่างไปศึกษาต่อปริญญาโทบริหารธุรกิจด้านการตลาด มหาวิทยาลัยรอยัล เมลเบิร์น อินสติติวท์ ออฟ เทคโนโลยี ที่เมลเบิร์น ออสเตรเลีย คือ "พริตตี้ วูแมน (Pretty Woman)" แต่ที่โปรดสุดๆ ดูแล้วดูอีกเกิน 5 รอบ คือ "เดอะ 13 แวริเออร์ (The 13 th Warrior)" หรือ "อินเทอวิว วิธ เดอะ แวมไพร์ (Interview with the Vampire)" เรื่องราวของแวมไพร์วัยเด็กที่มีกิเลสและเอาแต่ใจ สะท้อนถึงผู้คนยุคนี้ได้ดี
มูลเหตุที่ผลักให้หนุ่มนักเรียนนอกรายนี้ มีวิถีชีวิตอุดมไปด้วยจินตนาการสูง อาจเพราะตั้งแต่เด็กๆ คุณพ่อชัชวาล สัมพันธารักษ์ อดีตรองประธานบริษัท น้ำตาลบ้านโป่ง จำกัด และ คุณแม่สุรางครัตน์ ซึ่งต้องเดินทางไปติดต่อธุรกิจยังต่างประเทศบ่อย มักซื้อซีรีส์ดีๆ กลับมาดูและเป็นของฝากลูกๆ จึงเหมือนการปลูกฝังเรื่องการใช้ความคิด และถึงตอนนี้แม้คุณพ่อจะจากไปแล้ว ทว่าแรงบันดาลใจของลูกชายเพียงคนเดียวของบ้านจากจำนวนพี่น้องสามคน ก็ไม่ได้สะดุดไปด้วย ตรงข้ามยิ่งทวีความเข้มข้นกว่าเดิม
"ความที่คุณพ่อเป็นนักธุรกิจระหว่างประเทศเลยทำให้ผมมีความคิดที่เปิดกว้างเหมือนท่าน ชอบค้นคว้า ศึกษาพฤติกรรมคน แล้วก็ได้ความคิดสร้างสรรค์จากคุณอา (นคร สัมพันธารักษ์ ดีไซเนอร์ชื่อดังเจ้าของแบรนด์ "นาการ่า") ตอนเด็กๆ จะชอบไปขลุกอยู่บ้านอาดูผ้า ดูการออกแบบ และคุณแม่ไม่เคยห้ามเวลาดูหนัง แต่มักถามว่าทำไม นอกจากจะสอนลูกในตัวแล้วเป็นการสอนตัวเองด้วยไม่ให้ยึดติดอยู่ในกรอบความคิดเดิมๆ การที่คุณแม่ถามทำให้ผมคิดและแยกความดีหรือไม่ดีออก" หนุ่มนักเรียนนอก เล่าวิถีการเลี้ยงลูกๆ ของบ้านสัมพันธารักษ์
และไม่แปลก หากวันหนึ่งที่เขาคิดอยากจับธุรกิจ จะนำแนวคิดทั้งศาสตร์และศิลป์มาผนวกกัน ที่สำคัญจุดประกายมุมมองที่ได้จากการคลุกคลีกับหนังแล้วตกผลึกเป็นงานที่ท้าทายความสามารถ นั่นจึงมาเป็น ไฮไลท์ เอเจนซี่ ที่เน้นเรื่องดิจิตอลแคมเปญ เสริมด้วยงานด้านพีอาร์ และอีเวนท์
"ช่วงหนึ่งได้โจทย์ผลิตภัณฑ์สำหรับผู้ชายมา ก็มาคิดว่าเวลาคนอยู่ในสภาวะเครียด เป็นอย่างไร นำเครื่องสำอางตัวนี้ไปโปะหน้าแล้วดูดีอย่างไร ผมคิดถึงหนังเรื่องหนึ่งพระเอกเป็นคนดูดีเสมอแม้ต้องเล่นบทหนัก ก็เหมือนกับผู้ชายทั่วไปที่ดูดีแม้งานจะยุ่ง และนั่นก็กลายมาเป็นแรงบันดาลใจให้ผมคิดงานได้ ที่สำคัญเวลาคิดแคมเปญอะไรต้องคิดเสมอว่าลูกค้าจะได้อะไร และลูกค้าของลูกค้าจะได้อะไรด้วย จึงได้แคมเปญที่มีความเป็นคลาสสิกมากขึ้น" ครีเอทีฟหนุ่ม เผยไลฟ์สไตล์การทำงาน
แม้ทุกวันนี้ ชานนจะนั่งแท่นบริหารธุรกิจของตัวเองเต็มตัว ทว่าอีกมุมยังหวังที่จะครอบครองซีรีส์เรื่องโปรดอย่างต่อเนื่อง โดยเลือกที่จะบินไปถึงแหล่งใหญ่อย่างเมลเบิร์น ใช้โอกาสติดต่อธุรกิจแวะซื้อติดมือกลับบ้าน บางเรื่องทั้งชุดราคาเหยียบสองหมื่นบาทก็ตัดใจจับจอง เป็นความสุขที่จับต้องได้
"พ่อแม่ที่มีลูกชอบดูหนัง อยากให้นั่งดูกับลูกแล้วถามว่าทำไมตัวละครทำแบบนี้ แบบนั้น จะทำให้ลูกมีความคิด เกิดการใช้จินตนาการ การสังเกต ความจำ ไม่ใช่ห้ามอย่างเดียว หรืออย่างลูกดูการ์ตูนพ่อแม่บางคนก็จะว่าไร้สาระ แต่ผมบอกเลยว่ามีผู้ใหญ่หลายๆ ท่านหน้าที่การงานระดับสูงที่ผมรู้จัก ทุกวันนี้ยังอ่านการ์ตูนอยู่เลย เป็นอะไรที่ได้มากกว่าการคลายเครียด ขึ้นอยู่กับการนำความคิดและมุมมองไปปรับใช้" แฟนพันธุ์แท้ซีรีส์นอก ฝากทิ้งท้าย
รู้อย่างนี้แล้ว ขืนเอาแต่นั่งอัพเฟซบุ๊กอยู่อย่างเดียว เห็นทีจะเอาท์
---------------------------
(ขอเวลานอก : 'เก่ง-ชานน' สร้างจินตนาการผ่าน 'หนัง' : เรื่อง ชาญยุทธ ปะวะขัง / ภาพ ธัชดล ปัญญาพานิชกุล)



